ผม กับ ผิว ของสูงวัยเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะความอ่อนแอ และบอบบางลงของบริเวณทั้ง 2 นำมาซึ่งปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

– ปัญหาของผมและหนังศีรษะไม่แข็งแรงทำให้ผมร่วงที่เกิดจากการเสื่อมของรูขุมขนบนศีรษะ ยังประกอบกับโรคต่างๆ ซึ่งสัมพันธ์ต่อการหลุดร่วงของเส้นผม
– ผมเปลี่ยนสี หรือ ผมหงอก เปลี่ยนเป็นสีขาว หรือ สีอ่อนลง เพราะ เม็ดสีเมลานีนที่เป็นตัวกำหนดสีของเส้นผมทำงานลดลง หรือ หยุดทำงาน จึงทำให้ผมกลายเป็นสีขาวแทนที่จะเป็นสีดำ ผู้สูงวัยมักแก้ปัญหาด้วยการย้อมสีผม ซึ่งหากทำสีผมบ่อยๆก็จะยิ่งทำให้ผมแห้งเสีย และมีโอกาสหลุดร่วงมากยิ่งขึ้น
– ผมแห้งเสียแตกปลาย และบางลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เมื่ออายุมากขึ้น โปรตีนในเส้นผมลดลง ทำให้ผมแห้ง แตก และเปราะง่ายกว่าปกติ

ส่วนปัญหาผิว ส่วนใหญ่ในผู้สูงอายุคือ
– ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากความสามารถในการกักเก็บไขมัน และน้ำบนผิวลดลง ทำให้ผิวหนังบอบบาง เมื่อผิวแห้ง ทำให้ปราการป้องกันผิวเสื่อมลง เมื่อได้รับการกระตุ้นจากสารเคมี ฝุ่นละอองต่างๆ ก็ทำให้เกิดอาการแพ้ เป็น ผื่น คัน
– ริ้วรอยที่กวนใจชาวสูงวัย เกิดจากคอลาเจนบนและอิลาสตินของเซลล์ผิวลดลง ร่างกายผลิตเซลล์ผิวได้ลดลง ทำให้ผิวเหี่ยวย่นง่าย ขาดความสดใส และไม่ยืดหยุ่น
ทั้งปัญหาผม และผิวในผู้สูงอายุสามารถบำรุงจากภายในได้ด้วย 4 อาหารนี้ ซึ่งนอกจากช่วยบำรุงผม ซ่อมแซมผิวหนังแล้ว ยังเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่สุขภาพร่างกายโดยรวมด้วย มีอาหารอะไรบ้างไปดูกันครับ
อัลมอนด์
ธัญพืช แสนอร่อย ครบคุณค่า และสารอาหาร อัลมอนด์มีสารต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย บำรุงระบบประสาท และอาการอัลไซเมอร์ รวมถึงยังมีไขมันดี (HDL) ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
ส่วนสารอาหารบำรุงผม และผิวในอัลมอนด์ คือ
– ไบโอติน ช่วยบำรุงเล็บ ผิวหนัง และเส้นผมแข็งแรง ถ้าขาดไบโอตินจะทำให้เกิดภาวะผมร่วง ผมแตกปลาย และผมหงอกก่อนวัยอันควร
– วิตามินอี ช่วยคงความชุ่มชื้นให้กับผมและผิว แข็งแรงยิ่งขึ้น
แนะนำ :
1. ทานอัลมอนด์วันละ 1 กำมือ (แนะนำแบบไม่มีเกลือ เพื่อลดโซเดียมในร่างกาย)
2. นมอัลมอนด์/อัลมอนด์ปั่น สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการบดเคี้ยว เพียงนำอัลมอนด์ดิบมาแช่น้ำจนนิ่ม ปั่นให้ละเอียด และกรองด้วยผ้าขาวบาง
แซลมอน
ปลาที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น กรดไขมัน โอเมก้า 3 วิตามินบี12 ธาตุเหล็ก และโปรตีนจำนวนมาก ซึ่งดีต่อการเสริมความแข็งแรงและสร้างกล้ามเนื้อให้แก่ร่างกายได้ ที่สำคัญสารอาหารในแซลมอนมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวหนัง และผมในระดับดีเยี่ยม ได้แก่
– ธาตุเหล็ก เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง
– โปรตีน บํารุงผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง
– กรดไขมันโอเมก้า3 ที่ช่วยให้หนังศีรษะมีสุขภาพดี ลดการอักเสบของผิวหนัง ป้องกันริ้วรอย
แนะนำ : ทานแซลมอนแบบปรุงสุกปลอดภัยจากเชื้อโรคและพยาธิ โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ที่อาจมีการปนเปื้อนต่างๆได้
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
ไม่ว่าจะเป็นสตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ มัลเบอร์รี่ ฯ ก็ล้วนอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารที่สูง แถมยังมีแคลอรี่ทำต่ำ มีใยอาการสูงช่วยในการกระตุ้นระบบขับถ่าย และป้องกันการท้องผูกได้
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ช่วยผิวและผมคุณได้ เพราะอุดมไปด้วย
– วิตามินซีสูง กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด สังเคราะห์คอลลาเจน สร้างความยืดหยุ่นในชั้นผิว และบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงเงางาม
– วิตามินอี คงความชุ่มชื้นให้กับผมและผิวอ่อนกว่าวัย
แนะนำ : ร่างกายต้องการวิตามินซีอย่างน้อย 60 มก./วัน หรือ สตรอเบอร์รี่ประมาณ 100 กรัม.
ถั่วเหลือง หรือ น้ำเต้าหู้
ดื่มง่าย มีประโยชน์สูง มีโปรตีนสูง สามารถทนแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ เหมาะกับ ผู้ที่ทานมังสวิรัติ หรือ เลี่ยงเนื้อสัตว์ น้ำเต้าหู้ช่วยได้ผิวและผมแข็งแรงขึ้นเพราะมี
- กรดอะมิโน คือโปรตีนที่ถูกย่อยให้มีขนาดเล็ก เพื่อให้ร่างกายดูดซึมไปใช้งานง่าย กรดอะมิโนจะช่วยซ่อมแซมผม และผิวให้กลับแข็งแรงได้ รวมถึงยังช่วยผู้สูงอายุหลับสบายยิ่งขึ้นด้วย ช่วยปรับสภาพของฮอร์โมนในสตรีให้สมดุล ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายตัว อารมณ์แปรปรวน หรือมีอาการทางผิวหนัง
แนะนำ : เลือกน้ำเต้าหู้/นมถั่วเหลือง สูตรไร้น้ำตาล-น้ำตาลต่ำ หากสามารถทำน้ำเต้าหู้ดื่มเองได้ จะสดใหม่ ได้รับประโยชน์จากถั่วเหลืองอย่างเต็มที่ และเลี่ยงน้ำตาลได้มากกว่าน้ำเต้าหู้ตามท้องตลาด
อาหารทั้ง 4 นี้ ช่วยบำรุง และส่งเสริมให้ร่างกายซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย หรือ เสื่อมสภาพให้แข็งแรงขึ้น เมื่อสุขภาพแข็งแรงระบบ และอวัยวะต่างๆ ก็ทำงานได้ดี รวมถึงสารอาหารเฉพาะที่ช่วยบำรุงผม และผิว แต่สิ่งที่สำคัญคือ รับประทานแต่พอเหมาะ ไม่มาก หรือ น้อยจนเกินไป เน้นทานอาหารที่หลากหลาย ร่วมกับการป้องกันไม่ให้ร่างกายอ่อนแอ ก็ช่วยให้สุขภาพร่างกายโดยรวม ผม และผิว แข็งแรงขึ้นได้
อ้างอิง