ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เกิดขึ้นเมื่อร่างกายสูญเสียน้ำไปมากกว่าที่ร่างกายได้รับ ซึ่งน้ำมีความสำคัญต่อหลายกระบวนการในร่างกาย เช่น การควบคุมอุณหภูมิกาย การกำจัดของเสียและการหล่อลื่นข้อต่อต่างๆ ดังนั้นการได้ที่ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในวัยที่อายุเพิ่มสูงขึ้น โดยมีการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุที่มีภาวะขาดน้ำจะมีความเสี่ยงสูงต่ออาการท้องผูก ภาวะไม่สมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย ความผิดปกติของไตและการสูญเสียการทรงตัว
วัยสูงอายุเป็นกลุ่มคนที่มีภาวะสูญเสียน้ำได้ง่ายเนื่องจากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้
1. การลดลงของปริมาณน้ำในร่างกายทั้งหมด
ปริมาณน้ำในร่างกายลดลงสวนทางกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากความสามารถในการกักเก็บน้ำในส่วนต่างๆลดลง เช่น การเสื่อมสลายของคอลลาเจนใต้ผิวหนังทำให้ เก็บกักน้ำในบริเวณนี้ได้น้อยลง นำมาซึ่งริ้วรอยและผิวหนังเหี่ยวย่น เป็นต้น
2. ความกระหายน้ำลดลง
ความรู้สึกกระหายน้ำเป็นการตอบสนองต่อร่างกายเมื่อมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ แต่การศึกษาพบว่าเมื่ออายุมากขึ้น กลไกการตอบสนองนี้จะทำงานน้อยลง ทำให้ในบางครั้งผู้สูงอายุอาจไม่ได้กระหายน้ำทั้งๆที่ร่างกายกำลังขาดน้ำอยู่
3. การทำงานของไตที่ลดลง
การทำงานของไตที่ลดลงสัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้กระบวนการดูดกลับน้ำที่ท่อไตเกิดขึ้นน้อยลงในผู้สูงอายุ ร่างกายจึงสูญเสียน้ำไปกับปัสสาวะในปริมาณที่มากขึ้น
4. ปัญหาสุขภาพและการใช้ยารักษาโรค
ผู้สูงอายุบางท่านมีโรคประจำตัวที่ทำให้ไตทำงานผิดปกติ หรือกระตุ้นให้มีการขับปัสสาวะในปริมาณมากต่อวัน เช่น โรคเบาหวานและโรคไต เป็นต้น หรือโรคที่ต้องใช้ยาขับปัสสาวะ เช่น ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่ทำให้ขับถ่ายปัสสาวะในปริมาณมากขึ้น ร่างกายจึงสูญเสียน้ำมากขึ้นด้วย รวมทั้งอาการเจ็บไข้ไม่สบาย เช่น การเป็นไข้ อาเจียนหรือท้องเสีย ก็ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้โดยตรง
5. ปัญหาเรื่องการเคลื่อนที่
สำหรับผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตนเอง เมื่อต้องการดื่มน้ำ จึงเกิดความไม่สะดวกที่จะเดินหาน้ำดื่มด้วยตัวเอง
6. ความร้อน
การใช้ชีวิตประจำวันในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิหรือความชื้นสูง ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำปริมาณมากผ่านทางเหงื่อ
ลักษณะอาการที่สูญเสียได้เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำ เช่น ปากแห้ง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ตาโหล ปัสสาวะเป็นสีเข้ม กล้ามเนื้อเป็นตะคริว และวิงเวียนศีรษะ เป็นต้น สำหรับอาการขาดน้ำอย่างรุนแรงที่ต้องได้รับการรักษาโดยเเพทย์ เช่น หัวใจเต้นเร็ว เป็นลม ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ หรือการท้องเสียและอาเจียนที่ติดต่อกันมากกว่า 24 ชั่วโมง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาภาวะขาดน้ำก็อาจทำให้เกิดอาการต่อไปนี้ได้
1. ไตทำงานหนัก เช่น เกิดการติดเชื้อที่ไต นิ่ว และไตวาย
2. ชัก เนื่องจากขาดโพแทสเซียม
3. โรคลมแดด หรือ heatstroke
4. ช็อค เนื่องจากปริมาณน้ำในร่างกายต่ำ ส่งผลให้ความดันโลหิตและระดับออกซิเจนในเลือดต่ำด้วย ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
ดังนั้นวิธีการรักษาภาวะขาดน้ำคือการให้ของเหลวทดเเทน หากอาการไม่รุนแรงสามารถดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่ชดเชยได้ ซึ่งน้ำเกลื่อแร่นี้ไม่เพียงแค่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ แต่ยังมีแร่ธาตุและอิเล็กโทรไลต์ที่จำเป็นทดแทนในปริมาณที่เสียไปอีกด้วย แต่หากกรณีการสูญเสียน้ำที่มีอาการรุนแรง แพทย์จะทำการให้สารน้ำและอิเล็กโทรไลต์ผ่านทางหลอดเลือดดำ
วิธีป้องกันภาวะสูญเสียน้ำในผู้สูงอายุ
1. พยายามดื่มน้ำตลอดทั้งวัน ในที่นี้อาจสลับด้วยการดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น นม และน้ำผลไม้น้ำตาลต่ำ เป็นต้น ควรงดเว้นการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชาและกาแฟ เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ จึงทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น
2. หากไม่คุ้นชินกับการดื่มน้ำในปริมาณมาก อาจทำการแบ่งปริมาณน้ำที่ดื่ม แต่เพิ่มความถี่จำนวนครั้งของการดื่มแทน เพื่อได้ได้รับน้ำเพียงพอตลอดทั้งวัน
3. เลือกอาหารที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบในแต่ละมื้อ เช่น ซุป แกงจืด และผลไม้ที่มีความฉ่ำ เช่น แตงโม ส้ม และสตรอเบอรี่ เป็นต้น
4. หากต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งในที่ที่อากาศร้อนหรือมีความชื้นสูง ควรวางแผนการดื่มน้ำโดยกำหนดช่วงเวลาที่แน่นอน และเตรียมน้ำดื่มไปด้วยในปริมาณที่เพียงพอ นอกจากนี้หากทำกิจกรรมออกกำลังกายที่มีการสูญเสียเหงื่อเปริมาณมาก อาจเตรียมเครื่องดื่มเสริมที่ช่วยชดเชยแร่ธาตุและอิเล็กโทรไลต์ไปด้วย
5. หากมีอาการไม่สบาย เช่น เป็นไข้ อาเจียน หรือท้องเสีย ต้องดื่มน้ำมากกว่าในภาวะปกติเสมอ และควรมีขวดน้ำอยู่ใกล้ตัวเพื่อสะดวกในการดื่ม
6. ผู้ดูแลผู้สูงอายุควรสังเกตความถี่และปริมาณน้ำที่ผู้สูงอายุดื่ม และจัดสรรให้มีในปริมาณที่เพียงพอ โดยที่ผู้สูงอายุสามารถหยิบจับภาชนะได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแต่ละมื้ออาหารและหลังออกกำลังกาย
ผู้สูงอายุ เป็นช่วงวัยที่เกิดภาวะการสูญเสียน้ำได้ง่าย การสังเกตและรู้เท่าทันอาการที่ร่างกายแสดงออกจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะดื่มน้ำชดเชยได้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังควรวางโปรแกรมในการดื่มน้ำทั้งช่วงเวลาและปริมาณที่ต้องดื่มในหนึ่งวัน และคอยดูแลให้ผู้สูงอายุปฏิบัติเป็นประจำ รวมทั้งเลือกอาหารที่เหมาะสม มีน้ำเป็นองค์ประกอบในแต่ละมื้ออาหาร และปรึกษาแพทย์เมื่อพบความผิดปกติของร่างกาย เช่น ผลจากการใช้ยาขับปัสสาวะ ซึ่งบางรายผู้ป่วยอาจมีความจำเป็นต้องได้รับสารน้ำทดแทนจากแพทย์
แหล่งอ้างอิง