ถ้าพูดถึงความเจ็บป่วยของร่างกายที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องของอาการปวดตามส่วนต่างๆของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการปวดขา ปวดเข่า ปวดเอว ปวดหลัง ปวดสะโพก รวมถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งอาการเจ็บปวดต่างๆเหล่านี้มักจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการเดิน ทำให้ผู้สูงอายุเดินลำบาก และเสี่ยงต่อการหกล้มเกิดอุบัติด้วยครับ

         ปัจจุบันมีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาการเดิน อันเนื่องมาจากความเจ็บปวดในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ผู้สูงอายุจึงควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และจำเป็นต้องมีตัวช่วยอย่าง “ไม้เท้า” ไว้ข้างกายหรือมีติดบ้านไว้เสมอ ดังนั้นการจะเลือกไม้เท้าสักอัน ผู้สูงอายุรวมถึงผู้ดูแลต้องพิจารณาเลือกสรรเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขนาดและรูปร่างของไม้เท้า รวมถึงความเหมาะสมของไม้เท้ากับตัวผู้สูงอายุ เพราะนอกจากมันจะช่วยเรื่องการเดินแล้ว ยังจะส่งผลถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอีกด้วย  
มีการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 65 ปี มีการใช้ไม้เท้าช่วยเดินมากถึง 16 – 24% เนื่องจากผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป มักจะมีความเสื่อมของร่างกายและอวัยวะต่างๆค่อนข้างมาก ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ลื่น พลัดตก หกล้ม มีมากขึ้นเช่นเดียวกัน ไม้เท้า จึงเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อผู้สูงอายุ การมีไม้เท้าจะช่วยพยุงร่างกายให้เกิดความสมดุล ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อต้องลุก นั่ง เดิน ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถเดินได้อย่างสะดวกคล่องแคล่ว ซึ่งจะส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจของผู้สูงอายุ

ลักษณะของไม้เท้าที่ดี ต้องสามารถช่วยรับแรงน้ำหนักตัวบางส่วนแทนขาข้างที่อ่อนแรงหรือมีอาการเจ็บปวด และช่วยเพิ่มความมั่นคงในการเคลื่อนไหว ซึ่งปัจจุบันไม้เท้ามีให้เลือกหลายหลายรูปแบบครับ ไปดูกันว่ามีชนิดใดบ้าง

1. ไม้เท้าแบบมาตรฐาน : เป็นไม้เท้าที่มีปุ่มรับน้ำหนักเพียงปุ่มเดียว โดยมีการลงน้ำหนักผ่านแขนซึ่งมีผลทำให้ความมั่นคงในการทรงตัวและการเคลื่อนไหวไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น คนที่ไม่ต้องการใช้แขนเป็นส่วนรับน้ำหนักแทนขา จึงไม่เหมาะกับไม้เท้าชนิดนี้

2. ไม้เท้าแบบพับ และแบบปรับระดับได้ : ไม้เท้าชนิดนี้มีปุ่มรับน้ำหนักเพียงปุ่มเดียวเช่นกัน แต่ได้รับออกแบบมาเพื่อช่วยให้สามารถใช้แขนในการรับน้ำหนักแทนขาได้มากขึ้น เนื่องจากมีจุดรับน้ำหนักอยู่ตรงกับตำแหน่งของมือที่จับไม้เท้า จึงช่วยให้สามารถใช้แขนรับน้ำหนักตัวบางส่วนได้ดีกว่าไม้เท้าแบบมาตรฐาน ไม้เท้านี้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการความสะดวกในการพกพา เวลาออกนอกบ้าน แต่ก็มีข้อควรระวังในการเลือกซื้อ คือการที่มันถูกพับเก็บอยู่บ่อยๆ อาจทำให้บางชิ้นส่วนได้รับความเสียหาย เมื่อนำมาใช้จึงอาจเกิดบัติเหตุได้ ดังนั้นก่อนที่จะซื้อไม้เท้านี้ ควรทดลองใช้ทดลองเดินเสียก่อน

3. ร่มไม้เท้า : ไม้เท้าชนิดนี้ลักษณะภายนอกจะเหมือนร่มที่ใช้กันแดดกันฝนทั่วๆไป แต่ที่แตกต่างคือส่วนของด้ามจับที่มีลักษณะเหมือนไม้เท้า สามารถใช้ค้ำยันร่างกายได้เหมือนกับไม้เท้าจริงๆ ทำให้ได้รับความนิยมไม่น้อยในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเวลาออกนอกบ้าน เพราะนอกจากจะใช้ประโยชน์จากตัวร่มได้แล้ว ยังใช้เป็นไม้เท้าได้อีกด้วย

4. ไม้เท้าแบบ 3 ขา และแบบ 4 ขา : ไม้เท้าปกติที่เราเห็นจะมีแค่ขาเดียว บางครั้งทำให้รับน้ำหนักผู้สูงอายุได้ไม่ไหว แต่ไม้เท้าชนิดนี้จะมี 3 และ 4 ขา ตามลำดับ โดยที่ปลายขาแต่ละด้านจะมีปุ่มรับน้ำหนัก ทำให้ไม้เท้ามีฐานรับน้ำหนักกว้าง ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถลงน้ำหนักที่แขนได้มากขึ้น และมีความมั่นคงในการทรงตัวและการเดินมากขึ้น และการที่ไม้เท้ามี 3 หรือ 4 ขานี้ ผู้สูงอายุจึงสามารถปล่อยมือจากไม้เท้าเพื่อหยิบจับสิ่งของ โดยที่ไม้เท้ายังตั้งอยู่ไม่ล้มได้

5. ไม้เท้าแบบวอล์กเกอร์ : ชนิดนี้มีรูปร่างใหญ่พอสมควร เนื่องจากมีขายึดหลายขา มีด้ามจับ และมีฐานที่มั่นคง จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการความสมดุลอย่างมาก รวมถึงผู้ที่กำลังทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บ แต่ด้วยรูปร่างร่างที่ค่อนข้างใหญ่ ไม้เท้าชนิดนี้จึงเหมาะที่จะใช้ภายในบ้านที่อยู่อาศัยมากกว่านำไปใช้ข้างนอก

6. รถเข็นช่วยเดิน : ชนิดนี้จะเรียกว่าเป็นไม้เท้า หรือเป็นรถเข็นช่วยเดินก็ได้ เพราะมันถูกพัฒนามาจาก ไม้เท้าแบบวอล์กเกอร์ โดยการเพิ่มล้อเข้าไปทั้ง 4 ข้าง พร้อมกับมีเบรคคล้ายจักรยานบริเวณด้ามจับ ช่วยป้องกันการลื่นไถล อีกทั้งยังออกแบบให้มีตะกร้าด้านหน้า จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่ชอบออกไปช้อปปิ้งหรือจ่ายตลาด  

หลังจากที่ได้รู้ว่าไม้เท้ามีกี่ชนิด แบบไหนอย่างไรบ้างแล้ว ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการพิจารณาเลือกไม้เท้ากันแล้วครับ ไปดูกันว่า จะเลือกไม้เท้าทั้งทีต้องพิจารณาที่อะไรบ้าง

วัสดุที่ใช้ : วัสดุที่นำมาใช้ทำไม้เท้ามีหลายชนิด แต่ละชนิดก็จะมีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ 
แบบไม้ มีความสวยงาม แข็งแรง เหนียวและทนต่อแรงบิด บางอันมีการแกะสลักลวดลายสวยงาม ทำให้นอกจากจะใช้ประโยชน์ในการช่วยพยุงตัวแล้ว ยังสามารถเก็บเป็นของสะสม หรือเก็บไว้ประดับตกแต่งบ้านได้ด้วยครับ 
แบบอลูมิเนียม จะมีความแข็งแรงทนทาน ไม่เป็นสนิม สามารถปรับระดับและพับเก็บได้ อีกทั้งยังเคลื่อนย้ายสะดวก ซึ่งเป็นแบบที่เหมาะกับผู้ป่วยและผู้สูงอายุมากที่สุดครับ

น้ำหนักของไม้เท้า : เมื่อเลือกซื้อไม้เท้า สิ่งที่จะลืมพิจารณาไม่ได้เลยก็คือเรื่องของน้ำหนัก เพราะไม้เท้าที่เบาเกินไปก็อาจแบกรับน้ำหนักได้ไม่มากพอ ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่มั่นคง หรือไม้เท้าที่หนักจนเกินไปก็อาจทำให้ผู้สูงอายุยกขึ้นยาก ซึ่งเสี่ยงต่อการหกล้มได้ง่าย ดังนั้นแนะนำให้เลือกไม้เท้าที่ทำมาจากวัสดุอลูมิเนียม ซึ่งจะดีกว่าไม้เท้าที่ทำมาจากไม้อัดแข็งโดยตรง เพราะมีน้ำหนักไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

สังเกตด้ามจับและปลายไม้เท้า : ลักษณะของไม้เท้าที่ดี ตรงปลายไม้เท้าควรมีดอกยางที่ช่วยยึดเกาะพื้นผิวต่างๆ แต่ดอกยางนั้นต้องไม่นิ่มเกินไปจนทำให้รู้สึกลื่น การมีดอกยางช่วยให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวด้วยความมั่นคงและรู้สึกปลอดภัย…ในส่วนของด้ามจับควรมีขนาดที่พอเหมาะ จับแล้วรู้สึกกระชับ พอดีมือของผู้สูงอายุ ไม่เล็กกะทัดรัดจนเกินไป วัสดุที่ใช้ควรเป็นยาง หรือพลาสติกที่ป้องกันการลื่นจากเหงื่อได้เป็นอย่างดี ด้ามจับไม้เท้า ซึ่งมีด้วยกันหลายประเภท ได้แก่

1. ด้ามจับแบบโค้ง : เป็นด้ามจับที่มักพบในไม้เท้าแบบมาตรฐานปรับระดับไม่ได้ ข้อดีของด้ามจับแบบโค้งคือสามารถแขวนเกี่ยวไว้กับขอบโต๊ะ หรือคล้องแขนไว้ในขณะที่ยังไม่ใช้งานได้

2. ด้ามจับที่ทำจากยาง : ด้ามจับช่วยให้ผู้ใช้สามารถจับหรือยึดไม้เท้าได้แน่นขึ้น จับถนัดมือมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนได้เมื่อชำรุด

3. ด้ามจับแบบ Ergonomics : เป็นด้ามจับที่ออกแบบมาเพื่อช่วยกระจายน้ำหนักของร่างกายไปทั่วมือแทนที่จะลงน้ำหนักที่จุดใดจุดหนึ่งเพียงจุดเดียว จึงเหมาะสำหรับคนที่มีอาการข้อมืออักเสบหรือใช้ข้อมือรองรับน้ำหนักเป็นส่วนมาก แต่ข้อด้อยของด้ามจับแบบนี้คือเหมาะสำหรับมือซ้ายหรือมือขวาเท่านั้น ขึ้นอยู่กับตอนเลือกซื้อ ไม่สามารถใช้สลับซ้ายขวาได้

4. ด้ามจับแบบ Derby : เป็นด้ามจับที่มีรูปร่างแบน แต่มีเส้นโค้งเล็กน้อย ทำให้จับได้ถนัดมือมากยิ่งขึ้นกว่าด้ามแบบโค้ง

ระดับความสูงของไม้เท้า : ความสูงของไม้เท้าเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจมากเช่นเดียวกัน เพราะถ้าไม้เท้ามีระดับที่สูงหรือต่ำจนเกินไป อาจส่งผลต่อหลังของผู้สูงอายุ ซึ่งระดับความสูงขณะยืนที่เหมาะสม ด้ามจับควรอยู่ในระดับเดียวกันกับข้อมือหรือหัวกระดูกตะโพกของผู้สูงอายุ ข้อศอกควรอยู่ในท่างอประมาณ 15 – 30 องศา เพื่อเป็นการทรงตัวเมื่อเริ่มเคลื่อนไหว ดังนั้นทางที่ดีควรให้ผู้สูงอายุได้ลองไม้เท้าด้วยตนเองก่อนเลือกซื้อ

นอกจากนี้ ก่อนการเลือกซื้อไม้เท้าควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากแพทย์จะแนะนำได้ว่าผู้สูงอายุควรใช้ไม้เท้าแบบใด โดยประเมินจากสภาพร่างกายของผู้สูงอายุในขณะนั้น เช่น หากมีปัญหาเรื่องข้อเข่าก็อาจใช้แบบมีขา หรือถ้าร่างกายกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นอาจจะใช้แบบมาตรฐานก็เพียงพอแล้ว เป็นต้น

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นหลักการและเป็นคำแนะนำเบื้องต้นเท่านั้นนะครับ เพราะอย่างไรก็ตามการเลือกซื้อเลือกใช้ไม้เท้าที่เหมาะสม ต้องคำนึงถึงความผิดปกติ สมรรถภาพทางร่างกาย สภาพแวดล้อม ระดับการรับรู้ ความสามารถในการตัดสินใจ การมองเห็น รวมถึงความแข็งแรงของร่างกายส่วนบนของผู้สูงอายุในขณะนั้นด้วย เพราะหากเลือกแบบที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่มีคุณภาพ อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้สูงวัยได้ และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในระยะยาว

เพราะฉะนั้น การเลือกไม้เท้าที่ถูกต้องเหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุแต่ละคน ประโยชน์โดยตรงที่ผู้สูงอายุจะได้รับก็คือช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ และหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุได้…ขณะเดียวกันประโยชน์ทางอ้อมที่ผู้สูงอายุจะได้รับก็คือสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง เพราะการเดินเป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ซึ่งสามารถช่วยควบคุมน้ำหนักได้ อีกทั้งยังเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดความเครียด ดังนั้นหากผู้สูงอายุมีกำลังใจหรือมีตัวช่วยให้อยากจะลุกขึ้นเดิน นอกจากจะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพจิตใจดีขึ้นตามไปด้วยครับ  

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
– สมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย https://bit.ly/3m4Yo6Z
– https://bit.ly/3nWGKTu
–  https://bit.ly/37aY6VV
–  https://bit.ly/3mbtQQW
–  https://bit.ly/37qttMv

บทความอื่นๆ

คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณจะมีเงินเก็บที่มากพอสำหรับชีวิตที่เหลืออยู่หลังเกษียณ เอลเดอร์จะมาพาทุกคนไปสำรวจตัวเองก่อนการวางแผนทางการเงินอย่างเป็นขั้นตอน แล้วจะไม่มีคำว่า “รู้งี้” หรือ “ถ้า...”
สารอาหารบางชนิดสามารถช่วยในเรื่องของการปรับอารมณ์ หรือเรียกว่า “อาหารสร้างสุข” เช่น อาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาล เป็นสารอาหารที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์ เนื่องจากระดับน้ำตาลที่พอเหมาะจะช่วยให้ผู้สูงวัยอารมณ์ดีขึ้น
error: Content is protected !!
Scroll to Top