เนื่องจากการทำงานของร่างกายและการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ความต้องการสารอาหารและพลังงานของผู้สูงอายุแตกต่างไปจากวัยหนุ่มสาวหรือคนทำงาน จากการศึกษาพบว่ากลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มักประสบปัญหาเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการไม่เหมาะสม นำมาซึ่ง ภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายได้รับสารอาหารหรือพลังงานในปริมาณที่ไม่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ซึ่งครอบคลุมทั้ง
1. ภาวะโภชนาการต่ำ เมื่อได้รับสารอาหารและพลังงานจากอาหารไม่เพียงพอ ทำเกิดน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ เวียนศีรษะ อ่อนแรง รู้สึกเพลียตลอดเวลา และอาจเป็นลมหมดสติได้ง่าย นอกจากนี้ยังผลต่อสุขภาพจิตที่ทำให้มีอาการซึมเศร้า รู้สึกหดหู่ รวมถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น อาการหงุดหงิด และวิตกกังวลมากกว่าปกติ เป็นต้น

2. ภาวะโภชนาการเกิน คือภาวะที่ร่างกายได้รับสารอาหารในปริมาณที่มากเกินไปจนทำให้เกิดภาวะอ้วน มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ในร่างกายปริมาณมาก ซึ่งอาจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นกัน โดยทำให้เหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก นอนกรนและเคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวกในการทำกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น

ภาวะทุพโภชนาการจึงอาจส่งผลเสียต่อทั้งสภาพร่างกาย สภาพจิตใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน ของผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังพบว่าการทำแบบประเมินโภชนาเพื่อวินิจฉัยภาวะการขาดสารอาหารนั้นอาจยังไม่เพียงพอ นำไปสู่ภัยเงียบของโรคนี้ที่อาจนำไปสู่โรคอื่นๆอันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้ ดังนั้นผู้ดูแลใกล้ชิดผู้สูงอายุจึงควรรู้จักสาเหตุและอาการของภาวะทุพโภชนาการ เพื่อป้องกันและแก้ไขได้ทันท่วงที ในวันนี้น้องเอลเดอร์ขอนำเสนอข้อมูลเรื่องภาวะโภชนาการต่ำในผู้สูงอายุให้กับผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นประโยชน์ในการการสังเกตและดูแลสุขภาพของตัวเองและคนที่เรารักกันนะครับ
ภาวะโภชนาการต่ำหรือที่เข้าใจกันง่ายคือการขาดสารอาหาร เกิดขึ้นได้ในผู้สูงอายุเนื่องจาก 9 ปัจจัย หลัก หรือ “9 Ds” ดังนี้ครับ
1. การรับรสผิดปกติ (Dysgeusia)
การรับรสที่ผิดปกติในผู้สูงอายุคือการที่ต่อมรับรสบริเวณลิ้นทำงานได้น้อยลง ทำให้ความสามารถในการแยกรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็มและขมลดลง รวมถึงความอยากอาหารที่น้อยลงตามไปด้วย ซึ่งทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง น้ำหนักลดและเกิดภาวะขาดสารอาหารในที่สุด

2. ภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia)
ภาวะกลืนลำบากเป็นปัญหาการที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถรับประทาน ดื่ม หรือกลืนอาหารได้อย่างปกติ เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณหลอดอาหารที่ทำงานไม่สอดคล้องกัน การกลืนอาหารจึงเกิดขึ้นได้ยาก ส่งผลให้ทานอาหารได้น้อยลง ร่างกายจึงได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ

3. ปัญหาสุขภาพช่องปาก (Dentition)
ในผู้สูงอายุเป็นวัยที่โดยปกติแล้วจะไม่มีการขึ้นของฟันใหม่ แต่ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น ฟันผุ เหงือกร่น และรากฟันอักเสบ รวมทั้งการสูญเสียฟัน ทำให้ความสามารถในการบดเคี้ยวน้อยลงและมีการจำกัดประเภทของอาหารที่สามารถรับประทานได้ ซึ่งส่วนมากเป็นอาหารที่เคี้ยวสะดวกและย่อยง่าย แต่อาจส่งผลเสียคือการได้รับสารอาหารที่ไม่หลากหลายและไม่ครบถ้วน

4. ภาวะสมองเสื่อม (Dementia)
ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ จดจำและการแสดงพฤติกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมจะไม่สามารถจดจำกิจวัติที่ต้องจำเป็นต้องทำ เช่น การทำอาหารและการรับประทานอาหาร นอกจากนี้บางกรณีผู้สูงอายุอาจไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารจึงต้องมีคนช่วยดูแล ซึ่งอาจทำได้ไม่สะดวกและทำให้ผู้สูงอายุได้รับอาหารในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

5. โรคประจำตัว (Disease)
ปัญหาสุขภาพบางประเภททำให้ความต้องการสารอาหารและพลังงานในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป หากไม่ได้รับการปรับอาหารที่ถูกต้อง อาจเป็นสาเหตุของภาวะขาดสารอาหารได้ เช่น ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หลอดเลือดอุดตันและเส้นเลือดในสมองแตก มีความต้องการสารอาหารและโปรตีนที่มากกว่าภาวะปกติ แต่ในการดูแลผู้ป่วยมักจะละเลยข้อสำคัญนี้ ทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างสารอาหารที่ร่างกายได้รับและสารอาหารที่ร่างกายต้องการ

6. การทำงานที่ผิดปกติของระบบในร่างกาย (Dysfunction)
การทำงานที่ผิดปกติไปของอวัยวะในร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบทางเดินอาหาร ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อการย่อยและดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายของผู้สูงอายุ เช่น การอักเสบของเซลล์เยื่อบุลำไส้ หรือการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนลดลง ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ลดลง เป็นต้น

7. ภาวะซึมเศร้า (Depression)
ภาวะซึมเศร้าเป็นอาการที่พบได้มากในผู้สูงอายุเช่นกัน โดยมีการศึกษาพบว่าภาวะทางอารมณ์มีผลต่อการบริโภคและปริมาณสารอาหารที่บุคคลได้รับ และภาวะซึมเศร้านี้สัมพันธ์กับการได้รับโภชนการที่น้อยลงในผู้ป่วยและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำหนักตัวลดลง ดังนั้นสุขภาพจิตในผู้สูงอายุจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเทียบเท่ากับสุขภาพกาย

8. อาการท้องเสีย (Diarrhea)
อาการท้องเสียชนิดเรื้อรัง ติดต่อกันมากกว่า 4 สัปดาห์ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ แร่ธาตุและสารอาหารที่ได้รับจากการบริโภค หากไม่ได้รับสารอาหารทดแทนในปริมาณมากเพียงพอ จึงเป็นสาเหตุให้น้ำหนักตัวลดลงและเกิดภาวะขาดสารอาหารได้

9. การใช้ยาบางประเภท (Drugs)
เนื่องจากในผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวที่ต้องรับประทานยาสม่ำเสมอ เช่น ยารักษาโรคทางเดินอาหาร ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ ยาแก้ปวดและยาลดไขมันในเลือด เป็นต้น ยาบางชนิดอาจมีผลต่อการข้างเคียงทำให้ความอยากอาหารลดลง หรือยาที่รับประทานร่วมกันมากกว่า 1 ชนิด อาจจะส่งผลรบกวนการย่อยอาหารและการดูดซึมที่ลำไส้ ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

จะเห็นได้ว่าสาเหตุของภาวะการขาดสารอาหารในผู้ป่วยนั้นมีหลากหลาย ทั้งการทำงานที่เสื่อมลงของร่างกาย ปัญหาสุขภาพจิต โรคแทรกซ้อนและการใช้ยา จากข้อมูลข้างบนดังกล่าวน้องเอลเดอร์หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในการสังเกตพฤติกรรมการบริโภคของผู้สูงอายุ คำนึงถึงปัจจัยที่ควรระวังและให้ความสำคัญกับการประกอบอาหารให้ผู้สูงอายุมากขึ้นนะครับ นอกจากนี้ผู้สูงอายุที่รับประทานยามากกว่าหนึ่งชนิด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทราบถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาร่วมกันนะครับ ครั้งหน้าน้องเอลเดอร์จะมาพูดถึงเรื่อง “ผลข้างเคียงจากยาที่มีต่อโภชนาการของผู้สูงอายุ” ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว อย่าลืมติดตามกันนะครับ
ข้อมูลอ้างอิง