หลายคนคงเคยสงสัยใช่ไหมครับว่า…..ทำไมในช่วงเวลาที่เราอารมณ์ไม่ดีนั้น วันนั้นจะหม่นหมองไปทั้งวัน ทำอะไรก็ไม่คล่องเอาซะเลย รู้สึกไม่สบายตัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย บางคนอาจจะมีภาวะความดันโลหิตสูงเลยทีเดียว สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะอารมณ์กับร่างกาย ทุกอย่างสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญยังไงล่ะครับ

เมื่อเราเจอเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกแย่ เกิดภาวะเครียด มีเหตุการณ์คับขัน มีเรื่องวิตกกังวล หรือมีความป่วยไข้ของร่างกาย ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมา เมื่อฮอร์โมนเหล่านี้เข้าสู่กระแสเลือดจะนำไปสู่อวัยวะสำคัญต่างๆ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงการทำงานของอวัยวะสำคัญๆ รวนเรไปหมด

เจ้าฮอร์โมนแห่งความเครียดหลักๆ เลยก็คือ คอร์ติซอล (Cortisol) คงจะสงสัยใช่ไหมครับว่า การที่ฮอร์โมนเหล่านี้สะสมในร่างกายโดยที่เราเองก็อาจจะไม่รู้ตัวว่า จะส่งผลเสียต่อร่างกายของเราอย่างไร

ซึ่งเจ้าฮอร์โมนคอร์ติซอล จะมีระยะเวลาการหลั่งที่แตกต่างออกไปคือ จะหลั่งออกมามากในเวลาเช้า เพื่อให้ร่างกายตื่นตัว พร้อมที่จะทำงานหรือทำสิ่งๆต่างในชีวิตประจำวัน และจะลดลงเรื่อยๆจนถึงเวลาเย็นหรือกลางคืน และฮอร์โมนตัวนี้จะหลั่งออกมามากก็คือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องพบเจอกับความตึงเครียดนั่นเอง หรือถ้าหากเมื่อใดที่เราใช้ชีวิตผิดเวลา นอนดึกตื่นสาย ตื่นกลางคืนนอนกลางวัน หรือต้องพบเจอกับความเครียดบ่อยๆ โดยไม่มีการออกกำลัง ออกแรงเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้าเหล่านั้น จะทำให้เกิดการสะสมฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายจนเกิดความไม่สมดุลขึ้นมา

คอร์ติซอลสามารถกำจัดออกไปได้ถ้าหากได้ออกแรงหรือได้ออกแรงออกกำลัง จะทำให้ฮอร์โมนนั้นถูกใช้ไป ความกดดัน หรือความเครียดจะหายไป

แต่ความเครียดหรือความกดดันมักจะเกิดขณะที่เราอาจจะนั่งทำงานอยู่ ขับรถ นั่งเฉยๆรำลึกถึงเรื่องราวที่เจ็บปวด รวมถึงการกระทำใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเครียดโดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าหากเกิดความเครียดบ่อยๆ จนหลั่งคอร์ติซอลออกมามากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน

หากมีฮอร์โมนคอร์ติซอลสะสมในร่างกายมากเกินไปจะส่งผลอย่างไรไปดูกันครับ

  1. ความดันโลหิตสูง คอร์ติซอลมีบทบาทช่วยกระตุ้นการสูบฉีดเลือดและเพิ่มความดันโลหิต หากร่างกายอยู่ในภาวะความดันสูงเรื้อรัง ก็อาจเกิดโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ อาจร้ายแรงถึงขั้นเกิดเส้นเลือดในสมองแตกได้
  2. น้ำตาลและไขมันในเลือดสูง เพราะคอร์ติซอลมีบทบาทช่วยเพิ่มน้ำตาลในเลือด เพื่อให้ร่างกายนำมาใช้เป็นพลังงาน อีกปัจจัยหนึ่งก็เป็นผลมาจากการกินไม่หยุดเวลาเครียด ซึ่งหากน้ำตาลและไขมันในเลือดสูงเกินไปก็เสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  3. การเรียนรู้และความจำแย่ลง เนื่องจากคอร์ติซอลจะส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้แย่ลง รวมถึงขัดขวางการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ด้วย จึงทำให้การเรียนรู้และความจำแย่ลงได้
  4. อ้วนและน้ำหนักขึ้น เนื่องจากคอร์ติซอลจะกระตุ้นความหิวโหย สังเกตว่าเวลารู้สึกเครียด มักอยากกินอาหารประเภท ของหวาน น้ำหวาน หรือฟาสต์ฟู้ด เมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลไม่สมดุล ร่างกายมีความเครียดมากเกินไป นอกจากจะทำให้อยากอาหารแล้ว ยังส่งผลต่อระบบเผาผลาญอีกด้วย

วิธีการป้องกันปัญหาที่จะเกิดจะภาวะอารมณ์เหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องยากทีเดียว เพราะส่วนใหญ่มักเกิดจากปัจจัยภายนอกที่ตัวผู้สูงอายุเองไม่สามารถควบคุมได้ ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัย หรือแม้กระทั่งคนรอบข้าง ก็มีส่วนทั้งหมด เช่น หากตื่นเช้ามาต้องมาพบเจอกับลูกหลานที่เอาแต่พูดจาแย่ๆใส่ ดูข่าวโทรทัศน์ที่มีแต่ข่าวอาชญากรรม สิ่งแวดล้อมรอบบ้านเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มักก่อให้เกิดความเครียดในผู้สูงอายุได้โดยไม่รู้ตัว แต่การจะไปคอนโทรลสิ่งรอบข้างให้เป็นดั่งที่ใจหวังทั้งหมดนั้นก็ดูเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย

ดังนั้นการบังคับจิตใจของตัวเองให้ปล่อยวางดูจะเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ดีที่สุด ตื่นเช้ามาปลดปล่อยฮอร์โมนคอร์ติซอลไม่ให้สะสมในร่างกายมากเกินไปด้วยการออกกำลังกายสักเล็กน้อย ทานอาหารที่อร่อยและมีประโยชน์ เปิดโทรทัศน์ดูสิ่งที่น่าสนใจให้ความบันเทิง  ปล่อยวางปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ไม่เก็บปัญหาไว้คนเดียว และใช้เวลาร่วมกับครอบครัวลูกหลานหรือคนที่รักบ่อยๆ จะสามารถช่วยให้ไม่เกิดความเครียดที่จะนำไปสู่การสะสมของฮอร์โมนคอร์ติซอลจนที่เป็นต้นเหตุของปัญหาโรคภัยหลายอย่างที่จะตามมาภายหลัง

นอกจากฮอร์โมนแห่งความเครียดแล้วหลายคนคงตั้งคำถามว่า เอ….แล้วมีฮอร์โมนแห่งความสุขหรือเปล่า ตอบเลยว่า มีครับ!!!

หากเราเริ่มต้นวันใหม่ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก ใช้ชีวิตในสิ่งที่ตนเองชอบ การพบเจอสิ่งดีๆเข้ามา การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนใกล้ตัว สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ร่างกายเราสร้างฮอร์โมนแห่งความสุขขึ้นมา ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกสงบ สบายใจ พึงพอใจในสิ่งต่างๆ ร่างกายจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันทีเลยครับ ซึ่งเจ้าฮอร์โมนแห่งความสุขนั้นก็ได้แก่

เอ็นโดรฟิน (Endorphin) เป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากต่อมใต้สมอง เปรียบเสมือนมอร์ฟีนธรรมชาติที่ร่างกายจะหลั่งขึ้นมาก็ต่อเมื่อมนุษย์มีความสุข การหลั่งเอ็นโดรฟินจะทำให้รู้สึกมีความสุข ความพึงพอใจ ผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม อิ่มอกอิ่มใจ คลายเครียด ทำให้อยากอาหารมากขึ้น ช่วยหลั่งฮอร์โมนเพศ และเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นเอ็นโดรฟิน ยังเป็นฮอร์โมนบรรเทาอาการปวดตามธรรมชาติที่ผลิตจากร่างกาย สามารถลดอาการเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อและลดอาการบาดเจ็บได้

วิธีเพิ่มฮอร์โมนเอ็นโดรฟินในร่างกาย

  • ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ หรือให้ความสนใจ
  • ออกกำลังกาย ประมาณ 20 นาทีขึ้นไป เพื่อกระตุ้นการหลั่งของเอ็นโดรฟิน
  • นั่งสมาธิ เดินจงกรม อย่างน้อย 30 นาที ทำให้จิตใจสงบ

โดพามีน (Dopamine) เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความพึงพอใจ รักใคร่ และยินดี เป็นสารที่หลั่งออกจากสมองกับเซลล์ประสาทในร่างกาย ซึ่งโดพามีนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทและสมอง ความจำ การเคลื่อนไหว และการเรียนรู้ ถ้าหากโดพามีนในร่างกายของเราต่ำเกินไปจะทำให้มีความรู้สึกหดหู่และซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ยังพบว่าในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโดพามีนต่ำเกินไปทำให้เป็นโรคพาร์กินสันได้ เพราะฮอร์โมนที่ลดลงทำให้ระบบการทำงานของประสาทและกล้ามเนื้อไม่สัมพันธ์กัน ทำให้มีการสั่น และก้าวขาไม่ออก

วิธีเพิ่มฮอร์โมนโดพามีนในร่างกาย

  • ออกกำลังกาย
  • รับประทานอาหารที่มีกรดอะมิโนและโปรตีนอย่างเพียงพอ เพราะโดพามีนสังเคราะห์มาจากกรดอะมิโนที่ชื่อ Tyrosin ซึ่งจะได้จากอาหารประเภทโปรตีนที่เรารับประทานอยู่ทุกวัน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ฯลฯ

เซโรโทนิน (Serotonin)

เป็นสารต้านความเครียดที่หลั่งจากสมองและหลั่งจากทางเดินอาหารที่มีผลกับการทำงานของกล้ามเนื้อ อารมณ์ พฤติกรรม และการนอนหลับ ถ้าระดับฮอร์โมนต่ำเกินไปจะทำให้เราหงุดหงิด นอนไม่ค่อยหลับ ไม่มีสมาธิ มีภาวะปวดศีรษะ เป็นไมเกรน หรืออาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้

วิธีเพิ่มฮอร์โมนเซโรโทนินในร่างกาย

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมน
  • กินอาหารที่มีโปรตีน เพราะเซโรโทนินสร้างมาจากทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนเอซิตตัวหนึ่งที่สามารถสังเคราะห์ฮอร์โมนได้ พบได้ในนม เนย ไข่แดง เนื้อสัตว์ ปลา ไก่งวง ถั่วลิสง ถั่วอัลมอนด์ อินทผลัมแห้ง กล้วย
  • ทำกิจกรรมหรือออกไปเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย
  • ออกไปรับแสงแดดอ่อนๆในยามเช้า
  • การเล่นกับสุนัขและแมวหรือสัตว์เลี้ยง

เห็นไหมครับว่า อารมณ์ และพฤติกรรมมีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนซึ่งจะมีผลต่อร่างกาย หากเราอยากมีสุขภาพแข็งแรง มีความสมดุลในร่างกาย ดังนั้นหากดูดูแลร่างกายแล้วก็อย่าลืมดูแลจิตใจของตัวเองให้แจ่มใสอยู่ตลอดเวลานะครับ หากวันไหนรู้สึกไม่สดใส เจอเรื่องให้ต้องเครียด ผมแนะนำให้ไปออกกำลังกายหรือนั่งสมาธิให้จิตใจสงบลง หรือจะออกไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวก็ได้นะครับ

#ผู้สูงอายุ #ภาวะอารมณ์ #สุขภาพ #ฮอร์โมน

ขอบคุณข้อมูลจาก

boonkit54.blogspot.com, ฮอร์โมนกับความเครียด.

honestdocs.co, คอร์ติซอล (Cortisol) ฮอร์โมนแห่งความเครียด.

phyathai.com, 8 ฮอร์โมนสำคัญของร่างกายที่ต้องทำความรู้จักและรับมือให้เป็น.

นพ. ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท, 8 เคล็ดลับ สร้างฮอร์โมนความสุขให้ตัวเอง.

บทความอื่นๆ

“เขาบอกว่า...ทำแบบนั้นแบบนี้แล้วจะเป็นมะเร็งเต้านม” ซึ่งเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ “เขา” ที่ว่านั้นคือใคร แล้วความเชื่อเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ยิ่งเพิ่มความกังวลเข้าไปใหญ่เลย เรามาดูความเชื่อผิดๆกันครับว่ามีอะไรบ้าง
ปัจจุบันมีปัญหาทั้งมลพิษในอากาศมากมาย ผู้สูงวัยจึงมีความเสี่ยงเกิดโรคเกี่ยวกับปอดได้ จึงควรบำรุงปอด ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์กันนะครับ
ยังไม่มีการศึกษาใดออกมารองรับว่า "ฟ้าทะลายโจร" สามารถป้องกันการตัดเชื้อโควิด19 ได้ โปรดศึกษาอย่างระเอียดก่อนทานนะครับ
error: Content is protected !!
Scroll to Top