การดูแลสุขภาพความงามเป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนสุขภาพจากภายในของแต่ละคน ริมฝีปากก็เป็นส่วนสำคัญที่หลายคนเป็นกังวลอยู่เสมอแม้จะแต่งหน้าสวยงามแล้ว แต่ถ้าริมฝีปากกลับแห้ง แตก ลอกและเป็นขุยก็สามารถทำให้เราขาดความมั่นใจไปเลยในทันที เพราะมันสร้างปัญหากวนใจทำให้รู้สึกใบหน้าของเราไม่ชุ่มชื้นและไม่อวบอิ่ม

อาการปากแห้ง หรือภาวะปากแห้งเหตุน้ำลายน้อย (Xerostomia) เป็นภาวะที่ต่อมน้ำลายในปากไม่สามารถผลิตน้ำลายเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในปากได้ตามปกติ ทำให้มีอาการปากแห้ง รู้สึกไม่สบายในปาก คอแห้ง หรือกระหายน้ำ มักเกิดจากภาวะขาดน้ำ ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด การรักษาด้วยการฉายรังสี หรืออายุที่เพิ่มขึ้น
การดูแลจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราควรรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากแห้งนั้นเกิดจากอะไรบ้าง เพื่อนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขได้อย่างถูกวิธี
7 สาเหตุทำให้ริมผีปากแห้งแตก
1. การเลียริมฝีปาก เมื่อรู้สึกว่าปากแห้งหลายคนจะใช้วิธีง่ายๆ คือการเลียริมฝีปาก แต่เชื่อไหมว่าวิธีการนี้เป็นสิ่งที่ผิดอย่างมหันต์ เพราะยิ่งเลียริมฝีปากบ่อยเท่าไหร่ ยิ่งนำไปสู่ความแห้งกร้าน น้ำลายจะเป็นตัวดึงเอาความชุ่มชื้นออกไปจากริมฝีปากทำให้ปากแห้งลงมากกว่าเดิม
2. การดื่มน้ำน้อย การดื่มน้ำน้อยๆ นอกจากทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำแล้วยังส่งผลให้ร่างกายไม่มีน้ำที่เพียงพอเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของร่างกาย การดื่มน้ำเปล่าจะทำให้ผิวชุ่มชื้น และช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำซึ่งเป็นเหตุให้ริมฝีปากแห้ง
3. อยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็นหรือแห้ง หากต้องอยู่ในสภาพอากาศที่หนาว น้ำในร่างกายของเราจะถูกระเหยออกไปมากเป็นพิเศษ ส่งผลให้ผิวแห้งกว่าปกติ ทั้งผิวหนังที่ตัวหรือบนใบหน้ารวมไปถึงริมฝีปากที่มักแห้งแตกก่อนบริเวณอื่น โดยสาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุยได้เพราะบริเวณริมฝีปากไม่มีต่อมไขมันไว้เคลือบป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกไปเหมือนผิวบริเวณอื่นๆ จึงทำให้แห้งและแตกเป็นขุยง่าย
4. ผลข้างเคียงจากการรักษาโรค การรับประทานยารักษาโรคทั่วไปหรืออาหารเสริมบางชนิดมีส่วนประกอบบางอย่างที่ทำให้ผิวแห้ง เช่น วิตามินเอ เรตินอยด์ ยาลิเทียม ยาลีโวโดปา ยารักษาโรคเบาหวาน ยารักษาโรคอัลไซเมอร์ ยารักษาการติดเชื้อในช่องปาก หรือยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง ทำให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตน้ำลาย แต่จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวหรือถาวรขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีและบริเวณที่รับการรักษา ริมฝีปากแห้ง เป็นผลข้างเคียงของการรักษา
5. การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในผู้สูงอายุ วัยผู้สูงอายุมักมีภาวะปากแห้งมาเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นด้วยปัจจัยต่างๆ คอแห้ง น้ำลายน้อย น้ำลายหนืด และกลืนลำบาก รวมถึงการใช้ยารักษาโรค การเปลี่ยนแปลงสมรรถภาพร่างกาย การเจ็บป่วยและมีโรคประจำตัว หรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
6. การใช้ผลิตภัณฑ์บางชนิด ผลิตภัณฑ์บางชนิดมีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อริมฝีปาก เช่น ลิปบาล์ม ลิปสติก ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หรือครีมกันแดด บางคนอาจเกิดอาการแพ้ส่วนประกอบหรือสารเคมี ส่งผลทำให้ริมฝีปากแห้ง ลอก เป็นขุย หากพบว่าเกิดจากผลิตภัณฑ์ควรหยุดหรือหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้นทันทีเพื่อสังเกตอาการว่าจะหายจากภาวะริมฝีปากแห้งหรือไม่
7. ภาวะขาดสารอาหาร มีลักษณะอาการคล้ายคลึงกับภาวะร่างกายขาดน้ำ คือปากแห้ง แต่การขาดสารอาหารก่อให้เกิดอาการอื่นๆ เช่น กระดูกเปราะ ฟันผุ นอกจากนี้ผู้ที่มีภาวะขาดน้ำและขาดสารอาหารมีแนวโน้มทำให้ปากแห้งง่ายกว่าผู้ที่ไม่อยู่ในภาวะขาดน้ำ หากอาการปากแห้งมีที่มาจากทั้ง 2 ภาวะนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที
ในผู้สูงอายุการดูแลสุขภาพริมฝีปากเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เมื่อทราบสาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากแห้งแล้วควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านั้นทันที และเริ่มต้นด้วยการดูแลตัวเองทั้งสุขภาพภายในและการใช้ผลิตภัณฑ์ภายนอกที่เหมาะสม รวมถึงทำ 5 สิ่งนี้รับรองริมฝีปากของคุณจะชุ่มชื้นอยู่เสมอ
1. ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หรือจิบน้ำเย็นหรือเครื่องดื่มที่ปราศจากน้ำตาล อมน้ำแข็งบ่อยๆ ในแต่ละวัน เพื่อให้ปากมีความชุ่มชื้นเพียงพอ และดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหาร เพื่อช่วยในการบดเคี้ยวและกลืนอาหาร
2. การดูแลริมฝีปาก ด้วยการบำรุงใช้ลิปมัน ลิปบาล์ม และวาสลีน (ไม่ควรใช้ในกรณีที่ผู้สูงอายุมีภูมิคุ้มกันต่ำเพราะอาจติดเชื้อ) ควรเลือกลิปมันหรือลิปบาล์มที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อบำรุงริมฝีปากให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ยิ่งหากต้องออกแดด ควรเลือกใช้ลิปมีส่วนผสมของ UV Protection ด้วย เพราะแสงแดดจะยิ่งทำให้ริมฝีปากแห้ง และหมองคล้ำมากขึ้น

3. ควรหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัดหรือร้อนจัด อาจส่งผลให้ริมฝีปากเกิดการระคายเคืองได้
4. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ และสุรา ไม่ควรสูบบุหรี่ เพราะทำให้ปากแห้งมากขึ้น
5. การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ
– วิตามินบี เช่น ธัญพืชไม่ขัดขาว, ผักใบเขียว , ถั่วเปลือกแข็ง
– วิตามินซี ซึ่งพบได้มากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แครอท ผักใบเขียวต่าง ๆ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ
– อาหารที่มีซัลเฟอร์สูงอย่างไข่ กระเทียม และหน่อไม้ฝรั่ง
ทั้งหมดนี้จะมีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างความชุ่มชื้นช่วยทำให้ผิวพรรณรวมทั้งริมฝีปากดูสดชื่นและเต่งตึง
ทั้งนี้ริมฝีปากของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันบางคนอาจมีลักษณะผิวมันริมฝีปากสุขภาพดีอวบอิ่มอยู่แล้วทำให้เกิดภาวะผิวแห้งยาก จึงเกิดอาการปากแห้งน้อยกว่าคนที่มีผิวแห้งซึ่งมีโอกาสที่ปากจะแห้งได้ง่ายกว่า แต่วิธีการหลีกเลี่ยงและดูแลก็สามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอาการผิวแห้งบริเวณริมฝีปากได้ในระดับหนึ่งเพียงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
เอกสารอ้างอิง
1. ริมฝีปากแห้ง
2. ปัญหาช่องปากในผู้สูงอายุ
3. 10 วิธีแก้ริมฝีปากแห้งแตก ! ริมฝีปากแห้งมากเกิดจากอะไร ?
4. ความหมาย ปากแห้ง
5. ทำไมถึงผิวแห้ง ริมฝีปากแตกในเวลาอากาศหนาวนะ?
6. ปากแห้งแตก เป็นขุย – สาเหตุเกิดจากอะไร ? และวิธีดูแลรักษา