ความดันโลหิตสูง หนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยโรคความดันโลหิตสูงถือเป็นภัยเงียบที่ทำให้หลายคนต้องมาจบชีวิตด้วยโรคนี้แบบไม่ทันตั้งตัว เนื่องจากโรคนี้มักไม่แสดงอาการ ซึ่งการมีภาวะความดันโลหิตสูงเป็นระยะเวลานานแล้วไม่ได้รับการรักษา หรือไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้เป็นเวลานาน จะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ ดังนั้นเพื่อให้สามารถเฝ้าระวังและป้องกันโรคความดันโลหิตสูงซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว อุปกรณ์สำคัญที่ผู้สูงวัยควรมีไว้ติดบ้านอย่างหนึ่งก็คือ “เครื่องวัดความดัน” นั่นเองครับ
ความดันโลหิต คืออะไร แบบไหนเรียก ความดันสูง – ความดันต่ำ
ความดันโลหิต เป็นค่าความดันของกระแสเลือดที่กระทบกับผนังหลอดเลือดแดง ซึ่งเกิดจากการสูบฉีดเลือดของหัวใจส่งผ่านหลอดเลือดเพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเราสามารถวัดค่าความดันโลหิตได้ด้วย เครื่องวัดความดัน ซึ่งจะได้ 2 ค่า คือ
– ค่าความดันช่วงบน (จากการบีบตัวของหัวใจ)
– ค่าความดันช่วงล่าง (จากการคลายตัวของหัวใจ)
โดยค่าความดันโลหิตในคนปกติจะอยู่ที่ประมาณ 120/80 มิลลิเมตรปรอท ดังนั้นถ้าวัดแล้วพบว่ามีความผิดปกติไปจากนี้ เช่น ตัวเลขสูงหรือต่ำกว่านี้ อาจเข้าข่ายความดันโลหิตสูง หรือความดันโลหิตต่ำก็เป็นได้
สำหรับ โรคความดันโลหิตสูง มากกว่า 90% ไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด แต่พบว่ามีปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้ เช่น อายุ, เพศ, กรรมพันธุ์, เชื้อชาติ, ภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน และการรับประทานอาหารเค็มจัด เป็นต้น
| ความดันโลหิต | ตัวบน | ตัวล่าง | คำแนะนำ |
| ปกติ | น้อยกว่า 120 | น้อยกว่า 80 | คุมอาหาร,ออกกำลังกาย,หมั่นเช็ความดัน |
| ระยะก่อนความดันสูง | 120 – 139 | 80 – 90 | ปรึกษาแพทย์, คุมอาหาร,ออกกำลังกาย,หมั่นเช็ความดัน |
| ความดันโลหิตสูง ขั้นที่ 1 | 140 – 159 | 90 – 99 | พบแพทย์ |
| ความดันโลหิตสูง ขั้นที่ 2 | 160 – 179 | 100 – 109 | พบแพทย์ด่วน |
| ความดันโลหิตสูง ขั้นที่ 3 | มากกว่า 180 | มากกว่า 109 | พบแพทย์ด่วน |
จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า แม้จะมีความดันโลหิตสูงในขั้นที่ 2 แต่ผู้ป่วยก็ยังคงมีสุขภาพโดยทั่วไปแข็งแรงดี ไม่มีอาการแสดงใดๆ แต่ในขณะเดียวกันอวัยวะต่างๆกำลังถูกทำลายไปอย่างช้าๆ พร้อมๆกับค่าความดันโลหิตที่สูงขึ้นทีละน้อย เนื่องจากผนังหลอดเลือดแดงหนาตัวขึ้น ช่องว่าที่เลือดจะไหลผ่านได้มีขนาดเล็กลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้ลดลง ส่งผลให้การทำงานของอวัยวะต่างๆนั้นไม่ปกติ และเมื่อปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษาเป็นเวลานาน ความดันโลหิตจะยิ่งสูงมากขึ้นและแสดงอาการให้เห็น เช่น เลือดกำเดาไหล ตามองไม่เห็นชั่วคราว เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก และปวดศีรษะ เป็นต้น

ในขณะที่ ความดันโลหิตต่ำ คือ ภาวะที่ความดันของกระแสเลือดในหลอดเลือดแดงต่ำกว่าปกติ หรือค่าความดันเลือดต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ภาวะนี้พบได้มากในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นความดันโลหิตต่ำ หรือผู้ที่มีโรคร้ายแรงบางชนิด ซึ่งอาการของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตต่ำ ได้แก่ เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลมเมื่อเปลี่ยนท่าทางหรือเปลี่ยนอิริยาบถเร็วๆ บางรายอาจมีอาการหายใจเร็ว เหนื่อยง่าย ชีพจรเต้นเบาและเร็วร่วมด้วย ดังนั้น การมีเครื่องวัดความดันติดบ้านไว้ จะช่วยให้เราเฝ้าระวังตัวเองได้อีกทางหนึ่งครับ

สถานการณ์โรคความดันโลหิตสูง
โรคความดันโลหิตสูงถือเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประชากรทั่วโลก โดยข้อมูลในปีพ.ศ. 2562 พบว่าประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคความดันโลหิตสูงมากถึง 7.5 ล้านคน และมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเกือบ 1 พันล้านคนทั่วโลก ทั้งยังคาดว่าในปีพ.ศ. 2568 ความชุกของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.56 พันล้านคน
ไม่ใช่แค่ต่างประเทศเท่านั้น แต่โรคความดันโลหิตสูงยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพของคนไทย โดยมากกว่า 1 ใน 4 ของคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป มีปัญหาความดันโลหิตสูง และในจำนวนนี้มากกว่า 50% ไม่รู้ว่าตนเองมีภาวะความดันโลหิตสูง ทั้งนี้จากสถิติพบว่า จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเกือบ 4 ล้านคนในปี 2556 เป็นเกือบ 6 ล้านคนในปี 2561 ขณะเดียวกัน จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคความดันโลหิตสูง ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
ความดันโลหิตสูง กระทบต่อสุขภาพอย่างไร ก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคอะไรได้บ้าง
การมีภาวะความดันโลหิตสูง เป็นระยะเวลานานแล้วไม่ได้รับการรักษา หรือไม่สามารถควบคุมระดับความดันได้เป็นเวลานาน จะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญต่ออวัยวะต่างๆ ได้แก่
– สมอง อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง เกิดภาวะหลอดเลือดในสมองตีบ ตัน หรือแตก ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
– หัวใจ อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ เนื่องจากหัวใจทำงานหนักขึ้น ทำให้ผนังหัวใจหนาตัว และถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดหัวใจโต และหัวใจวายในที่สุด นอกจากนี้อาจทำให้เกิดหลอดเลือดหัวใจตีบ เกิดอาการเจ็บหน้าอกและกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือหากหลอดเลือดที่หัวใจอุดตัน เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอก็อาจทำให้หัวใจวายได้
– ไต เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดโรคไตเรื้อรัง นานวันเข้าอาจเกิดภาวะไตวาย รุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้
– ตา หลอดเลือดแดงในตาเสื่อม อาจทำให้มีเลือดออกที่จอตา ทำให้ประสาทตาเสื่อม ตามัว หรือตาบอดได้
เครื่องวัดความดัน สำคัญอย่างไร ทำไมต้องมีไว้ติดบ้าน
เครื่องวัดความดันโลหิต (Blood pressure monitor) คือ อุปกรณ์วัดระดับค่าความดันของกระแสเลือดที่กระทบกับผนังหลอดเลือดแดง ซึ่งเกิดจากการสูบฉีดเลือดของหัวใจส่งผ่านหลอดเลือด ซึ่งการมีเครื่องวัดความดันไว้ที่บ้าน นอกจากจะช่วยให้สามารถวัดความดันได้เองทุกวันตามต้องการแล้ว ยังมีข้อดีอีกมาก ดังนี้
1. ตรวจวัดได้เองที่บ้าน ตัดปัญหาผู้สูงอายุไม่ยอมไปโรงพยาบาล : อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องความดันโลหิต การเฝ้าระวังสุขภาพผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันผู้สูงอายุมักไม่ชอบไปโรงพยาบาล ดังนั้น การมีเครื่องวัดความดันไว้ที่บ้าน จะช่วยตัดปัญหาผู้สูงอายุที่ไม่ชอบหรือไม่ยอมไปโรงพยาบาลได้ ช่วยให้สะดวกกับการตรวจเช็คความดันเบื้องต้น
2. ช่วยเฝ้าระวัง รู้เท่าทันตั้งแต่เนิ่นๆ : การที่โรคความดันโลหิตสูงไม่มีอาการแสดง ทำให้หลายคนชะล่าใจไม่มีการเฝ้าระวังหรือตรวจเช็คสุขภาพแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ กว่าจะรู้ตัวก็เข้าขั้นร้ายแรงแล้ว ดังนั้นการมีเครื่องวัดความดันติดบ้านไว้จึงถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งจะช่วยให้เรามีการตรวจเช็คความดันโลหิตเป็นระยะ และอาจตรวจพบภาวะความดันโลหิตสูงตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนและโรคร้ายแรงได้อย่างทันท่วงที
3. ใช้ได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก : สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลที่เป็นกังวลว่า เครื่องวัดความดันจะใช้ยาก มีแล้วใช้ไม่เป็น เรื่องนี้บอกเลยว่าการใช้เครื่องวัดความดันไม่ได้ยากอย่างที่คิด บางรุ่น นอกจากจะวัดความดันโลหิตได้แล้ว ยังสามารถตรวจเช็คอัตราการเต้นของหัวใจไปพร้อมกันได้ด้วย
ขั้นตอนการวัดความดันเองที่บ้าน
1. ก่อนวัดความดันโลหิตให้นั่งพักบนเก้าอี้ในท่าสบายๆ ไม่ควรนั่งไขว่ห้าง หายใจเข้าออกปกติ หลังพิงพนักเก้าอี้ และไม่ต้องเกร็ง ประมาณ 5-10 นาที
2. ไม่ควรอยู่ในที่เสียงดัง ไม่ควรพูดคุยหรือขยับตัวขณะเตรียมวัดความดัน
3. วางแขนที่จะวัดความดันบนโต๊ะ (แขนซ้ายหรือแขนขวาก็ได้) ในท่าสบายๆ ไม่ต้องกำมือ
4. พับแขนเสื้อให้เรียบร้อย นำผ้าพันแขนมาพันที่ผิวหนังบริเวณต้นแขนเหนือข้อพับประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร
5. เริ่มวัดความดันโดยกดปุ่มที่เครื่องวัดความดันโลหิตให้ผ้าพันแขนออกแรงบีบต้นแขนเพื่อไปกดเส้นเลือดข้างใน ระหว่างที่ผ้าพันแขนเริ่มบีบต้นแขนให้หายใจสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง
6. กรณีที่ใช้เครื่องวัดความดันแบบดิจิทัล เมื่อผ้าพันแขนพบระดับความดันในเส้นเลือดแล้ว ผ้าพันแขนจะค่อยๆ คลายตัวออก ส่วนกรณีที่ใช้เครื่องวัดความดันโลหิตแบบบีบลูกยาง ผู้วัดความดันจะคลายผ้าพันแขนออกให้ จากนั้นเครื่องจะแสดงตัวเลขค่าความดันออกมา
7. ถ้าไม่แน่ใจในผลค่าความดันให้พักสักครู่ แล้วทำการวัดซ้ำอีกครั้ง หรือวัด 3 ครั้ง แล้วนำค่ามาเฉลี่ยกัน
8. เก็บบันทึกการอ่านค่าความดันโลหิตทุกครั้ง รวมถึงบันทึกเวลาในการวัดความดันโลหิตด้วย
ตัวเลขจากเครื่องวัดความดัน บอกอะไรเราได้บ้าง
สำหรับเครื่องวัดความดัน (โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ) จะแสดงผลออกมาเป็นตัวเลข 3 ค่า ได้แก่
1. ความดันโลหิตช่วงบน (Systolic blood pressure: SBP) ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนเครื่องวัดคือ SYS เป็นความดันของเลือดสูงสุดที่เกิดจากหัวใจห้องล่างซ้ายบีบตัว
2. ความดันโลหิตช่วงล่าง (Diastolic blood pressure: DBP) ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนเครื่องวัดคือ DIA เป็นความดันเลือดที่ต่ำสุดที่เกิดจากหัวใจห้องล่างซ้ายคลายตัวออก
3. อัตราการเต้นของหัวใจ (Pulse หรือ Heart rate) เป็นค่าตัวเลขบอกถึงจำนวนอัตราการเต้นของหัวใจ หรือชีพจรต่อนาที นอกจากนี้ เครื่องวัดความดันรุ่นใหม่ๆ ยังมีตัวเลขแสดงวันเดือนปี และเวลาขณะที่ทำการวัดความดัน ช่วยให้สะดวกและง่ายต่อการบันทึกความจำอีกด้วยครับ
ความถี่ และช่วงเวลาในการวัดความดันที่เหมาะสม
การมีเครื่องวัดความดันไว้ที่บ้าน ช่วยให้เราสามารถวัดความดันได้บ่อยเท่าที่เราต้องการ แต่บางคนอาจมีความกังวลทำให้วัดความดันบ่อยจนเกินไป วัดวันละหลายๆครั้ง ซึ่งความกังวลนั้นอาจส่งผลให้ระดับความดันคลาดเคลื่อนได้ครับ
ดังนั้น แนะนำว่าควรวัดความดันในทุกๆ เช้า – เย็น หมั่นค่อยบันทึกและสังเกตผลทุกครั้ง ประมาณหนึ่งสัปดาห์ เมื่อความดันโลหิตหรือผลการรักษาดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้ลดความถี่ในการวัดความดันลงก็ได้ครับ
จะเลือกซื้อเครื่องวัดความดันทั้งที ต้องพิจารณาที่อะไรบ้าง
ปัจจุบันคนส่วนใหญ่เริ่มเห็นความสำคัญของการมี เครื่องวัดความดัน ไว้ที่บ้าน ทำให้เทคโนโลยีของเครื่องวัดความดันถูกพัฒนาไปมากขึ้น โดยเครื่องวัดความดันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันก็คือเครื่องวัดความดันโลหิตชนิดดิจิทัล ซึ่งมีหลายยี่ห้อ หลายขนาด และหลายราคา ให้เลือกซื้อหามาใช้กัน ทำให้หลายคนมีข้อสงสัยว่าควรจะเลือกซื้อเครื่องวัดความดันแบบไหนดี? และการจะเลือกซื้อเครื่องวัดความดันสักเครื่องนั้น ต้องพิจารณาที่อะไรบ้าง ไปดูกันครับ
สำหรับการเลือกซื้อเครื่องวัดความดันไว้ใช้ที่บ้านนั้น สิ่งที่ต้องพิจารณาเบื้องต้น มีหลักๆ ดังนี้
1. เลือกเครื่องวัดความดันชนิดพันสายรัดรอบต้นแขน เพราะมีความแม่นยำกว่าเครื่องวัดความดันที่พันข้อมือและนิ้วมือ โดยต้องแน่ใจว่าสายพันมีความพอดีกับต้นแขน เพราะถ้าใหญ่หรือเล็กเกินไปการอ่านผลจะไม่แม่นยำเท่าที่ควร
2. แนะนำให้เลือกเครื่องวัดความดันแบบดิจิทัล ที่วัดผ่านการพันต้นแขน เนื่องจากใช้งานง่าย อ่านค่าได้ง่าย และยังเก็บรักษาได้ง่ายอีกด้วย
3. เครื่องวัดต้องมีความเที่ยงตรงและแม่นยำ ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานและคุณภาพของเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ค่าการวัดความดันโลหิตออกมาแม่นยำที่สุด
4. ราคาของเครื่องวัดต้องมีความสมเหตุสมผล ไม่ถูกหรือแพงจนเกินไป
5. หากผู้ใช้งานเป็นผู้สูงอายุ ควรเลือกเครื่องวัดความดันที่มีจอแสดงผลเป็นตัวเลขขนาดใหญ่ สามารถอ่านค่าตัวเลขความดันโลหิตที่วัดได้โดยง่าย หน้าจอมีแสงสว่างเพียงพอ รวมถึงสามารถแสดงอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย
6. ควรเลือกเครื่องวัดที่เก็บรักษาง่าย พกพาได้สะดวก สามารถนำไปใช้งานได้ทุกสถานที่ ทุกเวลา
7. ก่อนเลือกซื้อ ควรศึกษายี่ห้อ คุณภาพ มาตรฐานของเครื่องวัดความดันที่ต้องการเสียก่อน เพื่อให้ได้เครื่องวัดความดันที่คุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด
วันนี้เอลเดอร์ขอยกตัวอย่าง เครื่องวัดความดันที่เหมาะสำหรับการใช้งานของผู้สูงอายุ และกำลังได้รับความนิยมมากในตอนนี้ก็คือ เครื่องวัดความดันโลหิตระบบดิจิทัล CITIZEN ซึ่งเป็นเครื่องวัดความดันโลหิตที่ใช้วัดทางต้นแขน
ข้อดีของเจ้าเครื่องนี้ก็คือ ใช้งานง่าย เพียงสัมผัสแค่ปุ่มเดียว มีหน่วยความจำในตัวเครื่องมากถึง 90 ครั้ง แสดงผลความดันเป็นตัวเลขแบบดิจิทัลบนจอ LCD ขนาดใหญ่ มีการแสดงวันเดือนปีและเวลา ขณะทำการวัดความดัน จึงสะดวกต่อการจดบันทึก สามารถแสดงค่าเฉลี่ยจากการวัด 3 ครั้งสุดท้าย อีกทั้งยังสามารถวัดความดันโลหิตในผู้ที่มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติได้ พร้อมแถบสีแสดงสถานะความดันปกติและไม่ปกติอีกด้วยครับ
นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีน้ำหนักเบา สามารถพกพาได้สะดวก มีช่องเก็บที่รัดแขนในตัว สามารถใช้งานได้ทั้งระบบไฟบ้านและแบตเตอรี่ พร้อมการรับประกัน 7 ปีเต็ม เรียกได้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคาหากได้ เครื่องวัดความดันโลหิตระบบดิจิทัล CITIZEN มาเป็นเจ้าของ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
– https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/hypertension
– https://www.si.mahidol.ac.th/Th/healthdetail.asp?aid=47
– https://hd.co.th/what-is-blood-pressure-monitor-how-to-use
– https://www.bangkokhealth.com/โรคความดันโลหิตต่ำ-ภัยร/
– https://cheewajit.com/disease-symptoms/วิธีเลือกและใช้เครื่อง
– https://khelang.co.th/article.php?ac=358