“ไม่มีใครแก่เกินเที่ยว” ประโยคนี้หลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างใช่ไหมครับ นั่นก็เพราะการท่องเที่ยว ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นอกจากจะให้ความสนุกสนานแล้ว ยังช่วยให้ผู้สูงอายุผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังทำให้ผู้สูงอายุอยากจะลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวร่างกาย และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ มากกว่าที่จะนั่งเหงาอยู่บ้าน หรือกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงไปนั่นเองครับ

กลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่ จะเลือกพักผ่อนด้วยการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเป็นกำไรให้กับชีวิต และจะสังเกตได้ว่า ส่วนมากผู้สูงอายุจะมีเวลาท่องเที่ยวมากกว่านักท่องเที่ยววัยอื่นๆ เนื่องจากไม่มีภาระด้านการทำงานและภาระด้านครอบครัว ทั้งยังมีความพร้อมทางด้านการเงินที่สะสมมาจากการทำงาน รวมถึงการได้รับสวัสดิการจากภาครัฐฯ จึงไม่แปลกที่ผู้สูงอายุจะแสวงหาความสุขให้ตัวเองด้วยการท่องเที่ยว

การที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในอีก 1 – 2 ปีข้างหน้านี้ ทำให้ผู้สูงอายุกลายเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งข้อมูลจากองค์การการท่องเที่ยวโลก หรือ UNWTO มีการประมาณการว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือประมาณปีพ.ศ. 2573 ทั่วโลกจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้สูงอายุมากถึง 611 ล้านคน      

         ในขณะเดียวกัน จะเห็นว่านักท่องเที่ยวสูงอายุทั้งไทยและต่างชาติ นิยมเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย นั่นก็เพราะการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุของประเทศไทย มีนโยบายที่ชัดเจนในการรองรับนักท่องเที่ยวสูงอายุ ไม่ว่าจะเป็น การจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวพำนักระยะยาว (Long Stay) การพัฒนามาตรฐานด้านการบริการดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาด้านโครงสร้างและสถานที่ให้เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวของผู้สูงอายุ เช่น ห้องน้ำ ทางเดิน ทางลาด ที่นั่งพัก และรถเข็น เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าผู้สูงอายุจะเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวลูกหลาน หรือท่องเที่ยวกับกลุ่มผู้สูงอายุด้วยกันเอง ก็จำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ ไปดูกันว่า เมื่อผู้สูงวัยจะออกเที่ยว ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

10 เรื่องที่ต้องเตรียมต้องใช้ เมื่อผู้สูงวัยจะออกเที่ยว

1. วางแผนการท่องเที่ยวให้เหมาะสม 

ในการเดินทางท่องเที่ยวของผู้สูงอายุ สิ่งสำคัญคือเรื่องการวางแผนท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้การเที่ยวทุกครั้งราบรื่นและสนุกสนาน การวางแผนนั้นต้องพิจารณาทั้งในเรื่องสถานที่เที่ยว ที่พัก เสื้อผ้าของใช้ การเดินทางคมนาคม กิจกรรมที่ต้องทำ อาหารการกิน รวมถึงสภาพอากาศ ทั้งนี้การเลือกสถานที่ท่องเที่ยวควรคำนึงถึงระยะทางและความสมบุกสมบัน แนะนำว่าควรเป็นสถานที่ๆ รถยนต์สามารถเข้าถึงได้ เพื่อผู้สูงอายุไม่ต้องเดินไกล และไม่ต้องปีนป่าย เป็นต้น

2. จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และรถรับ – ส่งล่วงหน้า

เมื่อผู้สูงวัยจะออกเที่ยว หากเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศที่ต้องอาศัยเครื่องบินในการเดินทาง ผู้สูงอายุต้องจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าให้เรียบร้อย หากติดขัดหรือไม่สะดวกทำเอง อาจให้ลูกหลานจัดการดูแลเรื่องนี้ให้ เตรียมเอกสารการเดินทางให้พร้อม ติดต่อจองรถรับ – ส่งหรือรถนำเที่ยวเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ในกรณีที่เดินทางพร้อมลูกหลานและผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่องการเดินหรือปัญหาสุขภาพ ควรติดต่อสายการบินเพื่อขอใช้บริการวีลแชร์ไว้แต่เนิ่นๆ ด้วยครับ และสิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ การจองที่พักล่วงหน้า ซึ่งนอกจากจะดูวันเวลาและสถานที่เข้าพักแล้ว ก็ควรเช็คความพร้อมของที่พักให้ดีว่าสถานที่นั้นสะดวกสบายต่อการเข้าพักของผู้สูงอายุหรือไม่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง และมีความสะอาดมากน้อยแค่ไหน เป็นต้น

3. ตรวจสุขภาพ – ฉีดวัคซีนให้พร้อม และอย่าลืมทำประกันการเดินทาง

ในกรณีที่ผู้สูงอายุจะเดินทางท่องเที่ยวไกลหลายวัน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวต่างประเทศ จำเป็นต้องตรวจสุขภาพให้พร้อม นอกจากนี้ยังต้องดูว่าประเทศที่จะเดินทางไปนั้นมีข้อกำหนดเรื่องวัคซีนหรือไม่ เพราะบางประเทศจะเข้าประเทศได้ก็ต้องฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ เสียก่อน เนื่องจากผู้สูงอายุมีโอกาสเจ็บป่วยมากกว่าวัยหนุ่มสาว ดังนั้นควรศึกษาและวางแผนให้ดีตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในช่วงใกล้เดินทาง…ที่สำคัญควรทำประกันสุขภาพและประกันอุบัติให้ครอบคลุมทุกกรณี ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้เดินทางได้อย่างสบายกาย – สบายใจ เที่ยวที่ไหนก็สนุกครับ

4. เตรียมจัดกระเป๋าล่วงหน้า

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งเมื่อผู้สูงวัยจะออกเที่ยว ก็คือเรื่องของการจัดเตรียมกระเป๋า ผู้สูงอายุหลายท่านที่ไม่ได้เดินทางบ่อยอาจไม่ถนัดเรื่องการจัดกระเป๋า ดังนั้นลูกหลานหรือคนในครอบครัวควรช่วยจัดกระเป๋าให้ และควรจัดเตรียมล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ ซึ่งนอกจากจะดูว่าสิ่งใดที่จำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องนำไปแล้ว ก็ควรเลือกกระเป๋าแบบล้อลากมากกว่ากระเป๋าแบบหิ้วหรือกระเป๋าเป้ เพื่อให้สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย อีกทั้งควรพกขนมหรืออาหารว่างที่มีน้ำหนักเบาเล็กๆ น้อยๆ ไปด้วย เพื่อกินรองท้องระหว่างการเดินทาง

5. ยาประจำตัว และยาสามัญประจำบ้าน ห้ามลืมเด็ดขาด

นอกจากยาดม ยาอม ยาหม่องแล้ว ในการเดินทางท่องเที่ยวต้องไม่ลืมเตรียมยาสามัญประจำบ้านติดตัวไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ไข้ ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย พลาสเตอร์ปิดแผล ฯลฯ รวมถึงยาประจำตัวในกรณีมีโรคประจำตัว และต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนออกเดินทางว่าได้นำยาใส่กระเป๋าไปแล้วจริงๆ หรือหากเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรเตรียมใบรับรองแพทย์ในการวินิจฉัยโรคไปด้วย เพราะหากเกิดอาการกำเริบขณะเดินทางจะได้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรได้อย่างถูกต้องครับ

6. ตรวจสอบสิทธิ์ผู้สูงอายุ

ในการท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ นั้น บางสถานที่จะมีการเก็บค่าผ่านประตู และมักจะมีบัตรค่าเข้าในราคาผู้สูงอายุ หรือบางแห่งอาจมีส่วนลดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยววัยเกษียณ ดังนั้น เมื่อผู้สูงวัยจะออกเที่ยว ก็ควรตรวจสอบสิทธิ์ของผู้สูงอายุให้ดีก่อน เพื่อสิทธิประโยชน์ในการท่องเที่ยวครับ

7. ดูแลและจัดเตรียมเรื่องอาหาร
หลายคนมีคำถามว่า เมื่อผู้สูงวัยจะออกเที่ยว ต้องเตรียมตัวอย่างไร? โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องอาหารการกิน อีกทั้งผู้สูงอายุบางท่านมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหารประเภทต่างๆ ดังนั้นการไปเที่ยวและไปรับประทานอาหารตามร้านอาหารต่างๆ ตัวผู้สูงอายุเองรวมถึงลูกหลานที่ร่วมเดินทางไปด้วย ควรตรวจสอบให้ดีว่าเมนูประเภทใดที่ผู้สูงอายุสามารถทานได้ หรือเมนูใดที่ไม่สามารถทานได้ ซึ่งต้องระวังเรื่องอาหารที่หวานจัด เค็มจัด เผ็ดจัด หรือไขมันสูง

8. ควรพกโทรศัพท์มือถือติดตัวด้วย

ไม่ว่าจะท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนหรือเที่ยวกับลูกหลาน ผู้สูงอายุควรพกโทรศัพท์มือถือติดตัวไว้ด้วย และควรบันทึกเบอร์บุคคลในครอบครัวและเบอร์ฉุกเฉินไว้ด้วย เช่น เบอร์โรงแรมที่พัก เบอร์ของบริษัททัวร์ เบอร์แพทย์ประจำตัว แต่หากผู้สูงอายุไม่สะดวกที่จะพกโทรศัพท์ ก็ควรจดเบอร์คนในครอบครัว เบอร์โทรและที่อยู่โรงแรม รวมถึงที่อยู่บ้านติดตัวท่านไว้ด้วย ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการพลัดหลง เรียกว่ากันไว้ดีกว่าแก้ครับ

สำหรับเบอร์โทรฉุกเฉินที่ควรบันทึกไว้ในโทรศัพท์ แนะนำ 8 เบอร์หลักๆ ดังนี้
1669 เจ็บป่วยฉุกเฉิน : ระหว่างเดินทางท่องเที่ยว หากเกิดเจ็บป่วยกะทันหัน สามารถโทรเบอร์นี้ได้เลย โดยแจ้งอาการป่วยและพิกัดที่อยู่ จะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลใกล้เคียง ไปยังจุดที่คุณอยู่ในทันที
1554 หน่วยกู้ชีพ วชิรพยาบาล : ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว หากเกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บ สามารถติดต่อไปที่หน่วยกู้ชีพ วชิรพยาบาล ซึ่งจะได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
191 เหตุด่วนเหตุร้าย : เป็นเบอร์ศูนย์กลางในการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย โดยทางศูนย์จะติดต่อไปยังหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ใกล้เคียงของคุณอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุบนท้องถนน ถูกคนร้ายปล้นจี้เอาทรัพย์สิน หรือโดนแก๊งมือบอนขว้างปาก้อนหินใส่รถขณะกำลังขับขี่ สามารถโทรแจ้ง 191 ได้เลย
1155 ตำรวจท่องเที่ยว  : หากเกิดเหตุฉุกเฉินขณะเดินทางท่องเที่ยว สามารถติดต่อ 1155 ได้เลย ซึ่งจะมีตำรวจที่คอยรับเรื่องเฉพาะ
1543 สายตรงทางด่วน  : อุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินบนทางด่วนสามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นหากเกิดเหตุคุณสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือที่เบอร์นี้ได้โดยตรงครับ  
1193 ตำรวจทางหลวง : เมื่อมีเหตุด่วนเหตุร้ายบนทางหลวง การติดต่อไปยังตำรวจทางหลวงโดยตรงคุณจะได้รับความช่วยเหลือที่รวดเร็ว
1146 กรมทางหลวงชนบท : เบอร์นี้เป็นหมายเลขสำหรับแจ้งเหตุเมื่อคุณกำลังขับรถอยู่บนเส้นทางของทางหลวงชนบท ซึ่งจะได้รับความช่วยเหลือได้เร็วกว่าการแจ้งตำรวจทางหลวงครับ
1192 แจ้งรถหาย : ปัญหารถหายสามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมื่อแวะตามร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ ดังนั้นควรมีเบอร์นี้ติดไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน

9. เผื่อเวลาในการเดินทาง
สำหรับลูกหลานที่จะเดินทางท่องเที่ยวกับผู้สูงอายุ ต้องเข้าใจก่อนว่าผู้สูงอายุไม่ได้เคลื่อนไหวกระฉับกระเฉงเช่นหนุ่มสาว จึงอาจจะต้องใช้เวลามากกว่าปกติในการท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมแต่ละอย่าง ดังนั้นควรเผื่อเวลาในการเดินทางล่วงหน้าไว้ เพื่อที่ผู้สูงอายุจะได้ไม่ต้องเร่งรีบและเหนื่อยกับการเดินทางมากเกินไปครับ

10. เตรียมแผนสำรองล่วงหน้า

เมื่อผู้สูงวัยจะออกเที่ยว ต้องเผื่อใจไว้สักหน่อย เพราะบางครั้งการท่องเที่ยวที่เราวาดฝันไว้ อาจไม่สวยงามอย่างที่คิด และอาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการเตรียมวางแผนสำรองล่วงหน้าไว้จะช่วยให้รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีสติครับ 

ในกรณีที่ผู้สูงอายุเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว โดยมีลูกๆ หลานๆ เป็นผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้ สิ่งที่ลูกหลานต้องใส่ใจและคำนึงถึงเสมอก็คือ
1. การเดินทาง ต้องไม่เดินทางไกลมากจนเกินไป หากเป็นการท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางไกล ควรมีการแวะพักค้างคืนระหว่างเดินทาง เพื่อให้ผู้สูงอายุไม่หนักและเหนื่อยจนเกินไป และระหว่างเดินทาง ควรมีการแวะพักเข้าห้องน้ำให้บ่อยขึ้น  
2. หากผู้สูงอายุไม่สามารถเดินหรือเคลื่อนไหวได้โดยสะดวก เมื่อผู้สูงวัยจะออกเที่ยว บนรถควรมีการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น วีลแชร์ เป็นต้น

3. จัดให้มีสถานที่เที่ยวหลากหลายสไตล์ การจัดโปรแกรมท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุนั้น หลายคนอาจมองว่าผู้สูงอายุต้องเที่ยวเข้าวัด – ไหว้พระ เท่านั้น แต่ความจริงแล้วผู้สูงอายุสามารถเที่ยวที่ไหนก็ได้ หลากหลายสไตล์ เพียงแต่สถานที่ๆจะไปนั้นควรมีการเดินทางที่สะดวก หรืออาจมีอุปกรณ์และข้าวของเครื่องใช้ที่ตอบโจทย์ของผู้สูงอายุนั่นเอง
4. เข้าใจและเอาใจใส่ ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มวัยที่ลูกหลานต้องเข้าใจและเอาใจใส่เป็นอย่างมาก เมื่อผู้สูงวัยจะออกเที่ยว ลูกหลานต้องเข้าใจว่าท่านอาจจะเดินช้า หรือทำอะไรค่อนข้างช้า ดังนั้นการจัดโปรแกรมเที่ยว ห้ามจัดให้โปรแกรมแน่นจนเกินไป ซึ่งอาจจะทำให้การเดินทางไม่สะดวกและทำให้ท่านไม่สนุกไปด้วย ดังนั้นต้องเข้าใจรับฟังผู้สูงอายุด้วย ถ้าจะให้ดี ลองสอบถามผู้สูงอายุด้วยว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้าง

สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการจัดทริปไปท่องเที่ยวด้วยกันเองในกลุ่มเพื่อนฝูงหรือต้องการไปเปิดหูเปิดตา ได้รู้จักกลุ่มเพื่อนในวัยเดียวกัน ธุรกิจทัวร์ผู้สูงอายุก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันมีหลายบริษัททัวร์ที่เปิดให้บริการนี้ ตัวอย่างเช่น
– บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด https://www.tourfahsai.com/
– บริษัท ฟิฟตี้พลัส ฮอลิเดย์  http://www.50plusholiday.co.th/
– บริษัท ไทยฟลาย ทราเวล จำกัด https://www.thaifly.com/

ข้อดีของการใช้บริการธุรกิจทัวร์ผู้สูงอายุคือ
1. ไม่ต้องวางแผนหรือจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเอง รวมไปถึงเรื่องตั๋วเครื่องบิน รถโดยสาร หรือรถรับส่ง บริษัททัวร์ก็จัดการดูแลให้ ผู้สูงอายุแค่เตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมกระเป๋าเดินทางให้พร้อมเท่านั้นเอง
2. หากเลือกเที่ยวกับบริษัททัวร์ผู้สูงอายุจะได้เปิดหูเปิดตา และเป็นโอกาสที่จะได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ในวัยเดียวกันด้วย
3. บริษัททัวร์บางแห่ง จะมีการจัดพยาบาลร่วมทริปตลอดการเดินทาง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยผู้สูงอายุต้องให้ข้อมูลก่อนการเดินทางว่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้าง แพ้ยาหรืออาหารประเภทไหน เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้สูงอายุเอง
4. บริษัททัวร์ส่วนใหญ่ จะมีการจัดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ระหว่างการเดินทาง เช่น เกมฝึกสมองง่ายๆ เพื่อให้ผู้สูงวัยได้ฝึกทักษะ และมีส่วนร่วมในการท่องเที่ยว

ได้ยินได้ฟังแบบนี้แล้ว เชื่อว่าผู้สูงอายุหลายท่านคงอยากจะเตรียมแพ็คกระเป๋า ชวนลูกชวนหลานไปเที่ยวกันแล้วใช่ไหมละครับ เพราะเชื่อว่าไม่ว่าจะเที่ยวที่ไหนกับใครก็คงไม่สุขใจเท่าเที่ยวกับลูกหลาน…แล้วอย่าลืมถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจมาฝากกันด้วยนะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
–  
–  



บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top