ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีหลากหลายประเภท เช่น ครีม โลชั่น เซรั่ม เจล เอสเซนส์ และน้ำมัน การจะเลือกผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผิวพรรณ ยิ่งเมื่อเรามีอายุมากขึ้นผิวก็จะยิ่งบอบบางและต้องการการดูแลที่เหมาะสมที่สุด
บทความจากวารสาร Journal of Experimental Botany ได้กล่าวว่าน้ำมันจากธรรมชาติ สามารถบำรุงผิวและเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในสมัยอารยธรรมอียิปต์โบราณได้มีการนำน้ำมันมาเป็นส่วนดูแลผิว และในสมัยกรีกโบราณนั้นก็ได้ใช้น้ำมันมะกอกทาบนร่างกายเพื่อทำให้ผิวของพวกเขาดูเปล่งปลั่งมากขึ้น นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นภูมิปัญญามาแต่อดีตที่ยังคงมีมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับการบำรุงผิวด้วย “น้ำมัน” ต่างชนิดนั้น ก็ให้สารอาหารแก่ผิวที่ไม่เหมือนกัน ด้วยวัตถุดิบเฉพาะตัว มาจากแหล่งต้นกำเนิดที่ต่างกัน พืชหลากชนิดที่มาเป็นส่วนประกอบ สกัดเป็นน้ำมันบำรุงผิว วันนี้เอลเดอร์เองก็อยากให้ผู้สูงอายุมีผิวพรรณที่ดี เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวของท่านจากข้อมูลน้ำมันทั้ง 8 ชนิดนี้
น้ำมันดีต่อผิวผู้สูงอายุอย่างไร?
การดูแลผิวเป็นสิ่งที่คนทุกช่วงวัยให้ความสนใจอยู่เสมอ ในกรณีผู้สูงอายุนั้นมักพบปัญหาผิวแห้งกร้าน แตกเป็นขุย ผิวบาง อาการคัน ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนที่ลดลงตามธรรมชาติที่คอยกระตุ้นการสร้างไขมัน คอลลาเจน และอีสาสตินใต้ผิวหนังเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผิวค่อยๆ เสื่อมสภาพลงและเกิดอาการผิวแห้งในที่สุด จึงต้องคอยทาผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงผิวให้กลับมานุ่มชุ่มชื่น สุขภาพผิวดี และ“น้ำมัน” ก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีสารอาหารผิวหลายอย่างที่สร้างความชุ่มชื่นแก่ผิว ช่วยรับมือกับสภาวะผิวดังกล่าว

น้ำมันจากธรรมชาติที่ถูกนำมาใช้แล้วได้ผลดีต่อผิวพรรณนั้นมีอยู่หลายชนิด เรานำมา 8 ชนิดด้วยกันเพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวของคุณ
1. น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil)
น้ำมันมะพร้าวสามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย อาหารที่ผิวจะได้รับคือ วิตามิน E และ K น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว รักษาความหมองคล้ำ ริ้วรอย ต้านเชื้อรา และแบคทีเรีย นักวิจัยพบว่าน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่ไม่ผ่านการขัดสีจะได้ผลดีสำหรับการดูแลผิวหน้าหรือผิวของคุณ
ข้อควรระวัง น้ำมันมะพร้าวไม่เหมาะกับกลุ่มผู้ที่มีลักษณะผิวมันอยู่แล้ว อาจทำให้เกิดสิว รูขุมขนอุดตัน หรืออาการแพ้ได้
2. น้ำมันมะกอก (Olive Oil)
น้ำมันมะกอก สกัดจากผลของต้นมะกอก มักไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารบริสุทธิ์สูง อาหารที่ผิวจะได้รับคือ วิตามิน A, D, E และ K น้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ลดการอักเสบผิว หากเป็นผื่นแดง แห้งลอก ก็จะช่วยให้ผื่นดีขึ้นเร็วขึ้นได้ ช่วยลดเลือนริ้วรอย ลดการเกิดเม็ดสีผิดปกติ งานวิจัยพบประสิทธิภาพของของน้ำมันมะกอกนั้นสามารถลดการเกิดผิวแตกลายได้
ข้อแนะนำ น้ำมันมะกอกเหมาะสำหรับผู้มีผิวแห้ง บรรเทาอาการอักเสบระดับเบื้องต้น และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดี
3. น้ำมันเมล็ดทานตะวัน (Sunflower Seed Oil)
น้ำมันเมล็ดทานตะวันมีจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย จึงเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์จากธรรมชาติ อาหารที่ผิวจะได้รับคือ วิตามิน E ที่สูงกว่าน้ำมันชนิดอื่นๆ เหมาะที่จะใช้สำหรับการบำรุงผิว ป้องกันการเกิดกลากในผิว และบรรเทาอาการผิวไหม้จากแสงแดดได้ดี
น้ำมันเมล็ดทานตะวัน เหมาะกับ ผู้ที่ผิวแห้งกร้าน และผู้ที่ต้องการให้ผิวอ่อนเยาว์ เพราะมีวิตามิน E สูง
4. เชียบัตเตอร์ (Shea Butter)
เชียบัตเตอร์ คือ สารสกัดธรรมชาติ จาก เชีย นัท (Shea Nut) เมล็ดที่ได้จากต้น Afican Shea Tree เป็นพืชพื้นเมืองของพวกชาวแอฟริกา อาหารที่ผิวจะได้รับคือ วิตามิน A, D, E และ F โปรตีนและใยอาหาร สามารถเข้าดูแลถึงขั้นผิวหนังชั้นในสุด ช่วยฟื้นฟูผิว ปกป้องเซลล์ผิวที่ถูกลำทาย ผิวแห้ง ผิวแตก และช่วยลดรอยเหี่ยวย่น กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ชีวิตชีวา และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยน ช่วยฟื้นฟูผิวจากรอยแผลเป็น ป้องกันการอักเสบจากรอยแผล
เชียบัตเตอร์ออร์แกนิกที่ไม่ผ่านการขัดสีสามารถใช้ร่วมกับน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวเพื่อสร้างทำให้ผิวสัมผัสเกิดความนุ่มนวลขึ้น
5. น้ำมันโจโจบา (Jojoba Oil)
โจโจบามีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกและภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา สกัดมาจากต้นโจโจบามีผลเป็นเมล็ดกลมๆ สีน้ำตาล เมื่อผ่าออกมาจะเห็นครีมคล้ายขี้ผึ้งอยู่ด้านใน อาหารที่ผิวจะได้รับคือ วิตามิน C B รวม ทองแดง และสังกะสี มีคุณสมบัติช่วยรักษาสิว ลดการระคายเคืองจากการใช้ยาบางชนิด ต้านการอักเสบและสมานแผล
แนะนำ นำน้ำมันโจโจบาบริสุทธิ์ผสมน้ำมันชนิดอื่นๆ เช่น เจลว่านหางจระเข้ น้ำมันมะพร้าวเพื่อลดการระคายเคือง เลี่ยงการนำน้ำมันโจโจบามาใช้ทาที่ผิวหนังโดยตรง
6. น้ำมันอัลมอนด์ (Almond Oil)
น้ำมันอัลมอนด์ ทำมาจากอัลมอนด์ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ สรรพคุณให้ความชุ่มชื้น อาหารที่ผิวจะได้รับคือ วิตามิน E สังกะสี โปรตีน และโพแทสเซียม มีเนื้อสัมผัสที่เบากว่าน้ำมันมะกอกและเชียบัตเตอร์ ประโยชน์ช่วยปกป้องและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ต้านการอักเสบ ลดความแห้งกร้านและการระคายเคือง
เหมาะกับผู้มีผิวมัน หรือ ไม่ชอบความเหนอะหนะ เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เบา และซึมเข้าสูงผิวง่าย และมีกลิ่นที่หอมช่วยให้ผ่อนคลาย
7. น้ำมันเมล็ดองุ่น (Grapeseed Oil)
นำมันเมล็ดองุ่น ประกอบไปด้วย วิตามิน C, E จำนวนมาก และกรดไขมันที่จำเป็น คุณสมบัติสำคัญมีสารไลโคปีน ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ คงความอ่อนเยาว์ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอยและดูแลผิวให้เรียบเนียน
สามารถนำมาทาผิวโดยตรงเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวธรรมดา ผิวมัน ผิวบอบบาง ปัจจุบันยังไม่พบอาการแพ้ที่รุนแรงจากน้ำมันเมล็ดองุ่น
8. น้ำมันโรสฮิป (Rose Hip Seed Oil)
น้ำมันโรสฮิป ทำมาจากการสกัดจากเมล็ดโรสฮิปมีต้นกำเนิดอยู่แถบประเทศชิลี ประกอบไปด้วย วิตามิน A, C สูง มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนังและเส้นใยคอลลาเจน สามารถซึมซับเข้าสู่ผิวได้รวดเร็วเหมาะแก่การนำมามาเพื่อใช้ในการบำรุงผิว คุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอย จุดด่างดำจากสิว ผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดอาการผิวหนังอักเสบ
เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวแห้งหรือผิวมันที่เกิดจากผิวขาดน้ำ อยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน หรือดื่มน้ำน้อยไม่เพียงพอ การทาน้ำมันโรสฮิปจะช่วยบำรุงผิวให้กลับคืนสู่สมดุล
เคล็ดลับการใช้น้ำมันดูแลผิว
ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ผู้มีผิวมัน หรือเป็นสิวง่ายควรเลือกน้ำมันบำรุงผิวหน้าที่มีเนื้อบางเบาเพื่อลดอาการอุดตันในผิว ในการทาผิวกายสามารถใช้น้ำมันที่มีเนื้อหนักอย่างน้ำมันมะพร้าวได้ โดยเริ่มใช้จากปริมาณน้อยๆ ก่อน หากใช้น้ำมันทาผิวแล้วรู้สึกเหนอะหนะและไม่ซึมเข้าสู่ผิว ควรลดปริมาณลง
เอกสารอ้างอิง
1. Beyond Coconut: 7 Other Natural Oils for Smooth and Radiant Skin
2. Grape Seed Oil (น้ำมันเมล็ดองุ่น) สรรพคุณที่ไม่ธรรมดา
3. Rosehip Oil คืออะไร? หนึ่งในส่วนผสมของสกินแคร์ที่เต็มไปด้วยสารพัดประโยชน์
4. โจโจ้บาออยล์ กับนานาประโยชน์ต่อสุขภาพ
5. เชียบัตเตอร์ (Shea Butter) คืออะไร? แล้วเอามาทำอะไร? มาหาคำตอบค่ะ
6. ปัญหาผิวแห้งในผู้สูงอายุ กับวิธีถนอมผิวให้คงความชุ่มชื้น สุขภาพดี
7. น้ำมันมะกอกเพื่อผิวสวย เคล็ดลับความงามสาวตุรกี
8. น้ำมันมะกอก มีประโยชน์จริงหรือ ?
9. น้ำมันทาผิว เคล็ดลับบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน
10. สวีทอัลมอนด์ออยล์: ประโยชน์ต่อผิวและวิธีใช้