ดวงตา อวัยวะสำคัญที่เราควรใส่ใจ แม้เราจะพยายามบำรุงและดูแลดวงตาอยู่เสมอก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะสายตายาวได้ เป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติที่ทุกคนจะต้องเผชิญกับภาวะการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสภาพลงของอวัยวะต่างๆ บนร่างกาย
ปัญหาสายตายาวตามวัยนี้ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่เราควรสังเกตตัวเองอยู่เสมอ เมื่อถึงเวลาที่สายตาเปลี่ยนแปลงไปไม่สามารถกลับมามองเห็นได้ชัดเจน การใส่ใจและรักษาที่ดีนั้นจะเป็นส่วนสำคัญช่วยทำให้ภาวะดังกล่าวถูกชะลอให้เกิดช้าลงหรือช่วยให้อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรงมากเกินไป
สายตายาวในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร

เมื่อเราอายุมากขึ้นความสามารถในการเพ่งมองวัตถุที่อยู่ใกล้จะลดลงตามวัย ซึ่งเกิดจากเลนส์ตาแข็งและตึงขึ้น กล้ามเนื้อที่ใช้ในการเพ่งเริ่มอ่อนแรงลง ส่งผลให้มองเห็นวัตถุระยะใกล้ได้ไม่ชัด การมองภาพหรือตัวอักษรเริ่มไม่ชัด มีปัญหาในการอ่านหนังสือ อ่านฉลากยา หรือมองหน้าจอโทรศัพท์ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ยิ่งเพ่งมากๆก็รู้สึกปวดตาหรือปวดบริเวณรอบดวงตา แสบตาหรือตาสู้แสงไม่ได้ ต้องหรี่ตาเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน บางครั้งมีอาการแสบตา เคืองตา ปวดตา ปวดศีรษะ เนื่องจากเมื่อมองไม่เห็นจึงพยายามเพ่งมากขึ้น
เริ่มมีอาการควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย

เมื่อรู้ว่าสายตาเริ่มมีปัญหาควรรีบพบจักษุแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัย สอบถามอาการ และตรวจสายตา การตรวจสายตาในปัจจุบันนั้นจะเริ่มจากตรวจดวงตา ส่องตรวจในตา (Ophthalmoscopy) วัดความดันลูกตา (Tonometry) ตรวจด้วยเครื่องตรวจตา (Slit lamp) และอาจรวมไปถึงการทดสอบความสามารถในการมองเห็นอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ หากวินิจฉัยพบได้ผลว่าสายตายาว แพทย์ก็จะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าเรติโนสโคป (Retinoscope) เป็นเครื่องที่ใช้วัดการหักเหของแสงของตา เพื่อช่วยหาสาเหตุของสายตายาว นอกจากนั้น แพทย์อาจใช้เครื่องวัดกำลังสายตา (Phoropter) เพื่อวัดความผิดปกติในการหักเหของแสงร่วมด้วย
การรักษาสายตายาว
เมื่ออายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของดวงตาหลายอย่างจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและตามการใช้สายตาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น รูม่านตามีขนาดเล็กลง ปริมาณของน้ำตาลดลง และการเกิดปัญหาสายตายาวเนื่องจากเลนส์แก้วตามีความยืดหยุ่นน้อยลง แม้จะทานอาหารบำรุงสายตาเป็นประจำ ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้
การรักษาสายตายาว หากอายุยังน้อยอาจไม่มีความจำเป็นต้องรักษา เพราะว่าเลนส์ตามีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะปรับตัวและแก้ไขภาวะสายตายาวได้เอง ในกรณีมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นความยืดหยุ่นจึงลดลงสามารถแก้ไขปัญหาการมองไม่ชัดจากสายตายาวได้
วิธีการรักษาในปัจจุบัน

1. การเลือกแว่นสายตา เพื่อปรับสายตาตามความเหมาะสม และลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละคน ประเภทแว่นที่ใช้ ได้แก่ แว่นเฉพาะมองใกล้ (Reading glasses) ใช้เมื่อต้องการมองระยะใกล้ เหมาะสำหรับคนแต่เดิมเคยสายตาปกติ เมื่อต้องการมองไกลก็ถอดออกได้ แว่น 2 ชั้น (Bifocal glasses) เลนส์ที่มีรอยต่อ โดยเมื่อต้องการมองไกลให้มองผ่านเลนส์บน หากมองใกล้ให้มองผ่านเลนส์ล่าง การใช้งานจะสะดวก และแว่นหลายโฟกัส (Progressive glasses) แต่ละระดับของเลนส์จะมีค่าสายตาแตกต่างกัน ปรับระยะตั้งแต่ไกลถึงใกล้ หากใช้ได้จะสะดวกมาก เห็นชัดทุกระยะ แต่อาจไม่เหมาะกับทุกคน ต้องใช้เวลานานในการปรับความคุ้นเคย
2. วิธีการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ใช้รักษาสายตายาว ได้แก่ เลสิก (Laser-Assisted In Situ Keratomileusis: LASIK) การผ่าตัดกระจกตาด้วยการใช้แสงเลเซอร์ทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น , เลเสก (Laser-Assisted Subepithelial Keratectomy: LASEK) การใช้เลเซอร์ ปรับแต่งเนื้อเยื่อส่วนหน้าของกระจกตาด้านนอก, พีอาร์เค (Photorefractive Keratectomy: PRK) คล้ายกับการทำเลเสก, และการรักษาสายตาผู้สูงอายุด้วยคลื่นวิทยุ (Conductive keratoplasty: CK) ใช้คลื่นวิทยุแทนเลเซอร์เพื่อให้ความร้อนเป็นจุดเล็ก ๆ ส่งผ่านไปยังบริเวณเนื้อเยื่อกระจกตา เป็นต้น
แม้จะมีวิธีการรักษาให้เลือก แต่ก็ไม่มีวิธีไหนที่จะรักษาหายได้อย่างถาวร ฉะนั้นเมื่อมีอาการทางสายตา ไม่ว่าจะเป็นในช่วงอายุใด ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและดำเนินการรักษาอาการภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อความปลอดภัยได้ทันเวลา เพื่อให้มีการมองเห็นที่ชัดเจน และคุณภาพชีวิตที่ดีของสูงวัยทุกๆท่าน
เอกสารอ้างอิง
1. เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับภาวะสายตายาวตามอายุ
2. ‘สายตายาวตามวัย’ ไม่ใช่โรค-ป้องกันไม่ได้
3. สายตายาว ในผู้สูงอายุ
4. ความหมาย สายตายาว