ตอนนี้ประเทศไทยของเราได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว และอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้หลายๆคนเกิดอาการไม่สบาย  บางวันก็เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้มีทั้งอาการร้อนและอากาศชื้นไปพร้อมๆกัน นอกจากนี้สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นยังเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคบางชนิด และเชื้อโรคเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมาด้วยนะครับ ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศ เตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเจ็บป่วยด้วยโรคและภัยสุขภาพในช่วงฤดูร้อนปีนี้ โดยขอให้เน้นดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองจากอาการเจ็บป่วยในช่วงฤดูร้อนที่มักพบได้บ่อย ดังนี้ครับ

1.โรคลมแดดหรือฮีทสโตรค

เป็นโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส หรือเรียกว่า โรคฮีทสโตรค 

อาการสำคัญ เมื่อยล้า อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หน้ามืด ระยะถัดมาอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รูขุมขนจะปิดจนไม่สามารถระบายเหงื่อได้ บางรายอาจถึงขั้นชักกระตุกและหมดสติ มีไข้สูง ตัวร้อนมาก ซึ่งส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและทันเวลา อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นและถึงแก่ชีวิตได้

ข้อควรปฏิบัติ ให้รีบนำตัวเข้ามาในที่ร่ม จากนั้นให้ผู้ป่วยนอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง คลายเสื้อผ้าให้หลวม ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัวและศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลงโดยเร็วที่สุด หากยังไม่ฟื้น ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

ป้องกันอย่างไร? หลีกเลี่ยงทำกิจกรรมที่แจ้งที่มีอากาศร้อนมากๆ และจิบน้ำบ่อยๆ ถึงแม้ไม่กระหายก็ตาม เลือกสวมเสื้อผ้าสีอ่อน ไม่หนา ระบายความร้อนได้ดี

ข้อควรระวัง งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้อุณภูมิในร่างกายสูงขึ้น

 2. โรคอุจจาระร่วง 

โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อโรต้า และ โนโวไวรัส ที่ตกค้างอยู่ในอาหารที่ไม่สะอาดพอ สุกๆ ดิบๆ หรือเกิดจากอาหารบูด เน่าเสีย ซึ่งพบมากในสภาวะที่อากาศร้อน ทำให้เกิดปัญหาท้องเสียตามมา 

อาการสำคัญคือ ถ่ายอุจจาระเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายเป็นมูกเลือด อาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย โดยอาการมีตั้งแต่เล็กน้อยถึงอาการรุนแรง เกิดอาการช็อก หมดสติ และเสียชีวิตได้

ข้อควรปฏิบัติ  หากมีอาการท้องเสียควรทดแทนน้ำที่สูญเสียไปกับการถ่ายอุจจาระและการอาเจียน ด้วยน้ำและเกลือแร่ แต่หากรุนแรงต้องให้ทางเส้นเลือดควบคู่กับการใช้ยาปฏิชีวนะ

ข้อควรระวัง หากมีโรคประจำตัวอื่นๆ อยู่ด้วย เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไตวาย ควรพบแพทย์เพราะการดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เอง หากมากเกินไป อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกันครับ

3. โรคอาหารเป็นพิษ  

สาเหตุมาจากการที่เราได้รับสารพิษของเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพยาธิที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร หรือผลิตสารพิษในลำไส้เมื่อเราบริโภคเข้าไป

อาการสำคัญคือ มักเกิดอาการตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงจนถึง 8 วันหลังจากรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป อาการที่พบคือ คลื่นไส้ อาเจียน ตามด้วยอาการมีไข้ เบื่ออาหาร และอุจจาระร่วง มีตั้งแต่อาการอย่างอ่อนจนถึงรุนแรง อาจถ่ายมีมูกเลือดปนได้ และมักจะพบว่าจะมีอาการพร้อมกันหลายคนในหมู่คนที่กินอาหารร่วมกัน ซึ่งอาจมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไปแล้วแต่ละบุคคล และปริมาณที่กิน 

ข้อควรปฏิบัติ เราสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยในการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ การเก็บอาหาร และการปรุงอาหารโดยใช้วัตถุดิบที่สะอาด รวมทั้งล้างมือหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง

ข้อควรระวัง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงสุกๆดิบๆ หรือนมที่ยังไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ รวมถึงอาหารที่ทำไว้ล่วงหน้านานๆ หรืออาหารที่ไม่ได้อุ่นก่อนรับประทาน 

4.โรคอหิวาตกโรค  

มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย (Vibrio cholerae) หรือเชื้ออหิวาตกโรค ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อจากอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่ เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานอาหารที่มีเชื้อเข้าไป จากนั้นเชื้อจะเข้าไปอยู่บริเวณลำไส้ และจะสร้างพิษ ออกมาทำปฏิกิริยากับเยื่อบุผนังลำไส้เล็กของเราครับ

อาการสำคัญคือถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก มีเนื้ออุจจาระน้อย เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันร่วมกับมีอาการ และอาการแสดงของการขาดน้ำอย่างรวดเร็ว และรุนแรง อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ส่วนใหญ่ไม่มีไข้ไม่ปวดท้อง 

ข้อควรปฏิบัติ เราสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลเสริมสร้างสุขอนามัยในการรับประทานอาหารโดยทานอาหารที่ปรุงสะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ ดื่มน้ำต้มสุก เก็บอาหารในอุณหภูมิที่เหมาะสม  รวมทั้งล้างมือหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง

ข้อควรระวัง อหิวาตกโรคเป็นโรคที่อันตราย สามารถทำให้เสียชีวิตได้ทันที กรณีที่รุนแรงที่สุด คือการที่ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในเลือด ทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง ส่วนในกรณีที่รุนแรงน้อยลงมานั้น พบว่าผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาอาจเสียชีวิตเพราะภาวะขาดน้ำและอาการช็อค ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายไม่กี่ไม่ชั่วโมงหรือหลายวันหลังจากที่ปรากฏอาการของโรคแล้ว

5. โรคบิด 

แบ่งได้เป็นสองชนิดจำแนกตามเชื้อที่ได้รับดังนี้ครับ หากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดบาซิลลัส นิยมเรียกว่าบิดไม่มีตัว เกิดจากเชื้อโปรโตซัวชนิดอะมีบา นิยมเรียกว่าบิดมีตัว

อาการสำคัญ สำหรับอาการของโรคบิด แบ่งได้เป็นอาการของบิดมีตัวอละไม่มีตัวได้แก่

บิดไม่มีตัว ช่วงที่อาการยังไม่รุนแรงจะมีอาการรู้สึกไม่สบายท้อง ถ่ายเหลวเป็นมูกเลือด และปวดบิดแต่ไม่มาก ช่วงที่อาการรุนแรง จะปวดท้องบิดอย่างรุนแรงมีไข้สูง อาเจียน ถ่ายมีมูกเลือดและหนองปน ถ่ายน้อยแต่บ่อยมาก ถ้าร่างกายอ่อนแอมีโอกาสชักได้

บิดมีตัว การติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่ปรากฏอาการแต่อาจเป็นแบบบิดเฉียบพลัน มีไข้สูงหนาวสั่น อุจจาระร่วงมีเลือดหรือมูกปนเลือด หรือมีอาการเล็กน้อย อุจจาระร่วงมีเลือดหรือมูกปนสลับกับอาการท้องผูก เชื้ออาจแพร่กระจายไปตามกระแสโลหิต ทำให้เกิดก้อนฝีที่ตับ ปอด หรือสมอง

ข้อควรปฏิบัติ ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำเพื่อกำจัดเชื้อ ล้างมือทุกครั้งก่อนใช้มือหยิบจับอาหาร หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น หากในครอบครัวมีผู้ป่วยโรคบิด ควรรักษาความสะอาดและสุขอนามัยให้มากขึ้น รวมทั้งป้องกันการติดเชื้อ หรือการแพร่กระจายของเชื้อด้วยการทำความสะอาดเสื้อผ้าหรือเครื่องใช้ส่วนตัวที่เป็นผ้าด้วยน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อาจติดอยู่กับผ้า และดื่มน้ำจากแหล่งน้ำที่สะอาดเพื่อป้องกันเชื้อที่อาจปะปนอยู่ในน้ำ

6. โรคไข้ไทฟอยด์ 

เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Salmonella Typhi เชื้อนี้จะเจือปนอยู่ในน้ำและอาหาร

อาการสำคัญ มีอาการไข้และปวดท้องเป็นหลัก หลังจากได้รับเชื้อนี้1-2 สัปดาห์ผู้ป่วยจะเริ่มเกิดอาการเบื่ออาหาร ปวดศีรษะปวดตามตัวมีไข้สูง40.5 องศา มีอาการท้องร่วง บางรายอาจจะมีผื่นขึ้นตามตัว บางรายอาจจะมีอาการแน่นท้อง หากไม่รักษาผู้ป่วยบางรายหายเองได้ใน 3-4 สัปดาห์

ข้อควรปฏิบัติ ควรเข้ารับการฉีด วัคซีนป้องกัน ไทฟอยด์ อีกทั้งหลีกเลี่ยงอาหาร และเครื่องดื่มที่มีความเสี่ยง ต้มน้ำให้สุกก่อนดื่ม ปรุงอาหารให้สุกก่อนกิน ปอกเปลือกผลไม้ก่อนกิน ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องไม่กินหรือหลีกเลี่ยงครับ และล้างมือทุกครั้งหลังถ่ายและก่อนหยิบจับอาหาร

7. โรคพิษสุนัขบ้า 

เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ เรบีส์ ไวรัส (Rabies) ปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาหายแต่สามารถป้องกันได้ผู้ป่วยมักคงสภาพอยู่ได้นานไม่เกิน 1 สัปดาห์ และเสียชีวิตเนื่องจากอัมพาตของกล้ามเนื้อ และระบบทางเดินหายใจ ในประเทศไทยยังมีรายงานการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าโดยสาเหตุหลักเกิดขึ้นจาก สุนัข

อาการสำคัญ มักมีการอักเสบสมองและเยื่อสมอง ในระยะ 2-3 วันแรกผู้ป่วยจะปวดเมื่อยตามเนื้อตัว มีไข้ คันหรือปวดบริเวณรอยที่ถูกกัดทั้ง ๆ ที่แผลอาจหายเป็นปกติแล้ว มีอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย ตื่นเต้นไวต่อสิ่งเร้ารอบกาย ไม่ชอบแสง ลม มีน้ำลายไหล กล้ามเนื้อคอ

กระตุกเกร็งขณะพยายามกลืนอาหารหรือน้ำ ทำให้เกิดอาการ “กลัวน้ำ” ต่อมาจะเริ่ม เพ้อคลั่ง สลับกับอาการสงบ ชัก 

ข้อควรปฏิบัติ  ระวังอย่าให้ถูกสุนัขกัดหรือแมวกัด เพราะการติดเชื้อส่วนใหญ่จะมาจากน้ำลายสัตว์ที่เป็นโรค 

ข้อควรระวัง ผู้ป่วยบางรายอาจเป็นอัมพาตโดยมีอาการแขนขา อ่อนแรงหมดสติ และเสียชีวิตได้ เนื่องจากส่วนที่สำคัญของสมองถูกทำลายไปหมด

นอกเหนือจากโรคหลักๆที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้น กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขยังได้กล่าวถึงอาการเจ็บป่วยในหน้าร้อนเนื่องจากปัญหาหมอกควันที่เพิ่มมากขึ้นจากการเผาขยะ เผาป่า และมลพิษจากการใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วยจาก 4 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตาอักเสบ และโรคผิวหนังอักเสบ

ในกรณีนี้เราสามารถป้องกันได้โดย ปิดประตูหน้าต่างบ้านให้มิดชิด หมั่นทำความสะอาดบ้าน สวมหน้ากากป้องกัน ไม่เผาขยะ ไม่เผาป่า ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว และสังเกตหากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจมีเสียงวี๊ด แน่นหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ วิงเวียนศีรษะ ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีนะครับ

โรคภัยที่มากับหน้าร้อน อันตรายกว่าที่คิด หมั่นดูแลความสะอาด ทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆหลีกเลี่ยงการตากแดดหรืออยูในสถานที่ๆอากาศร้อนอบอ้าวเป็นเวลานานๆ หากจำเป็นควรดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ หรือเกลือแร่เพื่อชดเชยการเสียน้ำของร่างกาย และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีควันหรือหมอกเยอะ หากจำเป็นควรสามหน้ากากป้องกันด้วยนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก
– สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน(ประเทศไทย) ในพระบรมราชูปถัมภ์โรคพึงระวังในช่วงหน้าร้อน (shawpat.or.th)
สุขภาพน่ารู้ – ช่วงฤดูร้อนเตือน 7 โรค 3 ภัยสุขภาพ (bth.co.th)
5 โรคสุดฮิตที่มาพร้อมหน้าร้อน – โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต (ch9airport.com)
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (mahidol.ac.th)
โรคไทฟอยด์ โรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย – โรงพยาบาลแม่สอด อินเตอร์เนชั่นแนล (msihospital.com)
อหิวาตกโรค – อาการ, สาเหตุ, การรักษา – พบแพทย์ (pobpad.com)

บทความอื่นๆ

คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณจะมีเงินเก็บที่มากพอสำหรับชีวิตที่เหลืออยู่หลังเกษียณ เอลเดอร์จะมาพาทุกคนไปสำรวจตัวเองก่อนการวางแผนทางการเงินอย่างเป็นขั้นตอน แล้วจะไม่มีคำว่า “รู้งี้” หรือ “ถ้า...”
สารอาหารบางชนิดสามารถช่วยในเรื่องของการปรับอารมณ์ หรือเรียกว่า “อาหารสร้างสุข” เช่น อาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาล เป็นสารอาหารที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์ เนื่องจากระดับน้ำตาลที่พอเหมาะจะช่วยให้ผู้สูงวัยอารมณ์ดีขึ้น
error: Content is protected !!
Scroll to Top