ปัจจุบันโรคสมองเสื่อมเป็นโรคที่ยังไม่มียารักษาให้หายได้ ซึ่งภาวะสมองเสื่อมเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น ภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน และโรคหลอดเลือดในสมอง เป็นต้น ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดโรค โดยพบว่าประชากรในกลุ่มผู้สูงอายุ มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ นับเป็นปัญหาคุกคามต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุแบบไม่ทันรู้ตัว  ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ จะเสียพื้นที่สมองที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความสามารถ เช่น สมาธิ ความจำ และการบริหารจัดการ จึงมีอาการสับสน ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ โดยอาการจะเริ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้สูงอายุและผู้ป่วยสมองเสื่อมควรได้รับการกระตุ้นและฝึกสมอง เพื่อพยายามรักษาระดับความสามารถของสมองในด้านต่างๆ รวมถึงสมาธิ ความจำ การเรียนรู้ การรับรู้และการตอบสนอง

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความจำในผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง?

1.  ระบบประสาทการรับรู้ เนื่องจากวัยสูงอายุเซลล์สมอง เซลล์ประสาทและน้ำหนักสมองมีจำนวนลดลง รวมทั้งมีการเสื่อมสภาพของอวัยวะรับสัมผัสต่างๆ เช่น ตามัวเนื่องจากต้อกระจกหรือต้อหิน ทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง หรือการได้ยินลดลงเนื่องจากประสาทหูเสื่อมสมรรถภาพ ทำให้ความเร็วในการส่งสัญญาณประสาทต่อสิ่งเร้าลดลง ส่งผลกระทบต่อความเข้าใจและการเรียนรู้ลดลง ความสามารถในการเก็บข้อมูลหรือเรียนรู้ลดลง จนเกิดเกิดการหลงลืมได้ง่ายนั่นเองครับ
2.  การขาดสมาธิและความตั้งใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เนื่องจากวัยสูงอายุไม่สามารถทำหรือเรียนรู้หลายๆอย่างพร้อมกันได้ หรือมีความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆหรือเรื่องราวใหม่ๆลดลง ทำให้ผู้สูงอายุไม่ใส่ใจหรือสนใจที่จะรับข้อมูล หรือทวนข้อมูลซ้ำ ส่งผลให้ข้อมูลนั้นสลายไปอย่างรวดเร็ว เกิดการหลงลืม
3.  ขาดทักษะการกระตุ้นสมองหรือเทคนิคช่วยจำ โดยพบว่าผู้สูงอายุมักจะไม่ใช้เทคนิคในการจัดระเบียบความคิด ซึ่งจะเชื่อมโยงความรู้ใหม่ๆให้เข้ากับสิ่งที่เคยรู้อยู่แต่เดิมทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถที่จะจดจำข้อมูลเรื่องราวใหม่ได้ จึงเกิดการหลงลืมได้ง่าย
4.  สภาพจิตใจและอารมณ์ สภาพจิตใจและอารมณ์ก็ส่งผลรบกวนต่อความจำได้เช่นกันครับ เช่น กรณีสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รัก ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล เครียด ซึ่งผู้สูงอายุจะหมกมุ่นอยู่แค่กับความคิดและความรู้สึกภายในของตน ทำให้ความตั้งใจหรือความสนใจและสมาธิลดลง ทำให้ผู้สูงอายุรับรู้หรือรับข้อมูลต่างๆลดลง

เราจะป้องกันโรคสมองเสื่อมได้อย่างไร?

         ดังที่เอลเดอร์ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนะครับว่าเนื่องจากโรคสมองเสื่อมเป็นโรคที่ยังไม่มียารักษาให้หายได้ ทำได้แค่ป้องกัน แล้วเราจะมีวิธีการป้องกันอย่างไรนั้น เอลเดอร์ได้นำแนวทางการปฏิบัติตนอ้างอิงจากภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ให้ข้อมูลในการป้องกันและปฏิบัติตนเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อมมาฝาก ดังนี้ครับ

1. รับประทานอาหารครบหมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอลสูง เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันดี เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง เมล็ดฟักทอง ถั่วเหลือง อโวคาโด ปลาทะเล ควรใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันจากดอกทานตะวัน น้ำมันมะกอก น้ำมาดอกคาโนลา และรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี วิตามินอีและกรดโฟลิกสูง 

2. รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้เกินเกณฑ์โดยไม่ให้ดัชนีมวลกายเกิน 25

3. หลีกเลี่ยงยาหรือสารที่จะทำให้เกิดอันตรายแก่สมอง เช่น การดื่มแอลกอฮอล์หนักๆ หรือการรับประทานยาโดยไม่จำเป็น
4. ไม่สูบบุหรี่หรืออยู่ในที่ๆ มีควันบุหรี่

5. การฝึกฝนสมอง ได้แก่ การพยายามฝึกให้สมองได้คิดบ่อยๆ เช่น อ่านหนังสือ เขียนหนังสือบ่อยๆ  คิดเลข ดูเกมส์ตอบปัญหา ฝึกหัดการใช้อุปกรณ์ใหม่ๆ เป็นต้น 

6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง เช่น วิ่งเหยาะ ปั่นจักรยาน เดินเล่น รำมวยจีน เป็นต้น
7. การพูดคุย พบปะผู้อื่นบ่อยๆ เช่น ไปวัด ไปงานเลี้ยงต่างๆ หรือเข้าชมรมผู้สูงอายุ เป็นต้น 

8. ตรวจสุขภาพประจำปี หรือถ้ามีโรคประจำตัวอยู่เดิมก็ต้องติดตามการรักษาเป็นระยะ เช่น การตรวจหา ดูแลและรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ เป็นต้น
9. ถ้ามีอาการเจ็บป่วยควรปรึกษาแพทย์แต่เนิ่น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เพื่อลดโอกาสเกิดอาการสับสนเฉียบพลัน
10. ระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุต่อสมอง ระวังการหกล้ม เป็นต้น
11. พยายามมีสติในสิ่งต่างๆ ที่กำลังทำและฝึกสมาธิอยู่ตลอดเวลา

แล้วเราจะมีวิธีช่วยส่งเสริมความจำได้อย่างไร?

       วิธีการส่งเสริมความจำที่ดีนั้น ต้องมีพื้นฐานหลักๆคือฝึกให้สมองส่วนต่างๆมีการทำงานที่ประสานกันนะครับซึ่งเริ่มตั้งแต่การรับข้อมูล การบันทึกข้อมูล และการเรียกข้อมูลกลับมาใช้ซึ่งการฝึกสมองที่มีส่วนช่วยในการจำ มีหลักๆ 5 ด้านได้แก่
1. ด้านการคำนวณ โดยใช้การคำนวณคณิตศาสตร์แบบง่าย เพื่อฝึกกระบวนการคิด เช่น การบวก ลบ ตัวเลข จากโจทย์คณิตศาสตร์อย่างง่าย เมื่อฝึกฝนสม่ำเสมอ จะช่วยส่งเสริมความจำและยับยั้งการเสื่อมของสมอง
2. ด้านการจัดระเบียบ คือการจัดระบบการคิดให้เป็นหมวดหมู่ จะทำให้เราจำได้ง่ายขึ้นนะครับ
3. ด้านการเชื่อมโยง คือการจดจำสิ่งต่างๆแล้วสามารถนึกย้อนและเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้
4. ด้านจินตนาการหรือสร้างภาพในใจ คือการฝึกนึกภาพหรือให้สมองสร้างจินตนาการภาพขึ้นมาขณะที่ได้รับข้อมูล ซึ่งการฝึกการทำงานของสมองด้วยการสร้างภาพนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดกลไกในการคิดอย่างเป็นระบบเพื่อฝึกทักษะไหวพริบในการจำนั่นเองครับ
5. ด้านการใช้รหัสช่วยจำ คือการใช้สัญลักษณ์หรือรหัส ช่วยจำสิ่งของบางอย่างที่จะช่วยให้ง่ายต่อการจำมากขึ้น เช่น การใช้สีที่แตกต่างกันจะช่วยให้จำได้ง่ายขึ้นเป็นต้น

ผู้สูงวัย เล่นอย่างไร ให้กระตุ้นความจำ?

 ข้อมูลจากมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลว่า การบริหารสมอง ผ่านเกมฝึกทักษะต่างๆ ช่วยสามารถชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ดีทีเดียวครับ เช่น การเล่นเกมต่อคำ เกมค้นหาตัวอักษร หรือเกมลับสมองต่างๆ เนื่องจากสมองของคนเราสามารถพัฒนาได้ โดยจากกลุ่มตัวอย่างที่มีการฝึกฝนด้านความจำ พบว่า ความคิดเชิงเหตุผล และความคิดเชิงนามธรรมพัฒนาตามไปด้วย ตัวอย่างเกมส์ที่ช่วยพัฒนาสมองได้แก่

1.  แอปพลิเคชันเกมฝึกสมอง หรือ MONICA (โมนิก้า) 

ขอบคุณที่มาของภาพ: แอพลิเคชัน Monica โมนิกา

ออกแบบโดยทีมวิจัยห้องปฏิบัติการการออกแบบและแก้ปัญหาอุตสาหกรรม ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลรามาธิบดี และศูนย์ผู้สูงวัย สุขกายสุขใจ สถาบันประสาทวิทยา

เกมจะเน้นการใช้ภาพ หรือไอคอนง่ายๆ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ ตัวอย่างเกม เช่น การให้เปรียบเทียบภาพปัจจุบันกับภาพก่อนหน้าว่าเหมือนหรือต่างกัน หากเหมือนกันให้กดปุ่มเครื่องหมายถูกสีเขียว หากต่างกันให้กดปุ่มเครื่องหมายผิดสีแดง โดยเมื่อผู้สูงอายุเล่นเกมผ่าน ก็จะมีความรู้สึกภาคภูมิในตัวเอง รู้สึกมั่นใจในการทำหรือตัดสินใจอะไรได้ดีขึ้นนั่นเองครับ

ขอบคุณที่มาของภาพ: แอพลิเคชัน Monica โมนิกา

แอปพลิเคชันเกม MONICA ตอบโจทย์ในการเล่นเกม ฝึกสมอง ฝึกการใช้ความคิด รวมทั้งฝึกการใช้กล้ามเนื้อของผู้สูงอายุได้ดี เนื่องจากแอปพลิเคชันนี้ สามารถเล่นได้ 2 รูปแบบ คือ
1.1  เล่นผ่านแอปพลิเคชันเกมบนสมาร์ทโฟน และแทปเลต สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเกม MONICA ได้
>> IOS โหลดได้ที่ลิงค์ https://apps.apple.com/th/app/monica/id1260878586
>> Android โหลดได้ที่ลิงค์ https://play.google.com/store/apps/details?id=th.co.digitalpicnic.monica

ขอบคุณที่มาของภาพ: แอพลิเคชัน Monica โมนิกา

1.2 เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ปุ่มกดแยกชิ้น ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุที่ต้องการฝึกการใช้กล้ามเนื้อ เมื่อเห็นภาพจากเกมแล้วสมองสั่งการให้มือเลือกกดปุ่มกดในคำตอบที่ผู้สูงอายุแต่ละคนต้องการ 

ขอบคุณที่มาของภาพ: แอพลิเคชัน Monica โมนิกา

นอกจากนี้ MONICA ยังมีฟังก์ชันให้เก็บคะแนนของผู้เล่นแต่ละคนเอาไว้ในระบบเพื่อให้ง่ายต่อการติดตามผลด้วย โดยเฉพาะการนำไปประยุกต์ใช้กับสถานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งมีผู้สูงอายุหลายคน การนำเกม MONICA มาเล่นฝึกสมอง ทำให้แพทย์ผู้ดูแลสามารถเรียกดูข้อมูลพัฒนาการทางสมองของผู้สูงอายุได้แบบรายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน พร้อมทั้งนำข้อมูลผลคะแนนการเล่นแต่ละครั้งไปเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินศักยภาพการฝึกสมอง การคิดและการตัดสินใจของผู้สูงอายุได้อีกด้วยครับ

ขอบคุณที่มาของภาพ: แอพลิเคชัน Monica โมนิกา

2. แอปพลิเคชันเกมฝึกสมอง Alzheimer Calendar หรือ  “365 วัน ป้องกันอัลไซเมอร์” 

ขอบคุณที่มาของภาพ: https://www.awusosociety.com/health300362

โดยแอปพลิเคชั่นนี้ พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยา (องค์การมหาชน) มูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทยและมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการป้องกันโรคสมองเสื่อม

เกมนี้จะช่วยในฝึกทักษะและทดสอบทั้งหมด 7 ด้าน คือ สมาธิ ความตั้งใจ ความจำ ความสามารถทางภาษา การเรียนรู้การใช้เหตุผล การแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจ เพื่อให้สามารถเกิดกิจกรรมในการออกกำลังสมองที่หลากหลาย

วิธีการใช้งานของแอปพลิเคชั่นเกมนี้ คือ
1.ปุ่มปฏิทิน
ปุ่มนี้จะอยู่ล่างซ้าย เมื่อกดแล้ว ก็จะแสดงปฏิทิน พร้อมทั้งจำนวนวันที่ที่ได้เล่นเกมผ่านแล้ว
2.ปุ่มเกี่ยวกับ
ปุ่มนี้จะอยู่ข้างขวาด้านล่าง ซึ่งกดแล้ว ก็จะแสดงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับแอปพลิเคชั่นและหน่วยงานที่สนับสนุนในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น พร้อมทั้งช่องทางติดต่อ ซึ่งสามารถโทรติดต่อหน่วยงานดังกล่าวได้ทันที
3.ปุ่มทดสอบ
ปุ่มนี้จะอยู่ตรงกลางหน้าจอ เมื่อกดแล้ว ก็จะเป็นการเริ่มเกม ซึ่งจะมีให้เล่นวันละเกม โดยในแต่ละวันก็จะเป็นเกมที่ไม่ซ้ำกัน บางเกมก็ไม่มีปุ่มให้กดตอบ บางเกมหลังจากเล่นเสร็จแล้ว ก็จะแสดงเวลาที่ใช้ในการเล่นเกม เมื่อเล่นจบแล้ว สามารถย้อนกลับมาเล่นซ้ำได้อีก

โดยเกมทดสอบบนแอปพลิเคชั่นนี้ มีด้วยกันถึง 365 เกม นั่นหมายถึงเราได้เล่นวันละ 1 เกมและสามารถเล่นซ้ำได้ไม่จำกัด จนกว่าคำตอบจะถูก หรือจนกว่าจะเบื่อและเกมส์นี้มีข้อดีคือมีเฉลยหลังการทดสอบและเกร็ดความรู้เพิ่มเติมด้วย ซึ่งนอกจากจะให้ความรู้แล้ว ยังกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้นอีกด้วยครับ

สามารถดาวน์โหลดเกมนี้ได้ทั้งในระบบ Android และ iOS
>> Android  :  https://play.google.com/store/apps/details?id=air.th.go.most.alzcalendar 
>>  iOS : https://apps.apple.com/th/app/alz-calendar/id1160652905 

3. Brain Check 

ขอบคุณที่มาของภาพ: http://www.braincheck.net/#/

เป็นเครื่องมือช่วยประเมินภาวะสมองเสื่อมเบื้องต้นผ่านการทำแบบทดสอบในเว็บไซต์ ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่
3.1 เกมส์ทดสอบการทำงานของสมอง (ทดสอบตนเอง)
เป็นการพัฒนาร่วมกับศูนย์โรคสมอง คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ อยู่ในระหว่าง การศึกษา เก็บข้อมูลผลการทดสอบ วิเคราะห์ความเที่ยงตรง และความเหมาะสมในการนําไปใช้เป็นเครื่องมือวัดและประเมิน ที่จะเป็นประโยชน์ในการช่วยคัดกรอง ทางการแพทย์เบื้องต้นต่อไป

3.2 คำถามคัดกรองภาวะสมองเสื่อม (ทดสอบคนที่คุณรัก)

เป็นการพัฒนาขึ้นจากแบบคัดกรอง Thai AZQ สำหรับญาติและผู้ดูแล มีความไว ความจําเพาะ และความเที่ยงตรงสูง ผ่านการวิจัย และพัฒนาโดยทีมแพทย์ประสาทและสมอง สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการคัดกรองหาภาวะความผิดปกติทางพุทธิปัญญาเล็กน้อย และโรคอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น
โดยเว็บไซต์นี้จะมีขั้นตอนและหลักการประเมินคือ

ขอบคุณที่มาของภาพ: http://www.braincheck.net/#/

ขั้นตอนที่ 1 เล่นเกมส์เพื่อทดสอบการทำงานของสมอง และ ตอบคำถามเพื่อคัดกรองภาวะสมองเสื่อมผ่านชุดคำถามจากแบบประเมินความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมที่พัฒนาบนฐานงานวิจัยทางการแพทย์
ขั้นตอนที่ 2 หลังจากตอบคำถามเรียบร้อยแล้ว โปรแกรมจะประเมินการทำงานของสมองใน 5 ด้านสำคัญได้แก่ การรับรู้พื้นฐาน การบริหารจัดการ ภาษา ความจำ และมิติสัมพันธ์ และ คัดกรองอาการบ่งชี้ ที่อาจเป็นสัญญานเตือนโรคสมองเสื่อม
ขั้นตอนที่ 3 เป็นขั้นตอนการเปรียบเทียบผลการทดสอบการทำงานของสมอง กับกลุ่มคนในช่วงอายุเดียวกัน และประเมินระดับความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมประเภทอัลไซเมอร์

สำหรับ Brain Check นี้อาจจะไม่ใช่เครื่องมือหรือเกมส์สำหรับกระตุ้นหรือพัฒนาสมอง แต่เป็นเกมส์สำหรับเช็คความผิดปกติด้านความจำเบื้องต้น เพื่อที่เราจะได้ประเมินสภาวะด้านความจำและดูแลสมองของตัวเราเองและคนที่เรารักเบื้องต้นได้ครับ ลองไปเช็คกันได้ที่ >> http://www.braincheck.net/#/ 

นอกจากแอพลิเคชั่นที่เอลเดอร์ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น ยังมีการเล่นต่างๆที่มีมาแต่โบราณมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง เช่น หมากรุก เป็นต้น

4. การเล่นหมากรุก

หมากรุก จัดได้ว่าเป็นกีฬาประเภทหนึ่ง จัดเป็นกีฬาที่ต้องใช้ไหวพริบ สมาธิ และความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์ เพราะคนที่เล่นหมากรุกจะไม่วางแผนด้านเดียว จะต้องระมัดระวังการเดินของฝ่ายตรงข้ามก่อนที่จะเดินหมากแต่ละตัวด้วย ดังนั้น การเล่นหมากรุกถือเป็นกีฬาบริหารสมองชนิดหนึ่ง หากฝึกบริหารสมองอย่างสม่ำเสมอสามารถป้องกันสมองเสื่อมได้

กรณีที่บางครอบครัวเล่นหมากรุกไม่เป็น อาจเลือกกิจกรรมอื่นสำหรับให้ผู้สูงอายุที่คล้ายๆ กันได้ครับ เช่น หมากล้อม หมากฮอส หมากข้าม หรือหมากอื่นๆ หรือเล่นไพ่ (ที่ไม่ใช่การพนัน) เป็นกิจกรรมเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในครอบครัวก็ได้เช่นกัน เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาสมอง สมาธิ ความนึกคิดในผู้สูงอายุแล้ว  ยังเป็นการใช้เวลาว่างที่เกิดประโยชน์และสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวอีกด้วยครับ

อ้างอิงจาก:
1. สุพรรณี ศรีปาน, เกมส์ฝึกสมองสำหรับผู้สูงอายุผ่านโปรแกรมประยุกต์เพื่อส่งเสริมความจำและสุขภาพจิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
2. https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/875815
3. http://www.braincheck.net/#/
4. https://www.awusosociety.com/health300362
5. https://bit.ly/3oAx41I

บทความอื่นๆ

เราใช้งานตากันทุกวัน เมื่อใช้งานหนักจึงควรดูแล การดูแลสายตาด้วยผักผลไม้เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่เอลเดอร์ได้นำมาฝากผู้สูงวัยทุกท่าน
ผู้ป่วยโรคไตจำเป็นต้องควบคุมปริมาณโพแทสเซียมในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เรามาดูผักผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตทานได้กันครับ
ธรรมชาติการกินอาหารของผู้สูงอายุแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับคุณค่าสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอ จึงความมีเคล็ดลับในการนำไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมการทานอาหารแก่ผู้สูงอายุ
error: Content is protected !!
Scroll to Top