เมื่อถึงวัยสูงอายุประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายก็ค่อยๆ เสื่อมสภาพลง ทำให้มีปัญหาสุขภาพตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อวัยวะสำคัญอย่าง ดวงตา ที่เราใช้งานมาตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดจนแก่ชรามีหรือจะไม่เสื่อมสภาพลง ตามสถิติสุขภาพประจำปี 2564 ในประเทศไทยพบว่ากลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จำนวนกว่า 50% เป็นโรคต้อกระจก และอีกจำนวนหนึ่งพบโรคแตกต่างออกไป เช่น โรคต้อหิน โรคเบาหวานที่จอประสาทตา และโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม ล้วนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับดวงตาของเราทั้งนั้น
เป็นเรื่องน่ากังวลต่อไปว่าในอนาคตข้างหน้าปัญหาเรื่องดวงตานี้อาจมีอัตราการของคนที่เป็นโรคดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต การใช้จอคอมพิวเตอร์ การก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน นำไปสู่ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับดวงตา หากยังไม่ถึงขั้นที่รุนแรงและสามารถดูแลรักษาได้ก็ถือเป็นเรื่องดีไป สิ่งสำคัญคือการถนอมดวงตาของเราไม่ใช้งานมันจนหนักเกินไป ก็จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อดวงตาของเราได้

แม้บางคนอาจจะคิดว่ามีเทคโนโลยีทางการแพทย์มากมายให้ได้เลือกเข้ารับการรักษา หากเกิดปัญหาต่างๆ กับด้วยตาขึ้นมาจริงๆ แต่เชื่อเถอะว่ามันไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องเสียไปหรอก ทั้งค่ารักษา และสุขภาพร่างกาย ไม่ง่ายกว่าหรือหากเราพยายามดูแลรักษาถนอมการใช้งาน และบำรุงดวงตาด้วยอาหารที่เหมาะสม วันนี้เอลเดอร์จึงมาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับปัญหาดวงตาที่ผู้สูงมักพบ และวิธีการดูแลปกป้องสุขภาพดวงตาให้อยู่กับเราไปนานๆ
6 อาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับดวงตาเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ
1. ภาวะตาแห้ง เกิดจากน้ำหล่อเลี้ยงมีปริมาณไม่มากพอที่จะเคลือบให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา ทำให้ตาแห้งเกิดการระคายเคืองในตาและแสบตา สังเกตอาการเบื้องต้นจะพบว่ามีความรู้สึกไม่สบายตา ตาแห้งหรือฝืดๆ ในตาเคืองตาหรือมีน้ำตาไหล รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา
วิธีการป้องกัน หากรู้สึกระคายเคืองตา ควรหยอดน้ำตาเทียมเพื่อให้ความชุ่มชื่นแก่ดวงตา ข้อควรระวังไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์นานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวันเพราะส่งให้เกิดอาการระคายเคือง

2. สายตายาว เกิดจากการที่เลนส์แก้วตาแข็งขึ้น ความยืดหยุ่นน้อยลงตามอายุที่มากขึ้น ประกอบกับกล้ามเนื้อตาเสื่อมสภาพตามวัย อ่อนล้าลง ส่งผลให้ไม่สามารถมองเห็นภาพในระยะใกล้ได้ชัดเจน
วิธีการรักษา อาการสายตายาวสามารถรักษาได้หลายวิธี ได้แก่ สวมแว่นสายตายาว ใส่คอนแทคเลนส์ และการรักษาทางการแพทย์
3.โรคต้อกระจก เกิดจากการที่เลนส์ตาขุ่นจนแสงที่เข้ามาในลูกตาลดลง ส่งผลต่อความสามารถในการมองเห็น
วิธีการรักษา การผ่าตัดสลายต้อและใส่เลนส์เทียม ใช้เครื่องมือเข้าไปสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์และใส่เลนส์เทียมเข้าไป

4.โรคต้อหิน เกิดจากการเสื่อมของประสาทตาโดยมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องความดันลูกตาเป็นสำคัญ จนมีการทำลายประสาทตา ปัจจัยเรื่องอายุ และภาวะสายตาสั้นมากๆ ก็เป็นส่วนที่ทำให้เกิดต้อหิน
อาการที่บ่งบอก การมองเห็นจำกัดวงแคบลงเริ่มจากความผิดปกติของการมองเห็นด้านข้างก่อน เกิดขึ้นอย่างช้าๆ จนมากขึ้น ต่อมาจะมีอาการเดินชนสิ่งของต่างๆ
5.โรคจอประสาทตาเสื่อม เกิดจากภาวะที่จุดรับภาพที่อยู่ตรงส่วนกลางของจอตาเกิดการเสื่อม ทำให้การมองเห็นส่วนกลางของภาพมัวลง บิดเบี้ยว เห็นจุดดำอยู่กลางภาพ และสูญเสียการมองเห็นตรงกลางภาพได้
วิธีการป้องกัน ตรวจเช็คจอประสาทตาอย่างน้อยปีละครั้งโดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีสายตาสั้น ควรงดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการได้รับแสง หรือรังสีอัลตราไวโอเลต เช่น จ้องแสงแดดหรือจ้องจอมือถือเป็นระยะเวลานาน
6.โรคเบาหวานขึ้นตา เกิดจากโรคเบาหวานที่ผู้สูงอายุเป็นลุกลามขึ้นจอประสาทตา ในระยะแรกอาจไม่พบอาการผิดปกติใดๆ ต่อมามีอาการตาพร่างมัวลง มีเลือดออกในลูกตา กรณีรุนแรงก็มีโอกาสที่จอตาจะถูกดึงรั้งจนลอกหลุดออกมา ถึงขั้นตาบอดได้
วิธีการรักษา ควรรับประทานยารักษาเบาหวานตามที่แพทย์สั่ง ควบคุมอาหาร และระดับน้ำตาลในเลือด เลิกสูบบุหรี่ และเลิกการดื่มแอลกอฮอล์
ดูแลจากภายในช่วยให้ดวงตาแข็งแรง
อาหารที่รับประทานนี่แหละ ตัวช่วยสำคัญที่สามารถช่วยบำรุงดวงตาของเราให้แข็งแรง เมื่ออายุมากขึ้นอาหารที่ทานต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านดวงตา ควรได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ และถูกหลักโภชนาการ ดังนี้สารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง จึงเป็นอีกทางเลือกของการมีสุขภาพดวงตาที่ดี สารอาหารเหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในผักและผลไม้ที่เราสามารถหารับประทานได้ง่าย

1. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นแหล่งของวิตามินซี มีสารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้เซลล์ดวงตาถูกทำลายและลดการเกิดต้อกระจก ได้แก่ โกจิเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่
2. ผักใบเขียว มีสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตา ได้แก่ ผักบุ้ง ตำลึง กวางตุ้ง คะน้า
3. ไข่ มีสารอาหารลูทีน ซีแซนทีน และซิงค์ ช่วยทำให้เซลล์ต่างๆ ในดวงตาแข็งแรง
4. แครอท มีสารเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ และลูทีน สำหรับช่วยไม่ให้เซลล์ดวงตาถูกทำลายจากแสงแดดและรังสี
5. อะโวคาโด มีสารเบต้าแคโรทีน ลูทีน และวิตามินบี 6 ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันอาการตาฝ้าฟาง
6. อัลมอนด์ มีสารต้านอนุมูลอิสระ สังกะสีและวิตามินอี อุดมด้วยไขมันโอเมก้า 3 ที่มีส่วนในการบำรุงสายตา
7. ปลา อุดมไปด้วยกรดไขมัน DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันดี ได้แก่ ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาแอนโชวี่ ปลาเทราต์ ปลาสวาย
สุดท้ายสุขภาพดวงตาของเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการเสื่อมสภาพลงเมื่อแก่ชราได้ สิ่งสำคัญที่เราควรป้องกันเพื่อให้อาการต่างๆ ไม่รุนแรงจนเกินไป คือการดูแลร่างกาย ไม่ใช้งานสายตามากจนเกินไป หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลเสียทำลายดวงตา ใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ
เอกสารอ้างอิง
1.โรคตาในผู้สูงอายุ ความเสื่อมที่ต้องเตรียมรับมือ
2.โรคตาในผู้สูงอายุ อุปสรรคในการใช้ชีวิตที่อาจนำมาซึ่งการสูญเสียการมองเห็น!
3. ความผิดปกติของตาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
4. ‘โรคตา’ มาพร้อมเทคโนโลยี
5. การมองเห็นที่เปลี่ยนแปลงตามวัย