เต้าหู้ วัตถุดิบสำคัญในการนำมาปรุงอาหารที่หลาย ๆ คนรู้จักและคุ้นเคย มีคุณประโยชน์ที่สำคัญและดีต่อสุขภาพหลายด้าน ซึ่งที่สำคัญคือ เต้าหู้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่ได้จากถั่วเหลือง สามารถเทียบเท่าเนื้อสัตว์ได้ หรือเรียกได้ว่าค่อยข้างเหมาะกับผู้สูงวัยมากกว่าเนื้อสัตว์ครับ เพราะถ้าผู้สูงอายุทานเนื้อสัตว์ จะเคี้ยวยาก ย่อยยาก ทำให้ท้องอืด เอลเดอร์จึงอยากแนะนำให้ทานโปรตีนจากเต้าหู้แทน หรืออาจจะทานสลับกับเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนจากหลายแหล่งครับ

เต้าหู้ทำมาจากอะไร

เต้าหู้ทำมาจากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ในถั่วเหลืองจะมีสารกลุ่มไอโซฟลาโวน (Isoflavones) เช่น เจนีสทีน (genistein) เดดซีน (daidzein) และไกลซิทีน (glycitein) ซึ่งจัดเป็นสารจากพืชที่มีฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน (phytoestrogen) ฮอร์โมนที่มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการทำงานของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง 

สำหรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่า ถั่วเหลืองมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ มีผลช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ มีผลต่อการเรียนรู้และจดจำ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องผ่านการหมักดอง เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้นั้นเอง ซึ่งขอบอกว่าเต้าหู้สามารถหาซื้อได้ง่าย สะดวกต่อการนำไปปรุงอาหาร และดีสำคัญคุณประโยชน์เต็มเปี่ยม

ชนิดของเต้าหู้ที่เหมาะกับผู้สูงวัย

เอลเดอร์ขอแนะนำเต้าหู้แต่ละชนิดว่ามีอะไรบ้าง และเหมาะนำไปปรุงอาหารเมนูอะไรได้บ้าง เต้าหู้ในปัจจุบันมีหลากหลายชนิด แตกต่างจากในอดีต จึงทำให้ง่ายและสะดวกแก่การนำไปปรุงอาหาร โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงวัยที่ทานง่าย และย่อยง่าย ไปดูกันดีกว่าครับว่ามีชนิดใดบ้าง

1. เต้าหู้อ่อน  เป็นเต้าหู้ขาวอ่อนเนื้อนิ่มเบา มีกลิ่นหอม มีปริมาณน้ำมาก จึงนิยมตักขายโดยห่อใบตองเพื่อไม่ให้น้ำซึมออกมา  
วิธีการนำไปปรุงอาหาร : นิยมนำไปทำให้อาหารให้คนป่วยที่ต้องการรสสัมผัสที่อ่อนนุ่ม เนื่องจากทานง่าย สามารถกลืนได้สำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงวัยที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยว
เมนูอาหาร เช่น เต้าหู้อ่อนยัดไส้เห็ดปรุงรส เต้าหู้ทรงเครื่อง เต้าหู้นึ่งซอสโชยุ หรือแกงจืดเต้าหู้สอดไส้เนื้อปลา

2. เต้าหู้แข็ง เป็นเต้าหู้ที่มีเนื้อแข็งสีขาวนวลออกครีมๆ เป็นก้อนสี่เหลี่ยมมีความหนาประมาณ 1 เซนติเมตร 
วิธีการนำไปปรุงอาหาร :  เหมาะสำหรับอาหารหลายชนิดแต่ที่สำคัญต้องทอดให้เหลืองก่อน เวลานำไปทำอาหารจะไม่เละยังคงเป็นชิ้นน่ารับประทาน
เมนูอาหาร เช่น เต้าหู้ผัดใบตั้งโอ ต้มซุปเต้าหู้  หรือไข่พะโล้กับเต้าหู้

3. เต้าหู้เหลือง มีทั้งแบบชนิดอ่อน และแข็งมีสีเปลือกสีเหลือง มีรสชาติเค็มกว่าเต้าหู้อ่อน
วิธีการนำไปปรุงอาหาร : นำก้อนเต้าหู้ไปแช่ในน้ำเกลือแล้วนำไปจุ่มสีเหลืองหรือขมิ้น เพื่อให้รู้ว่าเต้าหู้ชนิดนี้มีรสเค็มและยืดอายุการเก็บ
เมนูอาหาร เช่น เต้าหู้ทอด ผักเปรี้ยวหวานเต้าหู้ หรือนำไปใส่ในผัดไทย หรือก๋วยเตี๋ยวหลอด

4. ฟองเต้าหู้ เป็นสิ่งที่ได้จากการต้มน้ำเต้าหู้ (น้ำนมถั่วเหลือง) ต้มจนมีความเข้มข้น สังเกตเห็นผิวหน้าของน้ำเต้าหู้จับตัวกันเป็นแผ่น
วิธีการนำไปปรุงอาหาร :  สามารถนำมารับประทานได้ ฟองเต้าหู้มีทั้งแบบชนิดเปียก และแบบแห้ง ซึ่งแบบแห้งต้องนำฟองเต้าหู้ที่ได้ไปตากหรืออบจนแห้ง มันนิยมนำมาใส่ในแกงจืด 
เมนูอาหาร เช่น ฟองเต้าหู้ทอด ฟองเต้าหู้สดนึ่งบ๊วบ ต้มผักกาดดองฟองเต้าหู้สด หรือแกงจืดวุ้นเส้นฟองเต้าหู้สด

ประโยชน์ของเต้าหู้

นอกจากเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีที่ได้จากถั่วเหลืองแล้ว เต้าหู้ยังมีประโยชน์อีกมากมายหลายอย่าง ทั้งในทางสุขภาพและด้านความงาม ไปดูกันดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้าง

  1. ทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โปรตีนในถั่วเหลือง ถือเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดี มีโปรตีนสูงเทียบเท่ากับนมวัว (แต่มีแคลเซียมน้อยกว่า เพียง 1 ใน 5 ของนมวัวเท่านั้น) สามารถใช้ทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ เพราะมีกรดอะมิโนจำเป็นอยู่หลายชนิดในปริมาณที่สมดุลมากกว่าถั่วชนิดอื่น
  2. ลดระดับคอเลสเตอรอล กรดไขมันไม่อิ่มตัวในถั่วเหลืองสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ ถึง 15-20% โดยผลจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาเลียนที่ได้ทำการทดลองในคนไข้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลมากกว่า 300 เนื่องมาจากพันธุกรรม และจากการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีโปรตีนจากถั่วเหลือง 25 กรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีระดับไขมันเลว (LDL) ลดลงร้อยละ 18 และมีระดับไขมันดี (HDL) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20
  3. ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ และสมาคมแพทย์โรคหัวใจในสหรัฐฯ ให้คำแนะนำว่า ให้รับประทานโปรตีนจากถั่วเหลืองวันละ 25 กรัม จะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้ และช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด (สารไฟโตเอสโตรเจน)
  4. ลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้ (แอนดริว พี โกลด์เบิร์ก) และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ดร.เดวิด เจนคินส์ ยังกล่าวว่า ถั่วเหลืองเป็นพืชที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีที่สุด
  5. ช่วยป้องกันการขาดแคลเซียม ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ลดความรุนแรงของโรคกระดูกผุ ช่วยลดการสลายของกระดูก และป้องกันโรคกระดูกพรุน
  6. มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคไต สำหรับผู้สูงวัยที่เป็นโรคไตที่ต้องจำกัดการรับประทานโปรตีนและคอเลสเตอรอล แต่โปรตีนจากถั่วเหลืองเป็นอาหารที่ผู้ป่วยโรคไตสามารถรับประทานทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ โดยพบว่าการทำงานของไตดีขึ้น และยังช่วยลดอุบัติการณ์ของการเกิดโรคนิ่วในไตได้อีกด้วย
  7. ช่วยควบคุมน้ำหนักไม่ให้ผู้สูงวัยเสี่ยงต่อภาวะอ้วน ซึ่งมีผลเสี่ยงต่อสุขภาพด้านอื่น ๆ การรับประทานถั่วเหลืองก่อนมื้ออาหารพร้อมกับอาหารที่มีกากไขมันสูง จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น มีผลทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง สามารถช่วยควบคุมน้ำหนักได้ในผู้สูงวัยได้
  8. ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยเพิ่มความจำ เนื่องจากถั่วเหลืองอุดมไปด้วยวิตามินบีหลายชนิด
  9. ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่เพื่อทดแทนเซลล์เก่า สารอาหารบางชนิดที่อยู่ในเต้าหู้สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่เพื่อทดแทนเซลล์เก่า ทำให้ไขมันใต้ผิวหนังไม่จับตัวกันเป็นก้อน จึงช่วยเสริมสร้างความงามให้กับเรือนร่างได้
  10. ช่วยเรื่องผิว ทำให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวล ในถั่วเหลืองมีไขมันสูง โดยมีน้ำมันอยู่ร้อยละ 12-20 น้ำมันจากถั่วเหลืองมีส่วนประกอบของไขมันไม่อิ่มตัวอยู่หลายชนิด ที่เป็นกรดไขมันจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็กและทารก ช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ผิวหนัง จึงเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ และยังมีวิตามินอีซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในไขมันอีกด้วย
  11. ช่วยบำรุงผมของผู้สูงวัย เพราะในถั่วเหลืองมีโปรตีนสูง จึงช่วยเสริมสร้างเส้นผมใหม่ได้

วิธีเลือกซื้อเต้าหู้

เอลเดอร์เอาวิธีการเลือกซื้อเต้าหู้มาฝากผู้สูงวัยทุกท่าน เพื่อให้ได้วัถุดิบที่ดีและมีคุณภาพนำมาปรุงอาหาร เต้าหู้สามารถหาซื้อได้ง่ายครับ แต่ละที่จะมีแหล่งขายแตกต่างกันไป ไปดูวิธีการเลือกซื้อกันครับ

  1. ทดสอบว่าเต้าหู้ยี่ห้อนั้นใส่สารกันบูดหรือไม่ โดยการนำมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องหนึ่งวันถ้าเสียแสดงว่าไม่ใส่สารกันบูด
  2. ต้องไม่มีเหงื่อหรือน้ำขุ่นขาวซึมออกมาจากเต้าหู้
  3. เมื่อดมดูแล้วต้องไม่มีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นเปรี้ยว
  4. สีใกล้เคียงกันทั้งก้อนไม่คล้ำ และไม่มีจุดด่างดำ

เมนูแนะนำจากเต้าหู้

วันนี้เอลเดอร์นำเมนูอาหารที่ปรุงจากเต้าหู้มากฝากผู้สูงวัยทุกท่าน 2 เมนูด้วยกันครับ เป็นเมนูที่ทำง่าย และได้ประโยชน์ เป็นเมนูอาหารจากฝ่ายโภชนาการและสุขภาพ (Department of Nutrition and Health) สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เมนูที่ 1 เต้าหู้ผัดใบตั้งโอ๋ 

ส่วนผสม 

  • เต้าหู้ขาวแข็ง 1 ¼ ถ้วยตวง 
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 3 ช้อนโต๊ะ 
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา 
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 
  • กระเทียมสับ 2 ช้อนชา
  • ใบตั้งโอ๋ 3 ถ้วยตวง 
  • เต้าเจี้ยว 1 ½ ช้อนชา 
  • น้ำมันหอย 1 ½ ช้อนชา 
  • น้ำมันถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. หั่นเต้าหู้ขาวให้มีความหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ทอดในน้ำมันพอเหลือง รอให้ สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานพักไว้ 
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันและกระเทียม ผัดให้มีกลิ่นหอม ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยว ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลทรายผัดให้เข้ากัน 
3. ใส่ใบขึ้นฉ่ายและพริกชี้ฟ้าแดง ผัดคลุกเคล้าให้ทั่ว ตักราดบนเต้าหู้ขาวทอดที่เตรียมไว้ เป็นอันเรียบร้อย

เมนูที่ 2 ต้มซุปเต้าหู้

ส่วนผสม

  • เต้าหู้ขาวแข็ง 300 กรัม 
  • มะเขือเทศสีดา 1/2 ถ้วยตวง 
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา 
  • พริกไทย 1/4 ช้อนชา
  • หอมใหญ่ 1 ถ้วยตวง 
  • ใบตั้งโอ๋หั่นหยาบ 1/4 ถ้วยตวง 
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา 
  • น้ำซุป 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. หั่นเต้าหู้ขาวแข็งให้มีความหนาประมาณ 1.5 เซนติเมตร 
2. หอมใหญ่หั่นให้มีขนาดประมาณ 1 นิ้ว 
3. ต้มน้ำซุปให้เดือด ใส่เต้าหู้ขาวแข็ง และหอมใหญ่ พอเดือดอีกครั้ง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือป่น พริกไทย ใส่มะเขือเทศและใบตั้งโอ๋ ยกลงตักเสิร์ฟร้อน ๆ

ที่มา


บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top