เป็นธรรมดาที่ในความคิดของมนุษย์นั้นมีเรื่องราวต่างๆ มากมายวนเวียนอยู่ภายในสมอง ส่งผลให้เกิดเป็นอารมณ์ความรู้สึกทั้งดีและไม่ดี ความรู้สึกเครียด ผิดหวัง เสียใจ ดีใจ มีความสุข ผ่านเข้ามาให้ได้เผชิญอยู่เสมอ เรื่องบางเรื่องก็อาจต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะสามารถผ่านพ้นจุดนั้นไปได้ สิ่งสำคัญที่มนุษย์พึ่งมีนั้นเป็นเรื่องของ “สติ” การฝึกฝนจิตใจภายในให้ประคองความรู้สึกที่เกิดขึ้น
การเริ่มต้นทำสมาธิเพื่อฝึกสติจึงเป็นสิ่งสำคัญ ข้อมูลจากเว็บไซต์ SENIORS MATTER ได้กล่าวถึงความหมายของการทำสมาธิไว้ว่า
“การทำสมาธิเป็นเรื่องของการปลูกฝัง การตระหนักรู้ และการไม่ตัดสิน การฝึกจิตในการจัดการกับความเครียดในรูปแบบต่างๆ โดยการทำให้จิตใจและร่างกายสงบลง เพียงแค่นั่งนิ่งหรือนอนราบ ผ่อนคลาย และอย่าจมอยู่กับความคิดที่ล่องลอยอยู่ในหัว เมื่อเราทำสมาธิ ลมหายใจของเราจะช้าลง อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง ความดันโลหิตลดลง ความเครียดลดลง และความตึงเครียดในร่างกายลดลง สติเป็นเพียงการสังเกตและยอมรับความคิดที่เกิดขึ้นโดยปราศจากวิจารณญาณ แทนที่จะกังวลเกี่ยวกับอนาคตหรือครุ่นคิดถึงอดีต การทำสมาธิแบบมีสติจะเน้นที่ปัจจุบัน ปิดกั้นสิ่งรบกวนสมาธิในยุคปัจจุบัน”
สำหรับการทำสมาธิในผู้สูงอายุช่วยให้ประโยชน์มากมายทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพราะการฝึกทำสมาธิเป็นประจำจะช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย ความสงบที่เพิ่มขึ้น ความเครียดน้อยลง และการนอนหลับที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นศูนย์ความจำภายในสมอง ตามรายงานของ US News กล่าวว่า
“การทำสมาธิเกี่ยวข้องกับความจำระยะสั้นและระยะยาวที่เพิ่มขึ้น อาจชะลอการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์ได้ หลักฐานเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าการทำสมาธิสามารถชดเชยการลดลงของความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับอายุได้ ไม่เพียงแต่จะกระตุ้นเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า “รู้สึกดี” เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนสมองของเราเพื่อปรับปรุงจุดสนใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานของการรับรู้ได้อีกด้วย การมีสติช่วยจัดการอารมณ์ ทำให้มีช่องว่างระหว่างสิ่งเร้าและปฏิกิริยาของเรา แถมมันยังคลายความเหงา”
เอลเดอร์จึงนำรูปแบบและ 5 ประโยชน์ของการนั่งสมาธิสำหรับผู้สูงอายุ สามารถทำเองได้ที่มาบ้าน
รูปแบบการทำสมาธิ คือ นั่งสมาธิ ส่วนผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเข่า สามารถทำสมาธิในรูปแบบอื่นๆ ได้ เช่น การเดินจงกรม ยืนสมาธิ นอนสมาธิ หรือ การทำโยคะ ไทชิ ชี่กง เพียงต้องมีสติจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งทุกขณะ
5 ประโยชน์จากการทำสมาธิสำหรับผู้สูงอายุ
1. ลดความเครียดและความวิตกกังวล
การทำสมาธิจะช่วยให้จิตใจของเราสงบลง ผ่านการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ลมหายใจ หรือ สิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ซึ่งจะช่วยจัดการกับอารมณ์ และคลายความกังวลได้ทันที
2. ควบคุมความเจ็บปวด
ความเจ็บปวดทางกายภาพของเรานั้นเชื่อมโยงโดยตรงกับจิตใจของเรา โดยการทำสมาธิทำให้การทำงานของสมองในส่วนที่ทำหน้าที่รับความรู้สึก (Somatosensory Cortex) น้อยลง ซึ่งสมองส่วนนี้เกี่ยวกับการกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวด ในขณะที่การทำสแกนก่อนการทำสมาธิแสดงให้เห็นสมองทำงานหนัก แต่เมื่อทำสแกนให้อาสาสมัครขณะที่พวกเขากำลังทำสมาธิ ภาพสแกนไม่ปรากฏการทำงานของสมองในส่วนที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด Zeidan กล่าวว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การทำสมาธิมีประสิทธิภาพในการยับยั้งความเจ็บ ปวดคือมันไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานของสมองในส่วนใดส่วนหนึ่งเพียงส่วนเดียว แต่ส่งผลต่อกระบวนการหลายระดับที่สมองสั่งการให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวด
3. ยืดอายุสมอง ลดภาวะสมองเสื่อม
การทำสมาธิสามารถเพิ่มเทโลเมอเรส ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่จำเป็นในการลดโรคที่ลุกลามอย่างอัลไซเมอร์ได้ 43% ผู้สมองของผู้ที่ทำสมาธิสามารถเก็บข้อมูลได้มากและดียิ่งขึ้น
4. เพิ่มความสนใจในการฝึกสมาธิ
การทำสมาธิมีศักยภาพที่จะป้องกันการเสื่อมของจิตใจที่เกี่ยวข้องกับอายุได้ ผู้เข้าร่วมต้องผ่านการทดสอบการฝึกสมาธิหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงการฝึกสมาธิกับวัตถุอย่างต่อเนื่อง เทคนิคการหายใจอย่างมีสติ และการสร้างอารมณ์เชิงบวกให้กับผู้อื่นและตนเอง
5. พัฒนาการนอนหลับให้ดีขึ้น
ปัญหาการนอนหลับมักเกิดจากความเครียด การรับประทานอาหารที่ไม่ดี อายุมากขึ้น หรือโรคเรื้อรังอื่นๆ แต่การทำสมาธิก่อนนอนช่วยคลายความตึงเครียดออกจากร่างกาย ทำให้เกิดสภาวะจิตใจที่สงบ
เห็นแบบนี้แล้วการนั่งสมาธินั้นมีประโยชน์มากมายกว่าที่คิดใช่ไหมล่ะ ทำให้ชีวิตผู้สูงอายุของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ หันมาทำสมาธิกันอย่างสม่ำเสมอไปด้วยกัน
เอกสารอ้างอิง
1. Benefits of mindful meditation for older adults—and how to get started
2. 5 Healthy Benefits of Meditation
3. “ฝึกสมาธิ”…ช่วยลดโรคทางอารมณ์