ยิ่งอายุมากขึ้น แคลเซียมในร่างกายที่สะสมทับถมกันมาเป็นระยะเวลานาน อาจก่อให้เกิดเป็นก้อนแข็งๆ หรือที่รู้จักกันว่า “หินปูน” เกาะอยู่บริเวณผนังหลอดเลือดหัวใจ ลิ้นหัวใจ หรือที่เยื่อหุ้มหัวใจ โดยสาเหตุการเกิดหินปูนในหลอดเลือดหัวใจนั้นเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากการเสื่อมสภาพของแคลเซียมในรางกายซึ่งทำให้เกิดการสะสมจนกลายเป็นก้อนแข็ง หรืออาจเกิดจากกลไกของร่างกายที่สร้างแคลเซียมมาเพื่อป้องกันบริเวณที่เกิดการอักเสบ นอกจากนั้นยังเกิดจากแคลเซียมที่แฝงตัวมากับคราบไขมัน และเกาะติดบริเวณหลอดเลือด ทำให้ขัดขวางการไหลเวียนเลือดไปสู่หัวใจ และยังมีปัจจัยอื่นๆที่อาจทำให้เกิดหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และผู้ที่สูบบุหรี่

อันตรายแคลเซียมเกาะผนังหลอดเลือดหัวใจ
แคลเซียมที่สร้างมาทดแทน หรือหินปูนนี้ก่อให้เกิดอันตรายได้ เพราะจะทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบตัน ดังนั้นคราบแคลเซียมหรือหินปูนที่เกาะอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจ แม้เพียงเล็กน้อยก็เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน และนำไปสู่ภาวะหัวใจวายฉับพลันได้

ปัจจัยที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงเกิดหินปูนในหลอดเลือด
แคลเซียมเกาะผนังหลอดเลือดนี้ มักเกิดขึ้นกับกลุ่มคนดังนี้
– ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป
– ผู้ที่คนในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ
– ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคไต ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
– ผู้ที่สูบบุหรี่
– ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน
อาจเป็นเรื่องยากที่จะเราจะรู้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในร่างกายใต้ชั้นผิวหลังลงไปได้ โดยเฉพาะในส่วนของภายในบริเวณกระดูก ในขณะที่หินปูนเหล่านี้เริ่มก่อตัวขึ้นในหลอดเลือดมันจึงไม่ปรากฏอาการอะไรที่ชัดเจน อาจเพียงส่งสัญญาณเตือนว่าหัวใจเริ่มทำงานแปลกไปจากเดิม ดังนั้นเราจึงไม่ทราบจนมันปรากฏอาการโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่ชัดเจน หรือโชคร้ายกว่านั้นก็อาจพบหลังประสบภาวะหัวใจวายไปแล้ว การตรวจคราบหินปูนที่ผนังหลอดเลือดหัวใจเป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรชะล่าใจ
ฉะนั้น การตรวจหาแคลเซียมหรือหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Score) เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่เริ่มมีอายุที่มากขึ้น หรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ด้วยการตรวจผ่านระดับแคลเซียมในหลอดเลือด ทำให้ได้ผลการวินิจฉัยที่แม่นยำจะช่วยให้ทราบถึงความเสี่ยงโรคหัวใจในอนาคตได้
ทั้งนี้การตรวจ Calcium Scoring CT นั้นเป็นการตรวจที่ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ต้องฉีดสีสวนหัวใจ ตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ซึ่งผู้ตรวจได้รับรังสีในปริมาณน้อยมาก แต่จะได้ความคมชัดเนื่องจากเครื่องมีความเร็วในการจับภาพสูง สามารถจับภาพขณะที่หัวใจเต้นได้ดี และบอกถึงปริมาณหินปูนที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจได้แม่นยำ
เช็คระดับความเสี่ยง ด้วยการตรวจ Calcium Scoring CT
– ระดับหินปูน 0 ความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันต่ำ
– ระดับหินปูน 1- 10 ความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันน้อย หรือเพียง 10%
– ระดับหินปูน 11-100 ความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันปานกลาง แพทย์อาจแนะนำให้ออกกำลังกาย หรือปรับอาหารให้เหมาะสม
– ระดับหินปูน 101-400 ปริมาณหินปูนปานกลางถึงสูง แพทย์อาจแนะนำการรักษาหรือการตรวจเพิ่มเติม
– ระดับหินปูน 400 ขึ้นไป อาจมีภาวะหลอดเลือดตีบแฝงอยู่ และมีโอกาสหัวใจวายเฉียบพลันสูง แพทย์อาจพิจารณาการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
การป้องกันแคลเซียมเกาะผนังหลอดเลือดหัวใจ
เราสามารถหลีกเลี่ยงภาวะดังกล่าวได้ง่ายๆ ดังนี้
– การงดสูบบุหรี่
– ลดอาหารที่มีไขมันมาก
– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
– พักผ่อนให้เพียงพอ
– ไม่เครียด
– ควบคุมความดันโลหิตให้ไม่เกิน 140/90 มม.ปรอท
– ควบคุมไขมัน LDL ต่ำกว่า 130 mg%
– ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
เอกสารอ้างอิง
1. แคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Score)
2. หินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ตัวการเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายฉับพลัน
3. ตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ Coronary Calcium Scan (CAC)
4. หินปูน เกาะหลอดเลือดหัวใจ Level ไหน..เสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน
5. ตรวจหาแคลเซียมหรือหินปูนในหลอดเลือดหัวใจคืออะไร