ไขมันในอาหารที่เรากินในแต่ละวันนั้นมีส่วนประกอบสำคัญทั้งดีต่อร่างกายและส่งผลร้ายต่อสุขภาพ ไขมันอิ่มตัว เป็นหนึ่งในสารอาหารที่มักมีอยู่ในอาหารที่เราชอบรับประทานกันเป็นประจำ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัวติดมัน เนื้อแกะ น้ำมันหมู ดาร์กช็อกโกแลต เนย ชีส ครีม กะทิ ไข่แดง น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม รวมถึงในอาหารอบหรืออาหารสำเร็จรูป เมื่อบริโภคอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวในปริมาณมาก ไขมันจะไปสะสมในเซลล์ไขมันทั่วร่างกาย ก่อให้เกิดโรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

ไขมันอิ่มตัวคืออะไร

      ไขมันอิ่มตัวประกอบด้วยโครงสร้างที่เป็นอะตอมคาร์บอนและจับกันแบบอิ่มตัวกับอะตอมไฮโดรเจนเกาะอยู่ สังเกตว่าไขมันอิ่มตัวจะมีลักษณะเป็นของแข็งเมื่ออยู่ที่อุณหภูมิ ประมาณ 25 องศาเซลเซียส อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงมักมาคู่กับอาหารที่มีคอเลสตอรอลสูง เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้ระดับคอเลสสเตอรอลและไขมันตัวร้าย LDL-cholesterol ในเลือดสูงขึ้น ซึ่งระดับคอเลสเตอรอลที่สูงขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองอุดตันได้

      การรับประทานอาหารที่ ไขมันอิ่มตัว สมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา (The American Heart Associstion) รายงานว่าควรจำกัดปริมาณไขมันอิ่มตัวที่รับประทานให้น้อยกว่าร้อยละ 7 ของพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน ตัวอย่าง ในกรณีผู้ที่ต้องการพลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน สามารถรับประทานไขมันอิ่มตัวได้ไม่เกิน 140 กิโลแคลอรี่ต่อวัน

      ทั้งนี้ ไขมันอิ่มตัวเป็นไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกาย ดังนั้น ควรรับประทานแต่ในปริมาณน้อย เพียงทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ และควรรับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวแทนในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อสุขภาพที่ดี

ไขมันอิ่มตัวอันตรายต่อผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูงอย่างไร

     โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) คืออาการผิดปกติของร่างกาย พบความดันโลหิตอยู่ในระดับสูงกว่าปรกติ (มากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท) อยู่เป็นเวลานาน ค่าความดันภายในหลอดเลือดแดง ซึ่งเกิดจากการบีบตัวของหัวใจ ส่งผ่านหลอดเลือดเพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เนื่องจากไขมันอิ่มตัวจะมีไขมันชนิดไม่ดี(LDL) อยู่เยอะ ถ้าไขมันชนิดนี้สูงจะไปเกาะผนังหลอดเลือดทำให้ตีบแคบลง การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก ความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเสียไป จึงส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เพราะไขมันที่สะสมอยู่ที่ผนังจะทำให้ทางไหลเวียนของเลือดแคบลงแรงดันเลือดในการลำเลียงเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายจึงสูงขึ้น ผู้ป่วยเกินกว่าครึ่งมักจะไม่มีอาการใดๆ กว่าจะรู้ตัวว่ามีความดันโลหิตสูง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นแล้ว โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจตีบทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจหนา ภาวะหัวใจวาย ภาวะไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดสมองตีบหรือแตกเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตตามมา

      เหตุจากการพฤติกรรมการกินอาหารที่ทำให้ความดันโลหิตสูงนั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น การบริโภคอาหารที่มีเกลือโซเดียม ไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์และคอเลสเตอรอล เป็นต้น สำหรับไขมันอิ่มตัวบางทีเราก็ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าอาหารชนิดไหนหรือมีไขมันอิ่มตัวเสี่ยงความดันโลหิตสูง วันนี้เอลเดอร์จึงรวบรวมตัวอย่างข้อมูลอาหารไขมันอิ่มตัว

o  พิชซ่า 1 จาน มีไขมันอิ่มตัวสูง 400 กรัม
o  แฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น มีไขมันอิ่มตัวสูง 329 กรัม
o  มันฝรั่งทอด มีไขมันอิ่มตัวสูง 10% ของจำนวน
o  ไข่แดง 1 ฟอง มีไขมันอิ่มตัวสูง 5 กรัม
o  เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อหมู  มีไขมันอิ่มตัวสูงประมาณ 250 – 350  กรัม
o  ชีส 1 แผ่น มีไขมันอิ่มตัวสูง 14 กรัม
o  น้ำมันต่างๆ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม 1 ช้อนโต๊ะ มีไขมันอิ่มตัวสูง 14 กรัม
อาหารเหล่านี้ในปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็ซ่อนไขมันอิ่มตัวสูงมากกว่าที่ร่างกายต้องการมากมาย

การเลี่ยงรับประทานอาหารที่เสี่ยงนี้ สามารถมีส่วนช่วยลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โดยทางที่ดีควรทำควบคู่ไปกับการควบคุมอัตราส่วนของอาหาร และพฤติกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ลดอาหารเค็มจัด ลดอาหารมัน เพิ่มผักผลไม้ เน้นอาหารพวกธัญพืช ปลา นมไขมันต่ำ ถั่ว รับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ หลีกเลี่ยงเนื้อแดง น้ำตาล เครื่องดื่มที่มีรสหวาน หันมาออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หยุดหรือลดบุหรี่และสุรา หลีกเลี่ยงความเครียด เป็นต้น

เอกสารอ้างอิง
1. อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง (Saturated fat)
2. ไขมันอิ่มตัว กินอย่างไรให้ปลอดภัย?
3. รู้จักกรดไขมันประเภทต่าง ๆ
4. ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม (Hypertension)
5. กินอย่างไร ช่วยลด “ความดันโลหิตสูง” ?6. อาหารกับโรคความดันโลหิตสูง

บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top