ธรรมชาติของผู้สูงอายุในช่วงวัย มักเผชิญกับปัญหาการทานอาหาร เช่น ฟันไม่แข็งแรง ทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด มีโรคประจำตัว ต้องทานยาซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรสชาติของอาหารที่ลดลง ทำให้ทานอาหารไม่อร่อย เมนูหรือรสชาติอาหารไม่ถูกปาก ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะได้รับโภชนาการไม่เพียงพอ

ธรรมชาติการกินอาหารของผู้สูงอายุแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน บางคนกินง่าย บางคนกินยาก บางคนกินได้ น้อย บางคนเลือกกิน แต่เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับคุณค่าสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอ จึงความมีเคล็ดลับในการนำไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมการทานอาหารแก่ผู้สูงอายุ ดังต่อไปนี้

1. ดัดแปลงลักษณะอาหารให้เคี้ยวง่ายขึ้น เช่น หั่นเป็นชิ้นเล็กหรือสับละเอียด หรือปรุงให้มีลักษณะ ค่อนข้างเหลว อาหารมีลักษณะเปื่อยนุ่ม เคียวง่าย ย่อยง่าย ไม่ฝืดคอ อาหารประเภทผักต่างๆ ควรปรุง โดยวิธีการต้มหรือนึ่ง หลีกเลี่ยงการกินผักสดเพราะ จะทําให้เกิดแก็สและท้องอืด

2. ปรุงรสชาติ ตามความชอบของแต่ละคน ผู้สูงวัยแต่ละท่านมีความชอบรสชาติอาหารที่ต่างกัน การทำอาหารทานเองจึงเป็นรสชาติที่ถูกใจที่สุด เช่น หวานขึ้นเล็กน้อย หรือจืดลง แต่ไม่ควรปรุงรสชาติที่จัดจ้านจนเกินไปนะครับ เพราะยิ่งถ้าเราปรุงรสเข้มข้น ลิ้นเราจะยิ่งปรับให้รับรสที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เราติดอาหารจัด ทำให้เรารับโซเดียม หรือน้ำตาลในปริมาณมาก ดังนั้นควรปรุงให้รสชาติพอดี หรือหากใครอยากปรับรสให้ปรุงเครื่องปรุงอ่อนๆครับ ช่วงแรกๆอาจจะรู้สึกจืดไปหน่อยแต่ปุ่มรับรสที่ลิ้นของเราจะปรับสภาพกลับมารับรสชาติอ่อนได้ดีขึ้นครับ

3. ลดปริมาณอาหารแต่ละมื้อ แล้วเพิ่มจํานวนมื้อขึ้น เช่น จากเดิมทานอาหารวันละ 3 มื้อ ในปริมาณที่เท่ากัน อาจจะเปลี่ยนเป็น 5 มื้อ โดยจัดอารหารแต่ละมื้อในปริมาณที่ต่างกัน โดยแบ่งเป็นมื้อหลักกับมื้อย่อ มื้อหลักเช้า กลางวัน เย็นจะเป็นอาหารหลักที่เราทานแต่จะทานในปริมาณพอดีไม่อิ่มจนแน่นท้อง ส่วนมื้อย่อยจะแบ่งเป็น มื้อสายก่อนเที่ยง และมื้อบ่าย โดยมื้อย้อยเราจะเน้นเป็นอาหารเบาๆ เช่น แซนวิช ผลไม้ ซุป ขนมหวานแต่ไม่ควรหวานหรือมีไขมันมากเกินไป

4. จัดแต่งอาหารให้มีสีสันหลากหลาย และเสิร์ฟขณะที่ยังร้อนๆ ใหม่ๆ จะช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดีกว่า หรือการปรุงรสด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศความหอมของอาการก็ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้เช่นกัน

5. จัดอาหารมื้อหนักเพียง 1 มื้อ ควรให้กินมื้อหนัก เป็นมื้อกลางวันหรือบ่าย แทนมื้อเย็น การทานอาหารในลักษณะนี้จะช่วยให้ผู้สูงวัยหลับสบายขึ้น 
6. หลีกเลี่ยงคาเฟอีน เช่น น้ําชาหรือกาแฟ เพราะจะทําให้นอนไม่หลับตอนดึก สำหรับผู้ที่เลี่ยงไม่ได้ : แนะนำดื่มชาไม่ใส่น้ำตาลกับกาแฟดำ
7. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก เนื่องจากร่างกายของผู้สูงอายุย่อยและดูดซึมไขมันได้น้อยลง ทําให้ท้องอืดและแน่นท้องได้ เช่น  อาหารทอด เนื้อสัตว์ติดมัน นม ชีส เนย กะทิ หรือเบคอน

เคล็ดลับสูตรการทานอาหาร 2:1:1

สูตรการทานอาหาร 2:1:1 เป็นสูตรที่ได้รับความนิยมจากคำแนะนำของนักกำหนดอาหาร หรือนักโภชนาการ ในการช่วยส่งเสริมการรับประทานเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะอ้วนลงพุง โดยสํานัก โภชนาการ กรมอนามัย ได้แนะนําให้ทุกเพศทุกวัยกินอาหารในแต่ละมื้อตามสัดส่วน 2 : 1 : 1 “ผักครึ่งหนึ่ง อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง” ซึ่งหมายความว่า ในหนึ่งมือเราควรแบ่งสัดส่วนอาหารในจานข้าวออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้
• 2 ส่วน กินเมนูผักหรือใยอาหาร เสริมวิตามินและแร่ธาตุ เช่น ผักลวกต้ม ผัดผัก แกงเลียง สลัดผัก
• 1 ส่วน กินเมนูเนื้อสัตว์ เสริมโปรตีน เช่น ปลา ไก่ เนื้อ หมู ไม่ติดมัน 
• 1 ส่วน กินเมนูแป้ง เสริมคาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานแก่ร่างกาย เช่น ข้าวกล้อง ข้าวสวย เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน หรือขนมปังโฮลวีท 

ที่มาข้อมูล
คู่มือสุขสมวัย  สำหรับการดุแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดี : ศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ (สสส.)

บทความอื่นๆ

เราใช้งานตากันทุกวัน เมื่อใช้งานหนักจึงควรดูแล การดูแลสายตาด้วยผักผลไม้เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่เอลเดอร์ได้นำมาฝากผู้สูงวัยทุกท่าน
ผู้ป่วยโรคไตจำเป็นต้องควบคุมปริมาณโพแทสเซียมในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เรามาดูผักผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตทานได้กันครับ
อวัยวะต่างๆในร่างกายล้วนต้องการการดูแลและอาหารบำรุง เรามาดูกันครับว่าอาหารอะไรบำรุงอะไรบ้าง
error: Content is protected !!
Scroll to Top