เคยสังเกตไหมว่ายิ่งอายุเพิ่มมากขึ้นเส้นผมกลับมีสภาพอ่อนแอง่าย บ้างก็ผมบาง ผมร่วง มากกว่าช่วงวัยอื่นๆ สุขภาพผมจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ผู้สูงอายุหลายคนรู้สึกเป็นกังวลใจ เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ปัญหาผมร่วงนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ชาย แต่คนส่วนใหญ่ก็เริ่มผมบางลงก่อนที่จะอายุ 30 ปี และร้อยละ 53 ของผู้ชายก็ศีรษะล้านหลังจากที่อายุ 40 ปี ส่วนผู้หญิงจะผมบางลงช้ากว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงไม่มีฮอร์โมนเพศชายเป็นตัวกระตุ้นให้ผมร่วงมากเท่ากับที่ผู้ชายมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ

รูปแบบของผมร่วงจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 

  1. ผมร่วงประเภทที่เซลล์รากผมถูกทำลาย อาการผมร่วงประเภทนี้จะทำให้ผมร่วงอย่างถาวร โดยเกิดจากโรคที่เกี่ยวกับผิวหนังและเชื้อราที่หนังศีรษะ เป็นลักษณะที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งจะทำให้เกิดการสูญเสียผมอย่างถาวรตามมา
  2. ผมร่วงประเภทที่เซลล์รากผมยังไม่ถูกทำลาย อาการผมร่วงประเภทนี้มักเกิดจากกระบวนการภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ทำลายเซลล์รากผมของตนเอง อาการผมร่วงในลักษณะนี้สามารถรักษาให้หายได้ เนื่องจากเซลล์รากผมยังไม่ถูกทำลายอย่างถาวร แต่หากปล่อยทิ้งไว้ ก็อาจเกิดการสูญเสียผมอย่างถาวรได้
ระยะการเจริญของเส้นผม

โดยปกติเส้นผมของเรามีวงจรการเจริญแบ่งออกเป็น 3 ระยะด้วยกัน ได้แก่ ระยะเจริญงอกงาม ระยะพัก และระยะเปลี่ยนสภาพ แต่ละระยะจะให้เวลาแตกต่างกัน ซึ่งเส้นผมของเราสามารถหลุดร่วงได้มากถึงวันละ 120 – 160 เส้น ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะผมสามารถขึ้นมาทดแทนได้ แต่ถ้าหากร่วงมากกว่านี้หรือมีอาการผิดปกติของหนังศีรษะ เช่น คัน แสบ แดง มีสะเก็ด หรือเป็นหนองพุพอง ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ

สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงมีหลายปัจจัยด้วยกัน ในกรณีผู้สูงอายุที่ผมร่วงนั้น มักเกิดจากระบบการทำงานของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเกิดจากฮอร์โมน หรือโรคประจำตัวของผู้สูงอายุที่อาจส่งผลให้เกิดผมร่วง วันนี้เอลเดอร์จึงรวบรวมสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดผมร่วงมาฝากกันครับ

การเจ็บป่วยทางกาย
– การเสียสมดุลการทำงานของต่อมไทรอยด์ที่ทำงานเพิ่มมากขึ้นหรือน้อยผิดปกติ
– โรคภูมิแพ้รากผม เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายรวน ทำให้มีเซลล์เม็ดเลือดขาวมาต่อต้านรากผมทำให้เซลล์รากผมหยุดทำงาน เส้นผมจะหายไปเป็นหย่อม ๆ
– โรคทางผิวหนัง ที่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย และเชื้อไวรัสของหนังศีรษะ ที่สาเหตุหลักจะเกิดจากพฤติกรรมของเราที่ปล่อยให้ผมยังเปียกชื้น ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ง่าย ทำให้เกิดอาการคัน และเป็นรังแค รวมถึงหนังศีรษะมีกลิ่นเหม็นอับ ส่งผลให้รากผมไม่แข็งแรง และหลุดร่วงไปในที่สุด

การใช้ยา วิตามิน อาหารเสริมบางชนิด
ยาบางชนิดที่ผู้มีโรคประจำตัวใช้อาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้รากผมอ่อนแอ และทำให้ผมร่วงเช่น
– ยาลดไขมันในเส้นเลือด
– ยาลดความดันโลหิตบางชนิด
– ยารักษาสิวที่มีส่วนผสมของวิตามินสังเคราะห์
– ยารักษาโรคมะเร็ง
– ยากดภูมิคุ้มกัน
– ยารักษาโรคไขข้อเสื่อม ไขข้ออักเสบ
– ยาลดความเครียด
– รวมถึงวิตามินเสริมบางชนิดที่บริโภคมากเกินกว่าความต้องการของร่างกาย จะมีผลไประงับการเจริญเติบโตของรากผม ทำให้เกิดผมร่วง

ความเครียด
เมื่อมีความเครียดก็จะส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เส้นเลือดตีบลง ออกซิเจนไปเลี้ยงหนังศีรษะน้อยลง ทำให้เส้นผมร่วงมากกว่าปกติในช่วงที่เครียดหรือนอนน้อย

การขาดสารอาหาร
ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาการขาดสารอาหารได้ง่าย เนื่องมาจากสภาพร่างกายที่ไม่อำนวยต่อการทานอาหารหรือสภาพจิตใจที่ทำให้ทานอาหารได้น้อยลง ดังนั้นการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผมบางชนิดทำให้หนังศีรษะขาดความชุ่มชื้น ผมแห้งง่าย และยังทำให้หนังศีรษะเกิดการแพ้หรือการอักเสบได้ง่าย อันเป็นสาเหตุของผมขาดหลุดร่วงได้

พันธุกรรม
สาเหตุที่พบมากที่สุดของผมร่วง หากคนในครอบครัวเรามีผมบางหรือหัวล้าน เราก็มีสิทธิ์หัวล้านได้เช่นกัน โดยสาเหตุนั้นเกิดจากฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เส้นผมที่งอกใหม่มีขนาดเล็กลง เมื่อเวลาผ่านไปเส้นผมที่เล็กลงจะไม่สามารถปกปิดหนังศีรษะได้ และยังทำให้รากผมหยุดสร้างเส้นผม และหลุดร่วงได้ง่าย ส่วนใหญ่มักจะพบในเพศชาย

อายุ
เมื่อเราอายุมากขึ้น ความเสื่อมของเซลล์หนังศีรษะเริ่มมากขึ้น ผมร่วงง่ายขึ้น รากผมเริ่มหดตัว ทำให้เส้นผมไม่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่ ทำให้ผมบางลง

ปัจจัยอื่นๆ
– การใช้ความร้อนและสารเคมีกับผม เช่น การเป่าผม หนีบผม ดัดผม ย้อมสีผม
– การรวบผมตึง
– การหวีผมแรง ๆ หรือหวีผมตอนเปียก

วิธีดูแลและลดปัญหาผมร่วงทั้งภายนอกและภายใน

ภายนอก เราสามารถดูแลรักษาผลด้วยตนเองได้ง่ายๆ โดยการทำทรีตเมนต์เพื่อกระตุ้นให้การเกิดใหม่ของรากผมและบำรุงรักษาเส้นผมให้คงอยู่ การทำเลเซอร์เพื่อแก้การเสื่อมสภาพของเส้นผมหรือกระตุ้นเส้นผมให้เกิดใหม่ และการผ่าตัดปลูกผม จะทำให้กรณีที่เส้นผมในบริเวณนั้นเสียหายไปหมดแล้ว ไม่สามารถโตกลับมาได้อีก

ภายใน การรักษาด้วยการปรับฮอร์โมนเพื่อลดอาการผมร่วง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น อาหารที่มีวิตามิน D, แมกนีเซียม, สังกะสี, โอเมก้า 3 หลีกเลี่ยงความเครียด พยายามทำจิตใจให้ผ่อนคลาย นอนหลับให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยี และนวัตกรรมมากมายที่สามารถช่วยให้ผมที่ร่วง หรือบางนั้นกลับมาหนา และเงางามได้ แต่การดูแลเส้นผมด้วยตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่า โดยหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบ การใช้ความร้อนทำให้เกิดปัญหาเส้นผมขาดหลุดร่วง ไม่ว่าจะเป็นการเป่าผม, หนีบผม, รวมถึงการทำสีผมบ่อยๆ ควรเน้นใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติจะช่วยลดอาการผมร่วงลงได้เช่นกัน

เอกสารอ้างอิง
1. “ผมร่วง ผมบาง” ปัญหาที่กวนใจของผู้หญิง
2. สาเหตุของผมร่วงอลังการ
3. สำรวจ”ผมร่วง”กี่เส้นต่อวัน สัญญาณเตือนก่อโรคร้าย!!
4. ผมร่วงมากแค่ไหน เข้าข่ายเป็นโรค?
5. ผมร่วง เมื่อไรที่เป็นปัญหา?
6. ผมร่วง

บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top