เรามักจะเห็นผู้สูงวัยส่วนใหญ่ เมื่อมีอายุมากขึ้น จะมีภาวะหลังค่อมหรือหลังโก่งจนเราคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของผู้สูงอายุ แต่รู้หรือไม่ว่า ภาวะหลังค่อมนอกจากจะทำให้บุคคลิกภาพเสียแล้วยังอาจจะส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย ทำให้เกิดความเจ็บปวด หรือเคลื่อนไหวร่างกายลำบากได้อีกด้วย ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกันครับ

ภาวะหลังค่อมคืออะไร?

ภาวะกระดูกสันหลังค่อม เป็นภาวะที่กระดูกสันหลังมีความโค้งไปด้านหลังมากกว่าปกติ คือมุมความโค้งไปด้านหลังมากกว่า 40 องศา โดยพบได้มากที่สุดกับกระดูกสันหลังส่วนอก และภาวะนี้มักเกิดขึ้นถึงร้อยละ 20-40 ของผู้สูงอายุ แต่ในผู้ที่มีอาการหลังค่อมจะมีความโค้งมาก เช่น ตั้งแต่ 50 องศาขึ้นไป อาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุและองศาความโค้งนูนของหลังในผู้ป่วยแต่ละรายครับ เช่น เมื่อมีอาการโค้งนูนที่หลังมาก ไหล่ก็จะห่อไปทางด้านหน้ามากขึ้น ทำให้รู้สึกปวดหรือตึงที่บริเวณหลัง หรือรู้สึกเจ็บที่บริเวณกระดูกสันหลังหรือเมื่อยล้า

สาเหตุที่ทำให้หลังค่อมมีอะไรบ้าง?

สาเหตุที่ทำให้หลังค่อม มีได้หลายปัจจัย ได้แก่
1.   กระดูกหัก (fracture) เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะหลังค่อม ซึ่งมากถึงร้อยละ 36-37 ของผู้ที่มีความผิดปกติทั้งหมด
2.   การเคลื่อนไหวชดเชย (compensatory movements) เพื่อให้เกิดความสมดุล กระดูกสันหลังส่วนอกจึงต้องปรับโดยการเพิ่มมุมความโค้งไปด้านหลัง
3.   การเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลัง
4. กล้ามเนื้ออ่อนแรง (muscle weakness) มีงานวิจัยจำนวนมากรายงานว่า ผู้ที่มีภาวะหลังค่อม มักเกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหลัง
5.   ความผิดปกติของเอ็นกระดูกสันหลัง (intervertebral ligaments) โดยเมื่ออายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อและเอ็นต่างๆ จะลดลง มีการสะสมของแคลเซียม (calcification) ทำให้เอ็นต่างๆมีความยืดหยุ่นลดลง
6.   ภาวะทางพันธุกรรม พบว่าการเกิดภาวะกระดูกสันหลังค่อมในผู้ที่มีอายุน้อยมักเกิดในผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรม โดยเฉพาะ Scheuermann disease เป็นภาวะที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะกระดูกสันหลังค่อมในเด็กได้บ่อยที่สุด

หลังค่อมส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง?

ภาวะกระดูกสันหลังค่อมจะส่งผลต่อร่างกายมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความผิดปกติหรือมุมโค้งของหลัง ดังนี้ครับ
1. ความสามารถทางกายลดลง พบว่าในผู้ที่มีมุมโค้งของหลังเพิ่มขึ้นจะมีความลำบากในการทำกิจวัตรประจำวันมากขึ้น
2.  การล้มหรือความสามารถในการทรงตัวลดลง มีงานวิจัยบางส่วนเสนอแนะว่า ผู้ที่มีความโค้งของกระดูกสันหลังส่วนอกเพิ่มขึ้น จะทำให้ความสามารถในการทรงตัวเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการล้มเพิ่มมากขึ้นนั่นเองครับ

3.  ภาวะกระดูกหัก  พบว่าภาวะกระดูกสันหลังค่อมมีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะกระดูกสันหลังบริเวณอกหัก
4. การทำงานของปอดบกพร่อง เป็นผลกระทบต่อร่างกายที่สำคัญที่สุด โดยพบว่าผู้ที่มี ความโค้งของหลังมากมักทำให้ปริมาตรความจุปอดลดลง จึงส่งผลให้ความทนทานในการทำงานของร่างกายลดลงตามมา
5. นอกจากภาวะต่างๆ ที่ได้กล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีรายงานว่า ภาวะกระดูกสันหลังค่อมส่งผลกระทบต่อระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวัน รวมทั้งส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตเนื่องจากความผิดปกติของปอดอีกด้วยครับ

มีวิธีรักษาอาการหลังค่อมหรือไม่?

ปัจจุบันสามารถแบ่งประเภทการรักษาได้ 2 ประเภท คือ การรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด และการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ทั้งนี้ประเภทของการรักษาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ผู้ป่วยแต่ละราย  เช่น อายุและสุขภาพของผู้ป่วย ประเภทและอาการของหลังค่อม หรือองศาความโค้งนูนของกระดูกสันหลัง

1. การรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหลังค่อมที่มีผลมาจากการทำท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน แพทย์จะมีแนวทางการรักษาดังต่อไปนี้
– การติดตามอาการ โดยแพทย์จะเอกซเรย์ (X-Rays) เก็บข้อมูลความโค้งของกระดูกสันหลังของผู้ป่วย
– การทำกายภาพบำบัด เพื่อบรรเทาอาการปวด และเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังและท้อง ยืดเอ็นร้อยหวาย รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายโดยเฉพาะในส่วนที่ได้รับผลกระทบจากแนวโค้งของกระดูกสันหลัง
– การรับประทานยาในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เพื่อบรรเทาอาการปวด เช่น ยาไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) หรือยานาโปรเซน (Naproxen)

2.   การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหลังค่อมแต่กำเนิดแบบ Congenital Kyphosis รวมถึงผู้ป่วยที่มีอาการหลังค่อมในเด็กแบบ Scheuermann’s Kyphosis แต่มีความโค้งของกระดูกสันหลังเกินกว่า 75 องศา และผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรงและอาการไม่บรรเทาลงจากการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด แพทย์จะผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง เพื่อลดองศาความโค้งของกระดูกสันหลัง อาจทำให้อาการปวดหลังดีขึ้น

เราจะมีวิธีป้องกันอาการหลังค่อมได้อย่างไร?

เราสามารถป้องกันอาการหลังค่อมเบื้องต้นได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งได้แก่

1.   การนั่ง หลีกเลี่ยงการนี่งทำงานในอิริยาบถเดิมนานๆ ควรเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 15 นาที
2. หลีกเลี่ยงการนั่งผิดท่า เช่น การนั่งไถตัว นั่งไม่เต็มก้น สั่งเท้าไม่ติดพื้น หรือนั่งแล้วยื่นคอและหลังไปทางด้านหน้า เนื่องจากท่านั่งที่ไม่เหมาะสม จะทำให้น้ำหนักลงไปที่กระดูกสันหลังมากเกินไป

ขอบคุณที่มาของภาพ : Mahidol channel Smart 60 สูงวัยอย่างสง่า [by Mahidol]

3. ยืนให้ถูกต้อง เราสามารถเช็คได้โดย ยืนให้หลังติดกำแพง ถ้าท้ายทอยกับหัวไหล่ไม่ชนผนัง แสดงว่ามีภาวะหลังค่อม แก้โดย ยืดตัวให้ตรง แล้วให้ท้ายทอยกับหัวไหล่ชิดกับกำแพง ซึ่งการยืนในท่าที่เหมาะสมจะช่วยให้กระดูกสันหลังรับน้ำหนักน้อยลง (ความเสื่อมก็จะน้อยลงตามไปด้วยครับ

ขอบคุณที่มาของภาพ : Mahidol channel Smart 60 สูงวัยอย่างสง่า [by Mahidol]

4. การยกของหนัก ให้หลีกเลี่ยงการก้มลงไปยกตรงๆนะครับ เพราะจะทำให้หลังรับน้ำหนักมากเกินไป ท่าที่ถูกคือให้ย่อเข่าลงไปยก หลังตรง ของชิดกับตัว วิธีนี้จะทำให้น้ำหนักลงไปอยู่ที่ขา ทำให้หลังเรา รับน้ำหนักน้อยลงครับ

มีท่าบริหารอะไรบ้างที่จะช่วยแก้หลังค่อม?

   ภาวะหลังค่อมทำให้กล้ามเนื้อด้านหน้าหดสั้นลงสืบเนื่องมาจากกล้ามเนื้อด้านหลังอ่อนแรง ดังนั้นท่าบริหารที่จะช่วยได้คือ ท่าบริหารที่จะช่วยยืดกล้ามเนื้อด้านหน้า และท่าบริหารที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อด้านหลังครับ ซึ่งท่าบริหารมีดังนี้

ขอบคุณที่มาของภาพ : Mahidol channel Smart 60 สูงวัยอย่างสง่า [by Mahidol]

1.1  ท่ายืดเหยียดหน้าอก ทำได้โดย ยืน หรือนั่งตรง จากนั้น ใช้มือทั้งสองข้าง แตะไปที่ท้ายทอย พยายามแบะไหล่ออก จากนั้น เราจะรู้สึกตึงๆ ที่หน้าอกนะครับ เมื่อหน้าอกตึงแล้ว ให้นับ 1-10 ช้าๆ ให้ทำแบบนี้ 5 ครั้งต่อหนี่งเซต ทำทั้งหมด 3 เซต นะครับ

ขอบคุณที่มาของภาพ : Mahidol channel Smart 60 สูงวัยอย่างสง่า [by Mahidol]

1.2  ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อหน้าท้อง วิธีทำ ให้เริ่มต้นจากนอนคว่ำนะครับ ให้ใช้มือสองข้างดันตัวขึ้นให้ลำตัวส่วนบน ยกสูงขึ้น และสะโพก ติดที่พื้นหรือเตียง ช่วงที่ยืด เราจะรู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อหน้าท้อง และส่วนหลัง ให้แอ่นมากที่สุดจนถึงจุดสูงสุดนะครับ จากนั้นให้ค่อยๆนับ 1-10 แล้วค่อยดันตัวลง นับ 1-10 ช้าๆ ให้ทำแบบนี้ 5 ครั้งต่อหนี่งเซต ทำทั้งหมด 3 เซต นะครับ

ขอบคุณที่มาของภาพ : Mahidol channel Smart 60 สูงวัยอย่างสง่า [by Mahidol]

1.3  ท่าออกกำลังกายสะบักและหลัง วิธีทำ ให้นอนคว่ำแล้วเอาหมอนรองที่ใต้ท้องนะครับ หลังจากนั้น ให้เอามือทั้งสองข้าง ประสานไว้ที่ท้ายทอย จากนั้นให้แบะไหล่ออกนะครับ แล้วค่อยๆยกตัวขึ้นให้เหมือนท่าซุปเปอร์แมนครับ ทำค้างไว้ นับ 1-10 ระหว่างที่ทำค้างไว้ เราจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อหลังกับกล้ามเนื้อสะบักทำงาน แล้วค่อยๆหย่อนตัวลง นับ 1-10 ต่อ 1 เซต 10 ครั้งต่อหนี่งเซต ให้ทำทั้งหมด 3 เซตนะครับ

สำหรับคนที่ต้องทำงานในอิริยาบถที่เสี่ยงต่อหลังค่อม ได้แก่ นั่งท่าเดิมนานๆ หรือต้องยกของหนัก ให้ทำท่ายืดเหยียดหัวไหล่และหน้าอกทุกวันนะครับในส่วนของท่านอนนั้น เอลเดอร์มีวิธีการนอนที่เหมาะสำหรับแต่ละความรุนแรงมากฝากครับ  สำหรับคนที่มีความโค้งของหลังมากๆ คือท่านอนตะแคง ให้หมอนสอดอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้าง สำหรับคนที่เป็นไม่มาก สามารถนอนหงายได้ แต่ต้องมีหมอนหนุนคอและเข่าครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก
1. สาวิตรี วงษ์บาและคณะ โครงการวิจัยเรื่องระดับเริ่มต้นสำหรับความบกพร่องในการทำงานของผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกสันหลังค่อม คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
2. https://bit.ly/2MaKeEG 
3. https://hd.co.th/hyper-kyphosis
4. Mahidol channels https://www.youtube.com/watch?v=1gJWCw9-_nY5.   https://therama.info/?p=327

บทความอื่นๆ

เนื้อปลานั้นมีประโยชน์มากหลาย อีกทั้งยังเป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายและยังอุดมไปด้วยไขมันดีเหมาะกับผู้สูงอายุอย่างยิ่ง
ผู้สูงอายุหลายท่านอาจจะคุ้นเคยกับ "แกงเลียง" กันดี เรามาดูกันครับว่าแกงเลียงนี้มีประโยชน์อะไรบ้าง
กล้วยมี สรรพคุณทางยาที่โดดเด่น จึงมีการบรรจุลงในตำราแพทย์พื้นบ้านไทย ผลไม้ธรรมดา ๆ กับคุณประโยชน์ที่ไม่ธรรมดา ที่สามารถกินกันได้ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยสูงอายุ โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ
error: Content is protected !!
Scroll to Top