อย่างที่ทราบกันดีนะครับว่าโภชนบำบัดก็คือการบำบัดโรคด้วยอาหาร หรือเป็นการควบคุมการรับประทานอาหารเพื่อควบคุมไม่ให้โรคที่เป็นอยู่กำเริบหรือแพลงฤทธิ์ขึ้นมาจนเข้าขั้นวิกฤติ ซึ่งในบทความที่แล้วเอลเดอร์ได้พูดถึงความหมายและหลักการกว้าง ๆ ของโภชนบำบัดไปแล้ว วันนี้เอลเดอร์เลยอยากจะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจต่อว่าโภชนบำบัดในผู้สูงอายุนั้นเขาทำกันอย่างไร มีข้อห้ามหรือข้อควรระวังอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ร่วมหาคำตอบพร้อมกันได้เลยครับ
กลุ่มโรคที่เหมาะกับการทำโภชนบำบัด
เชื่อไหมครับว่าเหตุอันดับต้น ๆ ของปัญหาสุขภาพในคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุนั้นเกิดมากจากพฤติกรรมการกิน ไม่ว่าจะเป็นโรคไขมัน โรคอ้วน โรคเบาหวา โรคความดัน ฯลฯ หรือที่เรียกว่ากลุ่มโรค NCDs หรือ non-communicable diseases กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งโรคเหล่านี้นับว่าแพ็คเกจโรคที่เมื่อได้เป็นสักโรคแล้วก็จะเสี่ยงเกิดโรคอื่น ๆ ตามมาติด ๆ แน่นอนครับว่าสาเหตุเกิดมาจากการกินในวัยรุ่นหนุ่มสาวพอสะสมนานเข้าแก่ตัวมาร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้ดีเท่าเดิมก็ก่อให้เกิดโรคภัยที่ว่านี้ตามมานั้นเอง

กลุ่มโรคเหล่านี้เกิดมาจากการรับประทานคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป ซึ่งก็ประกอบไปด้วยข้าว น้ำตาล ผลไม้ และแป้งทุกชนิด และยังรวมไปถึงพืชตระกูลหัวอย่างเผือก มัน หัวไชเท้า เป็นต้น เพราะเมื่อเรารับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเข้าไปปริมาณมากจะเกิดการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาล แล้วน้ำตาลนั้นยังไปคั่งอยู่ในร่างกายของเรา ระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูงเป็นเหตุให้เกิดโรคเบาหวาน และน้ำตาลในเลือดนี้ยังสามารถไปจับกับโปรตีนในเลือดเกิดปฏิกิริยาไกเคชั่น (glycation) ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจนเกิดโรคความดันโลหิตสูงตามมาได้ ซึ่งความดันโลหิตสูงนี้ก็จะเสี่ยงที่จะเกิดภาวะไตวาย สโตรก และหลอดเลือดสมองตีบจนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตตามมา หนักเข้าอาจถึงขั้นเส้นเลือดในสมองแตกถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย
ยังไม่จบแค่นั้นนะครับน้ำตาลที่คั่งค้างในเลือดนี้ยังสามารถเปลี่ยนไปเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์ได้อีกด้วย ซึ่งมันจะไปซุกซ่อนเป็นไขมันใต้ผิวหนังและในช่องท้องกลายเป็นโรคอ้วนตามมา แน่นอนว่าเมื่อกลีเซอร์ไรด์เพิ่มตับก็จะทำงานสร้างคอลเลสเตอรอลเพิ่มขึ้นตามทำให้เกิดไขมันพอกตับเสี่ยงต่อโรคคตับแข็งและมะเร็งตับตามมาได้ ไม่เพียงเท่านั้นไขมันเหล่านี้ยังเสี่ยงที่จะไปอุดตันตามหลอดเลือดจนทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจได้อีกด้วย
เห็นไหมครับว่าการรับประทานเพียงแค่คาร์โบไฮเดรตมากเกินความต้องไปส่งผลเสียสู่ร่างกายเป็นอย่างมาก วารสารสมาคมแพทย์อเมริกัน (JAMA) จึงตีพิมพ์บทความยืนยันว่าการรับประทานคาร์โบไฮเดรตนั้นแฝงอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมากจึงเกิดสูตรโภชนบำบัดสูตรใหม่ Non-carb. Diet หรืองดรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาสมดุลแข็งแรง

ทำความรู้จักกับโภชนบำบัดสูตร Non-carb. Diet
โภชนบำบัด Non-carb. Diet ถือเป็นโภชนบำบัดในทัศนะใหม่ที่กองแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้เป็นทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ หรือที่เรียกในภาษาไทยว่าสูตรโภชนบำบัดอาหารไร้คาร์โบไฮเดรต “กินหรู ดูเท่ แต่ลดน้ำหนัก” ซึ่งสูตรนี้ใช้ได้กับคนที่น้ำหนักเกิน คนที่มีไขมันในเลือดสูง โดยจะต้องไม่เจ็บป่วยหรือมีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ และที่สำคัญถ้าคุณต้องรับประทานยาลดไขมัน ยาลดความดันโลหิต และยาเบาหวานต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ประจำตัวเท่านั้น
หลักการของโภชนบำบัดสูตรไร้คาร์โบไฮเดรต
โภชนบำบัดแบบไร้คาร์โบไฮเดรตก็คือการงดเว้นจากการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตแบบ 100% นั่นก็คืองดข้าวทุกชนิดทั้งข้าวขาวและข้าวไม่ขัดสี รวมไปถึงเส้นต่าง ๆ ที่แปรรูปมาจากข้างและแป้งไม่ว่าจะเป็นวุ้นเส้น ก๋วยเตี๊ยว บะหมี่ นอกจากนี้ยังต้องงดขนมทุกชนิด นมไม่ว่าจะเป็นนมวัวหรือนมจากธัญพืชก็ต้องงด อย่างต่อมาก็คือธัญพืชต่าง ๆ อย่างถั่ว ลูกเดือย เกาลัด เม็ดบัว แป๊ะก๊วย เพราะมีแป้งอยู่ด้วยจึงไม่ควรรับประทาน และอย่างสุดท้ายที่ต้องงดรับประทานเลยก็คือผลไม้ทุกชนิด รวมทั้งน้ำผลไม้ด้วย เพราะในผลไม้ก็มีน้ำตาลสูงเช่นเดียวกัน

สิ่งที่รับประทานได้ก็จะมีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ได้เกือบทุกชนิด เช่น หมู ไก่ เนื้อ ปลา กุ้ง ปู ฯลฯ รวมไปถึงโปรตีนจากเต้าหู้แล้วก็ไข่ซึ่งได้ทั้งไข่ไก่ ไข่เป็น ไข่ห่าน ไข่นกกระทา ไข่นกกระจอกเทศ ฯลฯ อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยก็คือผักทุกชนิด และสิ่งที่แนะนำให้ต้องมีเลยก็คือ ผัก สามารถทานได้ในทุกๆมื้ออาหาร การทานผักหลากหลายชนิดจะช่วยให้เรารับวิตามินได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น ปริมาณผักสามารถเลือกทานได้ตามความเหมาะสม ทานคู่กับโปรตีนแทนข้าวได้เลย เราสามารถนำวัตถุดิบที่แนะนำเหล่านี้มารังสรรค์เมนูอาหารรับประทานเองได้หลากหลายเมนูเพื่อเป็นโภชนบำบัดฟื้นฟูสุขภาพให้กลับมาสมดุลและแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง
หลักการโภชนบำบัดแบบไร้คาร์โบไฮเดรตที่เอลเดอร์รวบรวมข้อมูลมาฝากนี้ไม่ใช่หลักปฏิบัติที่จะยึดเป็นสรณะ แต่เป็นวิธีการบำบัดภาวะความผิดปกติของร่างกาย ดังนั้น เมื่อคุณใช้สูตรนี้อล้วประมาณ 3 – 6 เดือน แล้วผลเลือดของคุณทั้งค่าไขมัน ค่าระดับน้ำตาล และอื่น ๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วก็สามารถกลับมารับประทานคาร์โบไฮเดรตได้เหมือนเดิมแต่ควรควบคุมให้อยู่ในปริมาณที่พอดีและเพียงพอต่อร่างกาย เท่านี้ก็จะมีสุขภาพกายที่แข็งแรงกระชับกระเฉงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้วครับ
ที่มา
– https://www.phyathai.com/article_detail/3239/th/โภชนบำบัดคืออะไร?branch=PYT3
– หนังสือโภชนบำบัดในทัศนะใหม่สำหรับดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ กองแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวสาธารณสุข
– https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/may-2016/ncds-non-communicable-diseases-symptoms-prevention