ฮอร์โมนเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะของร่างกาย โดยแต่ละช่วงอายุนั้นก็จึงมีระดับฮอร์โมนที่แตกต่างกันออกไป แต่รู้หรือไม่ว่าฮอร์โมนจริงๆ แล้วคืออะไร ฮอร์โมน คือ กลุ่มของสารเคมีที่ถูกปล่อยออกจากต่อมไร้ท่อ แล้วซึมเข้าไปในกระแสเลือด มีผลต่ออวัยวะหรือเซลล์เป้าหมาย ที่มีตัวรับที่เฉพาะเจาะจงต่อฮอร์โมนนั้นกระตุ้นเพื่อให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ กระบวนการทำงานของฮอร์โมนต่างๆ มีกลไกเพิ่มหรือลดลงเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งมีความแปรปรวนได้ง่าย สามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้อยู่ตลอดเวลา
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ฮอร์โมนเกิดความแปรปรวน แบ่งออกเป็น 4 สาเหตุหลัก
1. ฮอร์โมนบางชนิดมีส่วนกระตุ้นส่งผลกระทบให้ฮอร์โมนต่างๆ เกิดการปรับเปลี่ยนไปด้วย
2. อาหารที่บริโภคมีผลต่อการเพิ่ม-ลดฮอร์โมนในร่างกาย เกิดได้จากระดับความเข้มข้นของสารอาหาร หรือประจุไฟฟ้าของธาตุในกระแสเลือดมีมากหรือน้อยเกินไป
3. สภาวะจิตใจและระบบประสาท ความแปรปรวนทางอารมณ์ที่อยู่ในสภาพไม่ปกติ เช่น ภาวะความเครียดสร้างฮอร์โมน Cortisol เพิ่มมากว่าปกติจากต่อมหมวกไป
4. ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น แสงสว่าง อุณหภูมิ มีผลต่อการปรับเพิ่มลดของฮอร์โมน

และเมื่อทุกคนเข้าสู่วัยสูงอายุก็จะเกิดอาการเสื่อมลงของฮอร์โมนในร่างกาย เป็นสาเหตุทำให้ฮอร์โมนเพศที่ลดลงด้วยส่งผลต่อสุขภาพ โดยอาการจะเริ่มเกิดขึ้นหลังเข้าสู่ช่วง “วัยทอง” ในหญิงและชายที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ฮอร์โมนต่างๆ จะลดลงเรื่อยๆ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ เช่น อ่อนเพลียง่าย นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตัว รู้สึกร้อนวูบวาบตามร่างกาย เหงื่อออกและใจสั่น รวมถึงอาการทางจิตใจและสมอง เช่น ความจำลดลง สมาธิสั้น ตกใจ หงุดหงิดง่าย นำไปสู่ระดับฮอร์โมนเพศที่ลดลงก่อให้เกิดอารมณ์ทางเพศที่ลดลงตามไป
ในร่างกายของเรามีฮอร์โมนต่างๆ ที่หมุนเวียนทำงานอยู่ แต่ละชนิดส่งผลต่อสภาวะทางอารมณ์และการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่แตกต่างกันออกไป แต่ฮอร์โมนอะไรบ้างที่ส่งผลต่อสูงวัย วันนี้เอลเดอร์จะนำข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับฮอร์โมนที่ชาวสูงวัยควรรู้มาฝากกัน
ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen)
คือฮอร์โมนเพศหญิงที่ร่างกายผลิตขึ้นเองโดยธรรมชาติ มีหน้าที่ควบคุมระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายของผู้หญิงจะผลิตฮอร์โมนชนิดนี้น้อยลง ในวัยหมดประจำเดือน ระดับ Estrogen ที่ไม่เพียงพอ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนผิดปกติ ไม่สมดุล จะส่งผลให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมากผิดปกติ หนาวสั่น เป็นลม วิงเวียนศีรษะได้ง่าย อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ ขี้หลงขี้ลืม ผมร่วง น้ำหนักขึ้น ประจำเดือนมาไม่ปกติ และมีโอกาสเกิดโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ฮอร์โมนเอสโตรเจนยังทำให้หน้าที่ช่วยควบคุมระบบสืบพันธุ์ภายในของเพศหญิง ควบคุมลักษณะทางเพศภายนอก ส่งผลต่ออวัยวะภายในร่างกาย ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาทและสมอง
การดูแลเมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง
ในช่วงอายุ 20-39 ปี เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่รังไข่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนยังทำงานปกติอยู่ แต่เมื่อเข้าสู่วัยทองร่างกายจะไม่เหมือนเดิมมันจะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ดังนั้นเราจึงสร้างฮอร์โมนนี้เพิ่มขึ้นเอง โดยการออกกำลังกาย การพักผ่อนที่เพียงพอ การมีสุขภาพจิตที่ดี การเลือกรับประทานอาหาร เช่น น้ำมะพร้าว งา องุ่น เต้าหู้ ลูกพรุน และถั่วเหลือง รวมถึงการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยให้ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยควรอยู่ภายใต้คำสั่งยาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน (Testosterone)
คือฮอร์โมนเพศที่สำคัญที่สุดของผู้ชาย มีหน้าที่สำคัญคือกระตุ้นให้แสดงลักษณะความเป็นชาย และรักษาให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรง รวมไปถึงเรื่องความต้องการทางเพศ การสร้างเชื้ออสุจิ ปริมาณของขนเพชรและขนตามร่างกาย กล้ามเนื้อและกระดูก สมองจะควบคุมการสร้างเทสโทสเตอร์โรนซึ่งผลิตจากลูกอัณฑะ ภาวะเทสโทสเตอร์โรนต่ำ หรือภาวะฮอร์โมนเพศต่ำ เป็นสาเหตุของอาการต่างๆ เช่น มีความต้องการทางเพศลดลง ภาวะแข็งตัวได้ไม่สมบูรณ์ของอวัยวะเพศชาย ปริมาณของตัวอสุจิมีจำนวนน้อย หน้าอกโตขึ้น
การดูแลเมื่อฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรนลดลง
การรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะฮอร์โมนเพศลดลง โดยทั่วไปแล้ววิธีการเสริมฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรนควรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ มีหลากหลายวิธี เช่น การฉีด การแปะแผ่นที่ผิวหนัง การทาเจล การให้ยารับประทาน เป็นต้น
เมลาโทนิน (Melatonin)
หรือฮอร์โมนการนอน เป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้เรานอนหลับ โดยปกติจะค่อยๆหลั่งออกมาตั้งแต่ช่วงเย็น และเพิ่มมากที่สุดในช่วงเวลากลางคืน และค่อยๆลดลงในช่วงเช้า เพราะฮอร์โมนชนิดนี้ถูกกระตุ้นโดยความมืดและถูกยับยั้งโดยแสงสว่าง และอายุที่มากขึ้นก็ส่งผลให้ร่างกายหลั่งเมลาโทนินลดลงทำให้ผู้สูงอายุมักนอนไม่ค่อยหลับ ซึ่งการเข้านอนให้ตรงเวลา ปรับสภาพแวดล้อมการนอนให้มืดสนิท ไม่มีแสงสว่างรบกวน ก็จะเป็นการช่วยให้นอนหลับได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือ การทานวิตามินที่มีส่วนผสมของเมลาโทนิน แต่ควรอยู่ภายใต้การปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คอร์ติซอล (Cortisol)
เป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น มีพลังต่อสู้ พร้อมรับมือกับปัญหาระหว่างวัน การอดนอนจะทำให้ร่างกายอ่อนแอและอยู่ในภาวะตึงเครียด ร่างกายก็จะผลิตคอร์ติซอลออกมามากเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะฮอร์โมนชนิดนี้มีฤทธิ์สลายกลูโคส กรดไขมัน และโปรตีนด้วย จึงทำให้ร่างกายเสื่อมเร็ว ด้วยเหตุนี้คนที่เคร่งเครียดมากๆ จึงดูแก่กว่าวัย และยังมีบทบาทช่วยกระตุ้นการสูบฉีดเลือดและเพิ่มความดันโลหิต หากร่างกายอยู่ในภาวะความดันสูงเรื้อรัง ก็อาจเกิดโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หากมีฮอร์โมนคอร์ติซอลที่สูง หรือ มีความเครียดมากๆ เครียดบ่อยๆ อาจร้ายแรงถึงขั้นเกิดเส้นเลือดในสมองแตกได้
ดีเอชอีเอ (DHEA)
หรือฮอร์โมนต้านความเครียด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ และชะลอความเสื่อมของร่างกาย ที่สำคัญยังช่วยต้านฤทธิ์ของคอร์ติซอลเมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด ซึ่งหากเรานอนไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะหลั่งดีเอชอีเอออกมาน้อย จนนำไปสู่ภาวะเสพติดความเครียด และภาวะต่อมหมวกไตล้า ซึ่งสาเหตุสำคัญของการล้มป่วยและติดเชื้อเฉียบพลันได้ แต่โดยปกติระดับฮอร์โมน DHEAs จะลดลงตามอายุในทั้งชายและหญิง โดยลดเฉลี่ยปีละ 1-2% จนกระทั่งอายุ 90 ปี
โกรทฮอร์โมน (Growth Hormones)
ฮอร์โมนที่สำคัญที่ร่างกายผลิตขึ้นได้เอง ทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการสร้าง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต หลังจากอายุ 25 ปีแล้ว ฮอร์โมนนี้จะลดลง 15% ทุกๆ 10 ปี จนเมื่ออายุ 60 ปี โกรทฮอร์โมนจะลดลงเหลือต่ำกว่า 10% การลดลงของฮอร์โมนตัวนี้คือ ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าๆ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง นอนหลับไม่สนิท ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานช้าลง ส่งผลให้อ้วนง่าย ความจำแย่ลง เซ็กส์เสื่อมลง และอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคหัวใจ แถมยังทำให้ริ้วรอยแห่งความชรามาเร็วและชัดเจนขึ้น
ต่อมไทรอยด์ (Thyroid gland)
เป็นต่อมไร้ท่อชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ผลิตและหลั่งไทรอยด์ฮอร์โมนเข้าสู่กระแสเลือด จากนั้นส่งไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้อวัยวะต่างๆทำงาน โดยเฉพาะหัวใจและสมอง ควบคุมระบบการเผาผลาญของเซลล์ต่างๆ รักษาระดับไขมันในเลือด ระบบย่อยอาหาร การควบคุมอุณหภูมิร่างกาย การทำงานของกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่มีผลต่อความแข็งแรงของผิวหนัง ผม เล็บ ด้วย ดังนั้นหากมีความผิดปกติของไทรอยด์ ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆของร่างกายทำให้เกิดความผิดปกติตามมา หากผู้สูงอายุมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ จะส่งผลให้ เกิดอาการคล้ายความชรา เช่น เคลื่อนไหวเชื่องช้าลง น้ำหนักเพิ่มขึ้น สติปัญญาลดลง ขณะเดียวกันเมื่อผู้สูงอายุที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินปกติ ที่เรียกต่อมไทรอยด์เป็นพิษ อาจมีอาการเซื่องซึม สับสน หรือหอบเหนื่อยจากภาวะหัวใจวาย แทนที่จะมีอาการตาโปน อุณหภูมิกายสูงกว่าปกติ รับประทานอาหารมาก แต่ผอมลง เหมือนในวัยหนุ่มสาว
ร่างกายที่เสื่อมสภาพลงนั้น เป็นเรื่องของสังขารที่ไม่เที่ยง มันจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพตั้งแต่ในช่วงที่ยังแข็งแรง เพื่อให้เรามีสุขภาพที่ดีตลอดไป
เอกสารอ้างอิง
1. เมลาโทนิน (melatonin) ตัวช่วยนอนหลับยอดฮิต
2. คอร์ติซอล (Cortisol) ฮอร์โมนแห่งความเครียด
3. ผู้สูงอายุกับต่อมไร้ท่อ
4.
5. อาการขาดฮอร์โมนในร่างกาย