ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุ หรือ สังคมที่มีผู้สูงอายุ โดยมีการประมาณการว่ามีสัดส่วนผู้สูงอายุในช่วง 60 ปีขึ้นไปถึง 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 13 ล้านคน และคาดการณ์ว่า อีก 20 ปีข้างหน้า  ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ 20 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของคนไทยจะเป็นผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปจะมีมากถึง 3.5 ล้านคน

นอกจากการเข้าสู่สังคมสูงอายุเต็มรูปแบบแล้ว หนึ่งในปัญหาระหว่างวัยก็คือ การสื่อสาร จะสื่อสารอย่างไรด้วยวัยที่แตกต่างกัน วันนี้เอลเดอร์มีเคล็ดไม่ลับที่อยากแชร์ให้เพื่อนๆสูงวัย นำไปใช้สื่อสารกับวัยอื่นๆ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่มักเกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน หรือ เคล็ดลับที่แชร์ไปให้คนต่างวัยเข้าใจการสื่อสารกับผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น

ก่อนที่จะศึกษาเคล็ดลับในการสื่อสาร เราควรเข้าใจความแตกต่างของวัย หรือ คนในแต่ละยุคสมัย เพื่อเป็นแนวทางที่ดีในการศึกษาและสื่อสารถึงกัน โดยสามารถแบ่งโดยรวมได้เป็น 4 Generation ดังนี้

Baby Boomer Generation

คือคนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2489-2507 ยุคสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านเมืองสงบหลังจากสงคราม ทุกคนที่มีชีวิตรอดต้องเร่งกลับมาฟื้นฟูให้ประเทศกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง แต่เนื่องจากได้สูญเสียจำนวนประชากรจากการทำสงคราม คนในยุคนี้จึงมีค่านิยมว่าต้องมีทายาทหรือลูกหลานเยอะๆ เพื่อเพิ่มจำนวนแรงงานมาช่วยกันพัฒนาประเทศ ปัจจุบันคน Gen B คือคนมีอายุประมาณ 60 ขึ้นไป ลักษณะนิสัยจะเป็นคนจริงจัง เคร่งครัดเรื่องขนบธรรมเนียนประเพณี ทุ่มเทให้กับการทำงาน มีความอดทนสูง ประหยัดอดออม 

Generation X 

คือคนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2508-2522 เกิดมาในยุคมั่งคั่ง ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เติบโตมากับการพัฒนาของวิดีโอเกม คอมพิวเตอร์ สไตล์เพลงแบบฮิปฮอป และเป็นยุคที่มีการให้ควบคุมอัตราการเกิดของประชากร เนื่องจากค่านิยมยุคเบบี้บูมเมอร์ส่งผลให้มีเด็กเกิดมากเกินไป ปัญหาตามมาก็คือเรื่องของทรัพยากรที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากร

ปัจจุบันคนยุค Gen-X เป็นคนวัยทำงาน พฤติกรรมและลักษณะนิสัยของคนกลุ่มนี้ที่เด่นชัดคือ ชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการ มีแนวคิดสร้างความสมดุลในเรื่องงานและครอบครัว คือทำงานตามหน้าที่ เป็นตัวของตัวเองสูง มีความคิดเปิดกว้าง สร้างสรรค์

Generation Y 

คือคนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2523-2540 คน Gen-Y จะเติบโตมาพร้อมเทคโนโลยีดิจิตัล มีความเป็นสากล เปิดรับวัฒนธรรมแบบ Teen Pop รักความสะดวกสบาย ใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว เกิดมาในยุคที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตและเฟื่องฟู ทำให้พ่อแม่ที่เป็นคนในยุค Gen B ซึ่งถูกปลูกฝังให้ทำงานหนักค่อนข้างจะประสบความสำเร็จในชีวิต จึงทำให้ดูแลเอาใจใส่ลูกๆ ที่เกิดมาในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี เด็กยุค Gen-Y จึงมักจะถูกตามใจ อยากได้อะไรต้องได้ มีโอกาสทางการศึกษาที่ดี มีแนวคิดเป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ

Generation Z

คือคนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2540 เกิดมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เรียนรู้รูปแบบการดำเนินชีวิตในสังคมแบบดิจิทัล ดำเนินชีวิตแบบมีการติดต่อสื่อสารไร้สาย และสื่อบันเทิงต่างๆ เด็กรุ่นนี้จะเป็นรุ่นแรกที่ทั้งพ่อและแม่จะออกไปทำงานนอกบ้านทั้งคู่ คนเจนนี้ติดโลกออนไลน์และรับข้อมูลข่าวสารมากมายอย่างรวดเร็ว ทันโลกและวิเคราะห์สถิติเรื่องต่างๆ เพื่อคาดการณ์อนาคตได้เร็ว ตัดสินใจทำอะไรอย่างรวดเร็ว เปิดกว้างทางความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่างมากขึ้นจากการมองเห็นในโลกดิจิทัล จึงเปิดกว้างในการยอมรับความแตกต่าง 

ด้วยความแตกต่างของวัย และความสนใจในเรื่องที่ต่างกันก็อาจก่อให้เกิดความไม่เข้าใจในการสื่อสารกันได้ ถ้ามีเคล็ดลับดีๆ ก็จะช่วยการสื่อสารเป็นไปได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

เคล็ดลับในการสื่อสารกับผู้สูงอายุ

1. ใจเย็น ให้เวลากับการสื่อสารกับผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุอาจจะต้องใช้เวลาในการคิด เรียบเรียงคำพูดมากกว่าวัยอื่นๆ

2. พูดช้าๆชัดๆ และพูดทีละคำให้ชัดเจน ไม่ควรพูดรวบคำ ในสมัยที่ทุกคนต้องการความรวดเร็ว การพูดรวบคำอาจเป็นที่นิยมโดยทั่วไป แต่หากนำมาใช้กับผู้สูงอายุอาจจะทำให้สื่อสารผิดพลาด หรือ ไม่เข้าใจกันได้ เช่น ยังไง = อย่างไร หรือ ถูกช่ะ = ถูกใช่ไหม

3. เสียงดังขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากความสามารถในการได้ยินของผู้สูงอายุลดลง แนะนำให้พูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย แต่ใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวล ไม่กระแทกเสียงจะช่วยให้สื่อสารได้ง่ายยิ่งขึ้น

4. ใช้คำ หรือ ประโยคที่เรียบง่าย ลดการใช้คำแสลง หรือ ประโยคที่ซับซ้อน จะสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้สูงอายุได้

5. คุยเรื่องราวเกี่ยวกับอดีต หรือ ประสบการณ์ด้านต่างๆ ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มบทสนทนากับผู้สูงอายุอย่างไร แนะนำให้ถามไถ่ หรือ ปรึกษาเรื่องต่างๆ ผู้สูงอายุมักมีประสบการณ์ตรง หรือ ให้คำแนะนำได้ดีมาก

เคล็ดลับในการสื่อสารกับวุ่ยรุ่น หรือ ต่างวัย

1. เปิดใจให้กว้าง ยอมรับ และ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆไปพร้อมกับวัยอื่นๆ  เพราะในวัยลูกหลานเรามักมีความรู้ใหม่ๆทันยุคสมัยมากขึ้น

2. ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารบ้าง วัยอื่นๆ โดยเฉพาะ วัยรุ่น มักสื่อสารด้วยช่องทางออนไลน์ ถ้าสูงวัยใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารเป็น ก็จะช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยได้ หรือ เป็นช่องทางในการรับข้อมูลข่าวสารอื่นๆ

3. ใช้คำพูดที่เป็นการแนะนำ ชักชวน ไม่ใช้การออกคำสั่ง หรือ ห้าม ธรรมชาติของวัยรุ่นมักรู้สึกต่อต้านเมื่อถูกสั่ง หรือ ห้าม จะดีกว่าไหม ถ้าเปลี่ยนจากคำสั่ง เป็นคำแนะนำจะช่วยให้วัยรุ่นรู้สึกเข้าถึง ไม่รู้สึกต่อต้านสิ่งเหล่านั้น

4. เป็นผู้เริ่มบทสนทนาก่อน วัยรุ่นหลายคนอยากพูดคุยกับผู้สูงอายุแต่ไม่กล้าเริ่มบทสนทนา เพราะไม่รู้เริ่มชวนคุยอย่างไร ไม่แน่ใจว่าควรเข้าหาผู้สูงอายุอย่างไร ในฐานะที่สูงวัยมีประสบการณ์มากกว่า แนะนำให้เริ่มชวยคุย หรือ ทักทายก่อน จะช่วยให้การสื่อสารระหว่าง 2 วัยรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น 

สูงวัย และต่างวัยสามารถนำเคล็ดลับเหล่านี้ มาปรับใช้ให้เข้ากับสถาณการณ์ ก็จะช่วยให้การสื่อสารระหว่างสูงวัยและวัยอื่นๆ เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าวัยไหน ก็สื่อใจได้ถึงกัน

เอกสารอ้างอิง
1. เข้าใจความต่างคน 4 เจเนอเรชั่น ทลายช่องว่างเพื่อการทำงานที่แฮปปี้
2. วัยรุ่น วัยว้าวุ่นกับวิธีสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์
3. 10 เทคนิค สื่อสารอย่างไรกับลูกวัยทีน
4. 4 เทคนิคการคุยกับผู้สูงอายุ คุยอย่างไรให้เวิร์ก! ไม่ให้ผิดใจกัน
5. การสื่อสารกับผู้สูงอายุ

บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top