ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปประมาณ 11 ล้านคน นับว่าเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้วครับ โดยกรมควบคุมโรคพบว่า การพลัดตก หกล้ม เป็นปัญหาที่พบบ่อย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองในกลุ่มการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มเกือบ 2,000 คน/ปี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว เพราะยังรู้สึกว่ายังสามารถดูแลตัวเองได้ น่าเป็นห่วงนะครับหากต้องเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน วันนี้เอลเดอร์จะมาบอกเล่าถึงอันตรายจากการหกล้ม พร้อมแนะการรับมือเบื้องต้นหากต้องอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

สาเหตุการหกล้มในผู้สูงอายุ

การหกล้มในผู้สูงอายุนับว่าเป็นอุบัติเหตุที่น่าเป็นห่วง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงที่จะหกล้ม มีดังนี้

  • ความไม่แข็งแรงของกล้ามเนื้อร่างกายช่วงล่าง เช่น ขา เข่า ในบางรายอาจพบอาการกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ทำให้ไม่สามารถเดินได้อย่างมั่นคง
  • การขาดวิตามินดี ซึ่งเป็นวิตามินสำคัญในการช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ที่จะเสี่ยงต่อการลื่นล้มได้ง่าย
  • ปัญหาในการทรงตัวและการเดินที่ผิดปกติ อาจจะมาจากการบาดเจ็บที่เท้าหรือโรคบางชนิด เช่น พาร์กินสัน เบาหวานทำให้เกิดแผลที่เท้า เท้าผิดรูป
  • ความสามารถในการมองเห็น ซึ่งผู้สูงอายุโดยมากจะมีภาวะสายตายาว ทำให้การกะระยะตื้น-ลึกเปลี่ยนแปลงไป หรือในบางรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคตา เช่น ต้อหิน ต้อลม ตาฟาง (มองเห็นไม่ชัดเจนในช่วงเวลากลางคืน)
  • ความดันโลหิตลดลงเมื่อเปลี่ยนท่าในทันที การเปลี่ยนท่าทางในทันที จากนอนเป็นยืน ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะและหน้ามืดได้ ดังนั้นเอลเดอร์แนะนำให้เมื่อลุกขึ้นมาแล้ว ให้นั่งสักพักหนึ่งก่อน แล้วจึงจะลุกยืนครับ
  • โรคสมองเสื่อม ทำให้ผู้สูงอายุอยู่ในสภาวะที่ต้องพึ่งพาคนอื่น ไม่สามารถดูแลและควบคุมร่างกายของตนเองได้ จึงมีแนวโน้มที่จะหกล้มได้ง่าย
  • สภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น แนวทางเดินที่แสงสว่างไม่เพียงพอ บันไดที่สูงชัน ทางต่างระดับ ข้าวของที่วางไม่เป็นระเบียบ พื้นเปียก เป็นต้น ทำให้เป็นอุปสรรคในการเดินหรือเกิดการลื่นสะดุดล้ม
  • การดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ หากผู้สูงอายุดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากไป จะทำให้สูญเสียสมดุลในการทรงตัว
  • ภาวะโรคแอบแฝง เช่น โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง (Stroke) ผู้สูงอายุหลายคนไม่รู้ตัวว่าเป็น จนกระทั่งมีอาการและล้มลง

แนวทางป้องกันเพื่อเตรียมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

เขาว่ากันว่าถ้าไม่อยากวัวหายก็ต้องล้อมคอกไว้ก่อน ดังนั้นอะไรที่เราสามารถป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์หกล้มในผู้สูงอายุ ก็ควรทำครับ ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

1. save เบอร์โทรที่สำคัญลงในโทรศัพท์มือถือ โดยตั้งค่าการกดหมายเลขแทนตัวเบอร์ เช่น กดเลข 1 แทนเบอร์โทรลูก เลข 2 แทนเบอร์สายด่วนฉุกเฉิน
2. ฝากเพื่อนบ้านให้ช่วยสอดส่อง ในกรณีที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
3. ควรมีโทรศัพท์สำรองในจุดที่สำคัญต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ราคาแพง แค่เพียงสามารถโทรเข้าออกได้
4. ถ้าเป็นไปได้ ผู้สูงอายุควรพกโทรศัพท์ติดตัวเสมอ
5. ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเดินหรือสมดุลทางร่างกายไม่ดี ควรใช้ไม้เท้าช่วยพยุงขณะยืนหรือเดินเพื่อความมั่นคง
6. จัดเตรียม Emergency Kit เช่น
– First Aid Kit อุปกรณ์การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น
– Communication Plan เราควรที่จะวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ ครับ ว่าจะติดต่อกับคนใกล้ชิดอย่างไร เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือไม่คาดฝันขึ้นมา ควรมีแผน A,B,C รองรับไว้
– อุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่น ปุ่มฉุกเฉิน แค่เพียงกดปุ่มเดียว ก็จะสามารถรายงานและแจ้งเตือนไปยังครอบครัว คนใกล้ชิดได้อย่างรวดเร็ว เพื่อลดความสูญเสียที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

– บัตรประชาชน และข้อมูลสุขภาพ รวมถึงยาประจำตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น การที่เรามีข้อมูลสุขภาพและบัตรประชาชนเอาไว้แล้ว ทางเจ้าหน้าที่สามารถเข้าใจถึงภาวะการณ์ของตัวเราได้ครับ นั่นจะยิ่งทำให้การช่วยเหลือเป็นไปได้รวดเร็วขึ้นนั่นเอง
7. ปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในบ้าน เพื่อเตรียมรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยสามารถปรับปรุงบ้านได้ เช่น
– ติดตั้งราวจับภายในห้องน้ำและปูพื้นกันลื่นในบริเวณที่ต้องเปียกน้ำตลอดเวลา
– ติดตั้งไฟตามแนวทางเดินเพื่อให้มีแสงสว่างอยู่เสมอ
– เก็บไฟฉายไว้ข้างเตียงในกรณีที่ไฟฟ้าดับและคุณจะต้องลุกขึ้น
– จัดข้าวของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
– ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายไฟต่าง ๆ ถูกเก็บเอาไว้อย่างเหมาะสม ไม่ยุ่งเหยิง รกรุงรัง
– จัดเก็บสิ่งของที่ใช้บ่อยในที่ที่เข้าถึงได้ง่าย
– ตรวจเช็คว่าราวบันไดแข็งแรงและมั่นคงหรือไม่
– จัดทำหมายเลขโทรศัพท์ขนาดใหญ่ใกล้กับโทรศัพท์และเครื่องใช้ภายในบ้าน

คำแนะนำเมื่อคุณเกิดอุบัติเหตุพลัดตก หกล้ม

เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่และทุกเวลา โดยที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้นหากเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่คุณควรทำมีดังนี้
1. ตั้งสติและใจเย็น ๆ พร้อมหายใจเข้าลึก ๆ
2. ตรวจสอบว่าตัวเองคร่าว ๆ ว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ หากคุณพบว่าได้รับบาดเจ็บ หรือไม่สามารถลุกขึ้นได้ พยายามแจ้งให้ใครสักคนทราบถึงสถานการณ์ของคุณ หากมีโทรศัพท์อยู่ใกล้ ๆ ให้กดเบอร์ 1669 สายด่วนยามเจ็บป่วยฉุกเฉิน
3. ในขณะที่คุณรอความช่วยเหลือ พยายามทำตัวเองให้อบอุ่นและสงบสติให้ได้มากที่สุด และเมื่อคุณมั่นใจว่าคุณไม่ได้กระดูกหักหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส ให้ลองมองหาเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง มั่นคง ที่อยู่ใกล้ตัวคุณมากสุด แต่แนะนำว่าถ้าเป็นเก้าอี้จะยิ่งดีครับ
4. ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปทางด้านข้าง จากนั้นใช้มือและเข่าของคุณพยายามคลานหรือลากตัวเองไปที่เก้าอี้
5. นั่งคุกเข่า และวางมือลงบนที่นั่งเก้าอี้ จากนั้นใช้ขาข้างที่ยังโอเค แล้วใช้เข่าวางไปที่ข้างหน้าให้เท้าได้วางสัมผัสพื้นเพื่อที่จะดันตัวเองให้ยืนขึ้นที่จะนั่งลงบนเก้าอี้
6. นั่งจนกว่าที่คุณจะมั่นใจว่าสามารถมั่นคงพอที่จะไม่เคลื่อนที่ไปมา โดยที่จะไม่ทำให้ตัวคุณล้มลงไปอีก
7. ในกรณีตรงข้าม หากคุณไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ หรือมีอาการบาดเจ็บรุนแรง ให้พยายามนอนนิ่ง ๆ ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ หากบ้านใครติดตั้งปุ่มฉุกเฉินหรืออุปกรณ์ขอความช่วยเหลือ ให้กดปุ่มฉุกเฉินเพื่อรับการช่วยเหลือ

อันที่จริงแล้วผู้สูงอายุไม่ควรอยู่บ้านคนเดียวครับ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็สามารถที่จะป้องกันภัยที่พร้อมจะเกิดได้ทุกเมื่อ รวมถึงการดูแลตัวเองตามคำแนะนำที่เอลเดอร์เอามาฝากกัน หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกคนนะครับ

ข้อมูลอ้างอิง
– – – – – https://thaitgri.org/?p=36204

บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top