โรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular diseases) คือ โรคที่หลอดเลือดแดงในหัวใจตีบหรือตันจนทำให้หัวใจขาดเลือดไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ จนนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการกินอาหาร การใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อโรค

ดังนั้นการป้องกันโรคและการดูแลสุขภาพจึงสำคัญมากในกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเจ็บป่วยด้วยโรคนี้ แต่หากเจ็บป่วยด้วยโรคนี้แล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพร่วมกับการรักษาสำคัญมากที่สุด ซึ่งการดูแลสุขภาพที่สำคัญมีดังนี้

ปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ที่ถูกตรวจพบว่า เริ่มมีอาการของโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น แพทย์จะประเมินระดับความรุนแรงของโรคเพื่อวางแผนการรักษา โดยเฉพาะการประเมินประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจที่เหลืออยู่ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อฟื้นฟูการทำงานของหัวใจ โดยมีแนวทางที่สำคัญในการดูแลตัวเองคือ

1. การกินอาหาร

– ต้องลด หรือ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนทำให้เส้นเลือดในหัวใจอุดตันลงอย่างเคร่งครัด เช่น อาหารไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ทุกชนิด  อาหารทอด อาหารรสจัด เช่น อาหารมันจัด หวานจัด รวมถึง อาหารเค็มจัด

– หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ไขมันสูงทุกชนิด เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน ไข่แดงกินได้แต่ไม่ควรเกิน 3 ฟองต่อสัปดาห์  อาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันเนย หรือ ไขมันเทียม ครีมเทียม เช่น เบเกอรรี คุกกี้ โดนัท พิซซ่า  รวมถึงอาหารที่ปรุงด้วยวิธีการผัด หรือ ทอดบ่อยๆ

– เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น หากจำเป็นต้องใช้น้ำมัน ให้เลือกใช้แต่น้อย และเลือกใช้น้ำมันที่ดีต่อร่างกาย เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว ในการปรุงอาหารแทนการใช้น้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู

– อาหารที่ผู้ป่วยโรคนี้ควรกินมากที่สุด คือ อาหารคลีนที่เน้นความเป็นธรรมชาติมากที่สุด และกินให้ครบทั้ง 5 หมู่เพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารครบถ้วน และต้องหลีกเลี่ยงการแปรรูป อาหารหมักดอง อาหารแช่แข็ง  หรือ อาหารปรุงรส เพิ่มการกินผักและผลไม้ให้มากขึ้น กินให้ได้ทุกวัน เพราะอาหารเหล่านี้มีเส้นใยที่ช่วยในการดูดซับของเสีย ไขมันส่วนเกินในลำไส้ และยังช่วยในการขับถ่าย ป้องกันปัญหาท้องผูกซึ่งมีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ

– ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน งดเครื่องดื่มรสหวานถ้าทำได้ หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ แต่สามารถดื่มได้ด้วยการดื่มชาหรือกาแฟดำใส่น้ำผึ้งแทนน้ำตาล ไม่ควรเติมครีมเทียมเพราะเป็นไขมันทรานส์

2. การออกกำลังกาย

ควรออกกำลังกายทุกวันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือดในร่างกายและฟื้นฟูการทำงานของหัวใจ หรือ ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ขึ้นไป และเวลาในการออกกำลังกายต่อครั้ง คือ 30 นาทีขึ้นไป เน้นกิจกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับอายุและสภาพร่างกายเพื่อไม่ให้หัวใจทำงานหนักมาก เช่น การเดิน การว่ายน้ำ เป็นต้น

3. การพักผ่อน มีความสำคัญมาก

โดยเฉพาะการนอนหลับอย่างมีคุณภาพอย่างน้อยวันละ 6 ชม.

4. การลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพชทุกชนิด

เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา รวมถึงหลีกเลี่ยงความเครียดพยายามหากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจทำร่วมกับคนในครอบครัว หรือ เพื่อน เช่น ไปพักผ่อนตามธรรมชาติที่อากาศดี ๆ มีต้นไม้ให้ออกซิเจนเยอะๆ

5. การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

มีความสำคัญมากต่อการทำงานของหัวใจและรักษาสมดุลของร่างกายในระยะยาว หากน้ำหนักเกินต้องลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมให้เร็วที่สุด

6. การมาตรวจตามนัด สำคัญมากสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ

เพราะทุกครั้งที่มาตรวจแพทย์จะประเมินการทำงานของหัวใจและภาวะแทรกซ้อนอย่างสม่ำเสมอ  หากผู้ป่วยอาการดีขึ้นแพทย์ก็จะปรับยาและแผนการรักษาตามสภาพร่างกายและระดับของโรคด้วย

อ้างอิง

สำนักงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.”แนวทางการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด”

http://www.thaincd.com/

บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top