ปัญหากลิ่นปากของผู้สูงวัย เป็นอีกปัญหากังวลใจเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเกิดจากปัญหาสุขภาพช่องปากตามช่วงวัย การรับประทานอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่น การสะสมเชื้อแบคทีเรียในช่องปากซึ่งเกิดจากการใส่ฟันปลอม หรือใส่เครื่องมือต่าง ๆ ในปาก และการทำความสะอาดช่องปากที่ไม่เพียงพอ

ปัญหากลิ่นปากเกิดจากอะไร ?

กลิ่นปาก หรือกลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์ที่ออกมาจากลมหายใจ ซึ่งเกิดจากก๊าซเหม็นที่เกิดขึ้นในร่างกายของคนเราและออกมาทางลมหายใจซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดกลิ่นปาก ซึ่งสามารถเกิดทั้งจากจากปาก คอ หรือจมูกได้  แม้ว่าปัญหากลิ่นปากจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ อาจทำให้ผู้สูงวัยเสียความมั่นใจ  ผู้สูงวัยจึงควรแก้ไขด้วยเคล็ดลับดับกลิ่นปากที่เอลเดอร์นำมาฝากสูงวัยทุกท่าน

สาเหตุของการเกิดกลิ่นปากของผู้สูงวัย ?

เอลเดอร์จะพาผู้สูงวัยทุกท่าน ไปดูสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากในผู้สูงวัยว่าเกิดจากสาเหตุใดบ้าง ดังนี้ 

1. จากการใส่ฟันปลอม หรือใส่เครื่องมือต่าง ๆ ในปาก 

การใส่อุปกรณ์ในช่องปากของผู้สูงวัย เช่น เครื่องมือจัดฟัน เครื่องมือกันฟันล้มเก เฝือกสบฟัน หากรักษาความสะอาดไม่ดีพอก็ทำให้มีกลิ่นได้ เนื่องจากอาจมีเศษอาหารติดอยู่ที่เครื่องมือภายในช่องปากจนทำให้เกิดกลิ่น

2. การไม่รักษาสุขภาพช่องปากให้ดี

สาเหตุสำคัญของการเกิดกลิ่นปากอาจจะเกิดจากการรักษาสุขภาพภายในช่องปากไม่ดี เช่น การแปรงฟันไม่สะอาด ทำให้มีเศษอาหารหรือคราบแบคทีเรียเกาะอยู่ตามผิวฟันลิ้น หรือกระพุงแก้ม ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นปากได้ 

3.  ปัญหาสุขภาพช่องปาก

เมื่ออายุเพิ่มขึ้นผู้สูงวัยมักเผชิญกับปัญหาสุขภาพช่องปากต่าง ๆ เช่น ปัญหาลิ้นเป็นฝ้า ที่เกิดจากการสะสมของเศษอาหารหรือแบคทีเรียเป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นปาก ปัญหาคราบหินปูนสะสม ยิ่งสะสมมากยิ่งทำให้สุขภาพฟันเสียและทำให้เกิดกลิ่นปากมากขึ้น และปัญหาฟันผุจะยิ่งเพิ่มช่องว่างให้สารอาหารตกค้าง เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของกลิ่นปาก

4. แผลในช่องปาก 

หากผู้สูงวัยเกิดแผลในช่องปากสามารถทำให้เกิดกลิ่นปากได้ ซึ่งแผลในช่องปากสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นร้อนใน ภายหลังการถอนฟันหรือผ่าตัดในช่องปาก ซึ่งแผลที่มีเลือดไหลซึมเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคในช่องปากจึงทำให้เกิดกลิ่น 

5. โรคทางช่องปาก

อีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีกลิ่นปากคือเกิดจากโรคต่าง ๆ ทางช่องปาก เช่น โรคเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์ เกิดจากการสะสมของหินปูน ที่เข้าไปทำลายอวัยวะรอบรากฟันทำให้เหงือกอ้าออกจากตัวฟัน โรคระบบทางเดินหายใจส่วนบน โรคมะเร็งที่โพรงจมูก ต่อมทอนซิลอักเสบ นิ่วในต่อมทอนซิล โรคระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง โรคระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น 

6. การทานอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่น

การทานอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่น หรืออาหารที่มีกลิ่น เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก เช่น กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศ สะตอ ชีส ทุเรียน หลังทานอาหารเสร็จผู้สูงวัยจึงควรทำความสะอาด หรือแปรงฟันทันที 

7. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่

สำหรับผู้สูงวัยที่ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่เป็นประจำ ก็สามารถทำให้เกิดกลิ่นปากสะสมได้

8. ยาบางชนิด 

ยาบางตัวส่งผลต่อกลิ่นปากหรือลมหายใจ เช่น ยารักษาผู้ป่วยโรคจิตบางตัว ยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง ก็ทำให้เกิดกลิ่นได้

เคล็ดลับดับกลิ่นปาก

การดับกลิ่นปากสามารถทำได้หลายวิธีโดยเฉพาะการทำความสะอาดฟันทุกครั้งหลังมื้ออาหาร การแปรงฟันอย่างถูกวิธี การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันที่ดีก็สามารถช่วยดับกลิ่นปากได้ นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนี้ 

1. ทำความสะอาดฟันทุกครั้งหลังมื้ออาหาร

ผู้สูงวัยควรทำความสะอาดฟันหลังทานอาหาร โดยการแปรงฟันให้สะอาด และถูกวิธี  การใช้น้ำยาบ้วนปากที่ช่วยขจัดแบคทีเรีย หรือไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดเศษอาหาร และลดการเกิดกลิ่นปาก 

2. บ้วนปากด้วยน้ำเปล่า หรือน้ำยาบ้วนปาก

สำหรับผู้สูงวัยที่ไม่สะดวกแปรงฟัน หรือแพ้น้ำยาบ้วนปาก สามารถบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าแทนได้ ถึงแม้วิธีนี้จะไม่สามารถดับกลิ่นปากได้แต่ช่วยขจัดเศษอาหารติดตามซอกฟันได้ในเบื้องต้น สำหรับท่านใดที่สะดวกใช้น้ำยาสำหรับบ้วนปาก จะยิ่งช่วยเพิ่มความสะอาดภายในช่องปากได้ดียิ่งขึ้น

3. ใช้สเปรย์ระงับกลิ่นปาก

สเปรย์ระงับกลิ่นปาก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการช่วยลดกลิ่นปาก เหมาะสำหรับผู้สูงวัยที่อยู่ในสถานการณ์จำเป็นหรืออยู่นอกบ้าน ซึ่งไม่สะดวกในการแปรงฟัน  

4. บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ 

วิธีนี้เป็นวิธีดั้งเดิมโบราณหลังจากแปรงฟัน สามารถอมน้ำเกลือแทนน้ำยาบ้วนปากได้โดยอมไว้ประมาณ 3-5 นาที 

5. เปลี่ยนแปรงสีฟัน

ประสิทธิภาพของแปรงสีฟันมีส่วนช่วยในการทำความสะอาดช่องปากของผู้สูงวัยได้ดียิ่งขึ้น หากมีการใช้แปรงสีฟันอันเดิมเป็นเวลานานควรเปลี่ยนแปลงสีฟันใหม่ และเลือกใช้แปรงสีฟันให้เหมาะกับขนาดของช่องปากและฟัน เช่น ขนแปรงนุ่มเรียว สามารถทำความสะอาดซอกฟันได้เป็นอย่างดี ควรเปลี่ยนทุก 3 เดือน

6. หมั่นตรวจสุขภาพฟันและช่องปากอยู่เสมอ 

การตรวจสุขภาพฟันและช่องปากสำหรับผู้สูงวัย สามารถช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายในช่องปากได้ เช่น ฟันผุ การขูดหินปูนเป็นประจำเพื่อลดการเกิดคราบสะสม หรือป้องกันการเกิดแผลในช่องปาก 

7. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

การดื่มน้ำสามารถช่วยลดและล้างแบคทีเรียภายในช่องปากและน้ำลายได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิดกลิ่นปาก 

8. อย่าปล่อยให้ปากแห้ง

หากผู้สูงวัยเกิดอาการปากแห้งจะทำให้เกิดความเข้มข้นของแบคทีเรียในช่องปากเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นปาก 

9. ทานผักผลไม้ดับกลิ่นปาก

วัยเก๋าทราบหรือไม่ว่าผักผลไม้บางชนิดก็สามารถช่วยลดกลิ่นปากได้ เช่น การเคี้ยวใบผักชีฝรั่ง หรือใบสะระแหน่ หลังทานอาหาร การทานกล้วย มังคุด ทับทิมหรือบ๊วย ก็สามารถช่วยลดกลิ่นปากได้ เป็นวิธีที่สามารถดับกลิ่นปากได้ในเบื้องต้น

10. สมุนไพรดับกลิ่นปาก 

วิธีนี้เอลเดอร์เชื่อว่าเป็นวิธีที่ผู้สูงวัยหลายท่านอาจจะเคยทราบ และเคยใช้มาก่อน เพราะเป็นวิธีที่มีมาแต่โบราณด้วยการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน หรือสมุนไพรใกล้ตัวในการแก้ปัญหากลิ่นปาก หากสังเกตจะพบว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากส่วนใหญ่นิยมทำมาจากสมุนไพรนั้นเอง เช่น การเคี้ยวหมาก, เคี้ยวรากแมงลักคา, ใบฝรั่ง , เคี้ยวใบคนทีสอ , ใบกะเพรา, ใบพาร์สลีย์, ใช้ใบสดสตรอว์เบอร์รี่นำมาแช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืน แล้วนำมาใช้กลั้วคอ, ใช้ใบขลู่สดนำมาตำผสมกับเกลือกิน, ใช้รากหูเสือนำมาแช่กับน้ำแล้วนำมากินและอมบ่อย ๆ, การอมดอกกานพลู, การเคี้ยวเหง้าขมิ้นอ้อย, ว่านชักมดลูก, แก่นตะวัน, ขิง, ข่า, น้ำต้นกล้าข้าวสาลีอ่อน, ชาเขียว เป็นต้น

แม้ว่าปัญหากลิ่นปากจะไม่ใช่โรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง แต่เอลเดอร์เชื่อว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความกังวลใจ และไม่มั่นใจหากต้องมีการพูดคุยกับผู้อื่นในสังคม และโดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มีปัญหาสุขภาพหรือช่องปากที่ทำให้เกิดกลิ่นยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพราะอาจจะทำให้เกิดโรคทางช่องปากอื่น ๆ ตามมาได้ 

เอกสารอ้างอิง
1. https://bit.ly/3IIF6yH
2. https://bit.ly/3JLoZSe
3. https://bit.ly/3JLDG7R
4. https://bit.ly/3IBAOJy

บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top