เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงปลายปี ประเทศไทยมักมีอากาศที่เริ่มหนาวเย็นลง ส่งผลให้หลายคนเกิดอาการเจ็บไข้ไม่สบายมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุแล้ว การที่อากาศหนาวเย็นลงแบบนี้ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้หลายประการ และอาจร้ายแรงอย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียวครับ ไปดูกันว่า โรคภัยที่เกิดกับผู้สูงวัยในหน้าหนาว มีโรคอะไรที่ควรระวังไว้บ้าง?

โรคติดต่อทางการหายใจ ฤดูหนาวเป็นช่วงที่เชื้อโรคและฝุ่นละอองต่างๆ สะสมตัวลอยอยู่ในอากาศ จึงส่งผลให้เกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิม จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคติดต่อทางการหายใจได้ง่าย เช่น โรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ ซึ่งในผู้สูงอายุอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อ เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ 

  • ไข้หวัด โดยส่วนใหญ่ไข้หวัดจะไม่มีภาวะแทรกซ้อน สามารถหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ ด้วยการดูแลรักษาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และการรับประทานยาลดไข้
  • ไข้หวัดใหญ่ สำหรับไข้หวัดใหญ่ มักมีอาการมากใน 3 – 4 วันแรก ได้แก่ อาการไข้, ปวดศีรษะ, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หลังจากนั้นอาจมีอาการเจ็บคอ ไอแห้งๆ คัดจมูก น้ำมูกไหล ซึ่งโดยทั่วไปมักมีอาการประมาณ 7 – 10 วัน แต่สำหรับผู้สูงอายุอาจมีอาการไม่ชัดเจน บางครั้งอาจมีไข้ อ่อนเพลีย ซึม สับสน ซึ่งวินิจฉัยได้ยาก
  • โรคภูมิแพ้ ในคนทั่วไปรวมถึงผู้สูงอายุที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ช่วงฤดูหนาวบวกกับมลภาวะและสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน อาจยิ่งกระตุ้นให้ภูมิแพ้ที่ซ่อนอยู่กำเริบขึ้นมาได้ โดยอาจมีอาการคันจมูก คันตา จาม มีน้ำมูกใสๆ คัดจมูกอยู่ตลอดได้ บางรายอาจมีผื่นนูนคันเวลาอากาศเย็น

วิธีป้องกันและรับมือกับโรคติดต่อทางการหายใจ
1. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ๆ การระบายอากาศไม่ดีหรือที่ๆมีอากาศเย็นมาก เช่น โรงภาพยนตร์ ตลาดที่มีผู้คนอยู่หนาแน่น
2. หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง และล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการได้รับเชื้อโรคจากผู้อื่น
3. ควรงดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงและความรุนแรงของการติดเชื้อในทางเดินหายใ
4. ในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ, โรคหอบหืด, โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง, โรคไต, โรคเบาหวาน รวมถึงผู้สูงอายุที่ป่วยอัมพฤกษ์ – อัมพาต ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของโรคติดต่อทางการหายใจได้

การกำเริบรุนแรงของโรคในระบบไหลเวียนเลือด

ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ผู้สูงอายุมักขาดการออกกำลังกาย บวกกับการกินอาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งจะทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจมีความต้องการออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น หากมีโรคของระบบไหลเวียนเลือดเป็นโรคประจำตัวอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือโรคหลอดเลือดสมอง อาจทำให้โรคเดิมกำเริบขึ้นมาได้ ยิ่งผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูงอยู่ ก็อาจมีความดันโลหิตสูงขึ้นได้ในฤดูหนาวแบบนี้ด้วยเช่นกัน

วิธีป้องกันการกำเริบรุนแรงของโรคในระบบไหลเวียนเลือด
1. ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
2. ใส่ใจดูแลเรื่องอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนื้อหมูติดมัน
3. รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ
4. หมั่นสังเกตตัวเองว่ามีความผิดปกติจากโรคประจำตัวเกิดขึ้นหรือไม่ เช่น มือบวมเท้าบวม เหนื่อยง่าย รู้สึกเจ็บหรือแน่นหน้าอกในขณะออกแรงหรือออกกำลังกาย หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน  

ปัญหาเรื่องผิวหนัง

เมื่ออายุมากขึ้นการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายจะลดลง ต่อมไขมันก็เช่นเดียวกัน ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีไขมันใต้ผิวหนังน้อยลง จึงมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศแห้งและมีความชื้นในอากาศน้อยอย่างฤดูหนาว ยิ่งผู้สูงอายุอาบน้ำอุ่นก็จะยิ่งชะล้างไขมันที่ผิวหนังออกไปอีก ซึ่งส่งผลให้ผิวแห้ง มีอาการคัน ลอก และอาจเกิดผื่นผิวหนังอักเสบได้

การป้องกันและรับมือกับปัญหาผิวหนังในผู้สูงอายุ
1. ควรทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ โดยการสวมเสื้อผ้าหนาๆในช่วงที่อากาศหนาวเย็น
2. ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัด และไม่ควรอาบน้ำนานๆ หรือขัดถูตัวแรงๆ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น
3. เลือกใช้ครีมอาบน้ำหรือสบู่อ่อนๆ เช่น สบู่สำหรับเด็ก
4. หลังอาบน้ำควรทาโลชั่นบำรุงผิวโดยเลือกประเภทที่ใช้กับผิวเด็ก ซึ่งจะอ่อนโยนและปลอดภัยกับผิวมากกว่า  

ภาวะที่อุณหภูมิของร่างกายลดลงมากผิดปกติ

ในช่วงฤดูหนาวเรามักจะเห็นข่าวการเสียชีวิตของผู้สูงอายุเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวจัด โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในชนบทห่างไกล เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เนื่องจากประสาทรับรู้อากาศที่ผิวหนังของผู้สูงอายุมีความไวลดลง เมื่อผู้สูงอายุเจอกับอากาศที่หนาวเย็น ร่างกายก็ไม่สามารถตอบสนองด้วยการหนาวสั่น หรือการหดตัวของกล้ามเนื้อ เพื่อให้เกิดความอบอุ่นได้ดีเหมือนคนหนุ่มสาว อีกทั้งระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหลอดเลือดที่ผิวหนังไม่ให้สูญเสียความร้อนออกจากร่างกายก็เสื่อมลงเช่นกัน ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงผิดปกติและอาจเสียชีวิตได้

วิธีรับมือกับโรคภัยที่เกิดกับผู้สูงวัยในหน้าหนาว อย่างภาวะที่อุณหภูมิของร่างกายลดลงมากผิดปกติ
1. ให้ความอบอุ่นกับร่างกายอยู่เสมอ โดยการสวมเสื้อผ้าหนาๆ และห่มผ้าเวลานอน
2. หลีกเลี่ยงสถานที่ๆ มีอากาศหนาวเย็นจัด และเลี่ยงการเปิดแอร์เวลานอน
3. เลือกรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ให้ความอบอุ่นกับร่างกายแทนเครื่องดื่มเย็นๆ  

ปวดข้อ

เป็นอีกหนึ่งโรคภัยที่เกิดกับผู้สูงวัยในหน้าหนาว ทั้งนี้จะพบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักมีปัญหาปวดกระดูกปวดข้อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งในช่วงฤดูหนาว อากาศที่หนาวเย็นอาจไปกระตุ้นให้โรคข้ออักเสบ เช่น โรครูมาตอยด์ อาจมีอาการรุนแรงขึ้นได้

วิธีป้องกันและรับมือกับปัญหาปวดข้อในหน้าหนาวของผู้สูงอายุ
1. การรักษาร่างกายให้อบอุ่น เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของการป้องกันปัญหาปวดข้อในหน้าหนาวของผู้สูงอายุ
2. พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นให้ข้อและกระดูกมีอาการปวดมากขึ้น เช่น การนั่งพับเพียบ การยกของหนัก
3. ผู้สูงอายุควรมีการบริหารร่างกายเบาๆ เพื่อให้กระดูกและข้อได้มีการเคลื่อนไหวและแข็งแรงขึ้น แต่หากพบว่ามีอาการปวดรุนแรงควรรีบพบแพทย์จะเป็นการดีที่สุดครับ  

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=785
https://allwellhealthcare.com/winter-disease/
https://www.dailynews.co.th/politics/804534 https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/548166/

บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top