ปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้หญิงเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก และไม่มีทีท่าว่าอัตราการเกิดโรคจะลดน้อยลงเลยครับ ทำให้เราหลายคนก็อดกังวลใจไม่ได้ และยิ่งมีใครสักคนพูดว่า “เขาบอกว่า…ทำแบบนั้นแบบนี้แล้วจะเป็นมะเร็งเต้านม” หรือ “เขาบอกว่า… ถ้ามีอาการแบบนี้ เป็นมะเร็งเต้านมแน่ ๆ “ ซึ่งเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ “เขา” ที่ว่านั้นคือใคร แล้วความเชื่อเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ยิ่งเพิ่มความกังวลเข้าไปใหญ่เลย แถมหลายคนก็เชื่อเป็นจริงเป็นจังด้วยนี่สิครับ วันนี้เอลเดอร์จึงจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัย ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมกัน

ความเชื่อที่ 1 ผู้ชายไม่เป็นมะเร็งเต้านม ?

ความจริง ก่อนอื่นเลย คุณผู้ชายก้มลงไปดูหน่อยว่าคุณมีเต้านมหรือไม่ ถ้าพบว่ามี นั่นหมายความว่า ผู้ชายสามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้ครับ และยังมีสาเหตุคล้าย ๆ กับมะเร็งเต้านมในผู้หญิงด้วย เพียงแต่ความเสี่ยงที่จะเกิดนั้นน้อยกว่าผู้หญิงมาก ๆ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ ที่พบคือเป็นเรื่องของพันธุกรรม เช่น ผู้ชายบางคนมีความผิดปกติเกี่ยวกับอัณฑะ ทำให้ผลิตฮอร์โมนเทสเตอโรนน้อยลง เมื่อเทียบกับอัตราส่วนเอสโตรเจนในร่างกาย ก็จะทำให้เพิ่มโอกาสที่จะเกิดมะเร็งเต้านมมากขึ้น ซึ่งในผู้ชายมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงขึ้นด้วยครับ เนื่องจากผู้ชายส่วนใหญ่เวลาคลำเจอก้อน มักจะปล่อยทิ้งไว้ เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งเต้านม

ความเชื่อที่ 2 หากพบก้อนที่ผิวขรุขระ ไม่กลิ้งไปมา ในหน้าอก ต้องใช่มะเร็งแน่นอน ?

ความจริง ไม่ใช่เสมอไปครับ เพราะบางคนพบก้อนเนื้อที่หน้าอก ผิวไม่เรียบ แถมยังอยู่กับที่ ก็ตกใจไปเสิร์ชอินเทอร์เน็ต แล้วคิดไปเองว่าคงเป็นมะเร็งเข้าให้แล้ว แต่อันที่จริงอาจจะไม่ใช่เนื้อร้ายก็ได้ หรือบางคนที่ก้อนเรียบ หยุ่น ๆ แต่ตรวจกลับพบเป็นมะเร็ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยด้วยครับ เช่น หัวนมเป็นแผล มีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลออกมา เจ็บเต้านม ฯลฯ ทั้งหมดนี้เราจะรู้ได้จากการอัลตราซาวด์ ทำ CT Scan ไปจนถึงการเจาะชิ้นเนื้อ

ความเชื่อที่ 3 ถ้าคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม เราก็จะต้องเป็นด้วย ?

ความจริง แม้ว่าสาเหตุของมะเร็งเต้านมส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรมก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นนะครับ เนื่องจากการเกิดมะเร็งอาจจะเกิดข้ามเจนกันก็ได้ เช่น ป้าเป็น แม่ไม่เป็น แต่เราเป็น แต่ในขณะเดียวกัน ในครอบครัวอาจจะไม่มีใครเคยเป็นมะเร็งเต้านมเลย แต่เราสามารถเป็นคนเดียวก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับความผิดปกติของยีนด้วย ดังนั้น การที่บอกว่าถ้าคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม มันเป็นแค่ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั่นเองครับ

ความเชื่อที่ 4 การตรวจเเมมโมแกรมเชื่อถือได้ 100%

ความจริง เอลเดอร์ขออธิบายคร่าว ๆ ก่อนครับ เเมมโมแกรม คือ การตรวจรังสีคล้ายกับการเอกซเรย์ ซึ่งให้ปริมาณรังสีที่น้อยมาก ใช้ตรวจเต้านมโดยการบีบเนื้อนมเข้าหากัน จากนั้นถ่ายรูปด้านบนและด้านข้าง แต่การตรวจเเมมโมแกรมสามารถคลาดเคลื่อนได้ถึง 20% ใช้ได้ดีในการตรวจหามะเร็งเต้านมในระยะต้น อีกทั้งยังมีข้อจำกัดที่ว่าจะสามารถเห็นรายละเอียดได้ดีในคนที่เริ่มสูงอายุ (อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป) เนื่องจากคนกลุ่มนี้เต้านมจะมีความหนาแน่นไม่มาก ในขณะเดียวกันหากเป็นคนที่อายุน้อย จะแปลผลแบบเเมมโมแกรมได้ยาก อีกข้อจำกัดหนึ่งคือ เเมมโมแกรมไม่สามารถบอกได้ว่า ก้อนที่ตรวจพบนั้น เป็นน้ำหรือก้อนเนื้อ ดังนั้นคุณหมอจึงมักจะแนะนำให้ทำอัลตราซาวด์ควบคู่ไปพร้อมกับการตรวจร่วมกับแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งสามารถให้ความแม่นยำได้ถึง 90%

ความเชื่อที่ 5 หน้าอกยิ่งใหญ่ยิ่งเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม ?

ความจริง อันที่จริงแล้ว ทุกคนล้วนเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดแต่อย่างใด ดังนั้นการที่มีหน้าอกใหญ่ไม่ได้หมายความว่าจะมีพื้นที่ที่จะเกิดมะเร็งได้มากกว่าคนหน้าอกเล็ก เนื่องจากมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นแถว ๆ ท่อน้ำนมและต่อมน้ำนม ซึ่งผู้หญิงทุกคนมีเหมือนกัน

ความเชื่อที่ 6 ผู้ป่วยโรคมะเร็งไม่ควรทานเนื้อสัตว์ ?

ความจริง ความเชื่อนี้ผิดมาก ๆ เลยครับ อย่างที่เราทราบกันดีว่า ผู้ป่วยมะเร็งต้องผ่านการรักษาอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็นการให้เคมีบำบัด การฉายรังสี แน่นอนว่าร่างกายจะทรุดโทรมมาก และหากขาดโปรตีนด้วยแล้ว ร่างกายจะไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้เลย ดังนั้นการทานโปรตีนในสัดส่วนที่พอเหมาะ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ และที่คุณหมอมะเร็งหลายคนแนะนำคือ การเลี่ยงการทานเนื้อแดง หรือเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการ เช่น การหมัก การดอง เติมเกลือ หรือสารกันบูดประเภทไนเตรท เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็ง

ความเชื่อที่ 7 การใส่ชุดชั้นในขณะนอนหลับเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม ?

ความจริง ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกวิทยาของสหรัฐอเมริกา อธิบายถึงความเชื่อเรื่องการใส่ชุดชั้นในขณะนอนจะทำให้เป็นมะเร็งเต้านมว่า ชุดชั้นในทุกประเภทไม่ได้เกี่ยวข้องกับการก่อมะเร็ง สิ่งเดียวที่ชุดชั้นในและมะเร็งมีเหมือนกันคือ ทั้งสองอย่างมีความเชื่อมโยงกับหน้าอกนั่นเอง ซึ่งในผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินมักต้องใส่ชุดชั้นในอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมีปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านมมากขึ้นครับ

ความเชื่อที่ 8 การทานน้ำตาลทำให้เป็นมะเร็ง ?

ความจริง จริง ๆ ตัวของน้ำตาลเองไม่ได้ทำลายสุขภาพแต่อย่างใดครับ แต่ที่ทำลายสุขภาพจริง ๆ คือปริมาณที่ทานน้ำตาลเข้าไป เพราะฉะนั้น ไม่ใช่ว่าทานน้ำตาลแล้วจะเป็นมะเร็ง หรือในผู้ที่เป็นมะเร็งแล้วจะทานน้ำตาลไม่ได้เลย แต่ทั้งผู้ที่ไม่เป็นและเป็นมะเร็งสามารถทานน้ำตาลได้ แต่ควรทานในสัดส่วนที่พอดี เพื่อให้เกิดความสมดุลในร่างกาย จำไว้นะครับว่าอะไรที่ทานมากเกินไป มักจะส่งผลเสียให้กับร่างกายได้เสมอ

ความเชื่อที่ 9 ถั่วเหลืองเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม ?

เราอาจจะเคยได้ยินว่าถั่วเหลือง เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมได้ แต่จริง ๆ ถั่วเหลืองก็สามารถลดความเสี่ยงได้เช่นกันครับ หมายความว่า เราสามารถทานถั่วเหลืองในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป จึงจะไม่เกิดโทษนั่นเอง โดยการทานการกินถั่วเหลืองวันละ 1-2 หน่วยบริโภคสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็ง
เต้านมได้ด้วยครับ

ความเชื่อที่ 10 คุณอาจจะแก่หรือเด็กเกินไปที่จะเป็นมะเร็งเต้านม ?

ความจริง ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า มะเร็งไม่เลือกอายุครับ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เราทุกคนก็เสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้นด้วยครับ ตามข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐฯ พบว่า ผู้หญิง 1 ใน 227 คน จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมในช่วงอายุ 30 ปี และเมื่ออายุ 40 ปี อัตราการเกิดมะเร็งจะเปลี่ยนเป็น 1 ใน 68 และพอเข้าอายุ 70 จะเป็นอัตรา 1 ใน 26 

เราอาจจะพูดได้ว่า มะเร็งเป็นโรคของแจ็คพ็อตก็คงไม่ผิดนักนะครับ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราจะเป็นหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่การดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยง แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการันตี 100% ว่าจะไม่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมก็ตาม แต่อย่างน้อยหากร่างกายของเรามีพื้นฐานที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว โอกาสในการรักษาให้หายก็จะมีสูงมากขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง

https://bit.ly/3k4imjY
https://bit.ly/36I3ekJ
https://bit.ly/3ARGj3V
https://bit.ly/3hW4vJW
https://bit.ly/3e8ZbSi

บทความอื่นๆ

วันนี้เอลเดอร์นำข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ 6 ปัญหาผิวพรรณที่มักพบในวัยสูงอายุ และการดูแลอย่างถูกวิธีมาแบ่งปัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันผิวที่ดีไปด้วยกัน
เมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอุปกรณ์ที่ไว้ตรวจเช็คปัญหาสุขภาพประจำบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน เรามาดูกันดีกว่าว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง
โซเดียม ที่แฝงอยู่ในอาหารมักจะตามมาด้วยของแถมคือโรคเรื้อรัง และปัญหาสุขภาพต่างๆ ทำอย่างไรเราจะลดโซเดียมและทานอาหารให้อร่อยได้ ไปดูกัน
error: Content is protected !!
Scroll to Top