เมื่ออายุมากขึ้นจึงปฏิเสธไม่ได้ที่ต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงตามบริเวณต่างๆ บนร่างกายของเรา มักจะเกิดริ้วรอยขึ้นเอง เช่น รอยตีนกา รอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ และกระเนื้อ ที่เกิดขึ้นบนใบหน้า บางรายก็อาจเกิดอาการคอเหี่ยวย่นจนทำให้รู้สึกเสียความมั่นใจ ปัญหาคอเหี่ยวย่นมักเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป สาเหตุนั้นเกิดจากหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม อาหารที่รับประทาน และการดูแลผิวตัวเอง แต่หลักๆ ที่ก่อให้เกิดอาการคอเหี่ยวย่นคือการต้องเจอกับแสงแดดมากเป็นเวลานานๆ ในแต่ละวัน ส่งผลให้คอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย หรือการบำรุงผิวที่ไม่เพียงพอทำให้ผิวบริเวณคอเกิดปัญหาคอเหี่ยวย่นได้ เพราะคนส่วนมากอาจลืมให้ความสนใจการดูแลผิวพรรณแค่บริเวณคอไปจึงทำให้คอไม่ได้รับการปกป้องดูแลนำไปสู่อาการคอเหี่ยวย่นได้ และถึงแม้จะบำรุงแล้วก็อาจจะช่วยได้เพียงเล็กน้อย ดังนั้นการปกป้องจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยรักษาคอของเราให้เต่งตึงอยู่เสมอ วันนี้เอลเดอร์จึงรวบรวมเคล็ดลับสิ่งที่ไม่ควรทำเพื่อป้องกันอาการคอเหี่ยวย่นมาฝากกันครับ
1. แสงแดด
แสงแดดมีทั้งประโยชน์และโทษ หากเราได้รับแสงแดดอย่างพอดีก็จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดีสูง แต่หากได้รับแสงแดดมากเกินไปก็ส่งผลเสียได้เป็นตัวทำลายผิวหนัง ผิวบางลง ส่งผลให้คอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ความยืดหยุ่นของผิวหนังถูกทำลาย ผิวหนังจึงเหี่ยวย่น แห้งเหี่ยว สีผิวไม่สม่ำเสมอ เกิดจุดด่างดำ และกระเนื้อ ซึ่งถ้าไม่ป้องกันก็จะก่อให้รอยเหี่ยวย่นของผิวหนังบริเวณคอ
2. ใส่เสื้อเปิดไหล่ คอกว้าง คอวี
หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงว่าเสื้อผ้าก็มีผลทำให้คอเหี่ยวย่นได้ เพราะเสื้อผ้าที่บางตัวไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้ให้คอของเราได้ เช่น เสื้อเปิดไหล่ คอกว้าง คอวี ยิ่งใส่มากๆ ยิ่งส่งผลเสียต่อผิวพรรณ เพราะทำให้แสงแดดและมลภาวะมาทำร้ายผิวได้ง่ายขึ้นส่งผลให้ผิวบริเวณคอเหี่ยวย่น
3. นอนหนุนหมอนสูง
เพราะในทุกๆ วันเราต้องใช้เวลาหนึ่งในการนอนหลับ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน หากนอนท่าที่ถูกต้องก็จะช่วยให้การพักผ่อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่การนอนหมอนที่สูงเกินความพอดีนั้นเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้คอเหี่ยวย่น เพราะในขณะที่นอนหลับด้วยหมอนที่สูงไป คอด้านหน้าพับลง จนเกิดรอยย่นที่ผิวหนังบริเวณลำคอ ก่อให้เกิดริ้วรอยคอเหี่ยวย่นถาวร
4. ทานขนมหวานบ่อย
หวานเป็นลม ขมเป็นยา การรับประทานของหวานมากไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพภายใน เช่น การเกิดโรคเบาหวานเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลเข้าไปในร่างกายด้วย เพราะน้ำตาลก็จะเข้าไปทำลายโครงสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิวยิ่งไปเจอแสงแดดก็ทำผิวถูกทำลายได้ง่าย
5. ทำความสะอาดผิวไม่สะอาดหมดจด
การล้างหน้าและคอให้สะอาดนั้นไม่ได้ช่วยแค่รักษาผิวหนังบนใบหน้า เพราะหากล้างไม่สะอาดสิ่งสกปรกก็จะตกค้าง ก่อให้เกิดรูขุมขนอุดตัน ผลัดเซลล์ผิวไม่ได้ นำไปสู่ผิวแห้งกร้านเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นตามมา
การดูแลผิวบริเวณคอเพื่อให้คอเต่งตึง มีทริคง่ายๆ สามารถทำเองได้ที่บ้าน 3 ข้อ
1. บำรุงผิวหนังบริเวณคออยู่เสมอ
– ทาครีมกันแดด เพื่อป้องกันรังสี UV จากแสงแดด เป็นปัจจัยสำคัญที่จะไปทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ปกป้องไม่ทำให้ผิวหนังถูกแสงแดดมากจนเกิดผลเสีย
– ทาครีมบำรุงผิวบริเวณลำคอให้กระชับ เต่งตึง ริ้วรอยแลดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติไม่แห้งกร้าน

2. การออกกำลังบริหารส่วนคอ
– ท่าที่ 1 – เงยหน้าทำมุมประมาณ 45 องศาพร้อมกับหายใจเข้า จนรู้สึกว่าตึงบริเวณท้ายทอย ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที จากนั้นค่อยๆ ขยับใบหน้าลงให้ตั้งตรง ทำซ้ำ 20 ครั้ง
– ท่าที่ 2 – ตั้งหน้ากับลำคอให้ตรง จากนั้นเอียงคอไปด้านซ้ายจนรู้สึกตึง ค้างไว้สักครู่ ก่อนกลับสู่ท่าปกติ และเอียงคอไปด้านขวา ทำซ้ำ 10 ครั้ง
– ท่าที่ 3 – นอนราบลงกับพื้นมือแนบลำตัว จากนั้นค่อยๆ ยกศีรษะขึ้นจนมองเห็นปลายเท้าอย่างชัดเจน นับ 1-5 หากเริ่มรู้สึกตึงบริเวณใบหน้า แล้วค่อยๆ เอนศีรษะลงช้าๆ ทิ้งไว้ 2-3 วินาที
3. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
– ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม มะลอกอ มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ทำให้ผิวยืดหยุ่น ไม่หย่อนคล้อย
เอกสารอ้างอิง
อย่ามองข้าม! 7 พฤติกรรม ทำให้คอเหี่ยวย่น ไม่อยากหน้าตึง แต่คอเหี่ยว ต้องเลิก!
หน้าสวยแต่คอเหี่ยวไม่ได้! 5 วิธีทางธรรมชาติ ยกกระชับผิวที่คอ
3 ขั้นตอนทำง่าย คอไม่เหี่ยว
4 วิธีแก้ “คอเหี่ยว” ง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ !!
คอเหี่ยวรักษาได้ – หมอรามาฯไขปัญหาสุขภาพ