เคยเป็นไหมอยู่ๆ ก็เกิดอาการหงุดหงิดใจไม่สบายตัวคล้ายกับสำนวนที่ว่า “เลือดจะไปลมจะมา” คือ คำเปรียบเปรยถึงเพศหญิงเมื่อเข้าสู่วัยหนึ่งที่มีอาการ “เลือดจะไป” (เลือดประจำเดือนหรือระดูกำลังจะหมดไป) และ “ลมจะมา” (อารมณ์แปรปรวน) หรือเข้าสู่ช่วงวัยทอง ภาวะดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนจากวัยผู้ใหญ่ที่กำลังเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย

วัยทองเกิดขึ้นเมื่อไหร่

     ผู้หญิง เริ่มเกิดขึ้นเมื่อประจำเดือน หรือ ระดูไม่มาติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม เรียกว่า วัยหมดประจำเดือน โดยสตรีร้อยละ 95 จะหมดระดูในช่วงระหว่างอายุ 45-55 ปี เฉลี่ยที่ 51 ปี อาการดังกล่าวไม่ใช่เรื่องผิดปกติเพราะเกิดจากความเปลี่ยนตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องเกิดขึ้น ทั้งนี้สามารถสังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามมา แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ

1. ระยะก่อนหมดประจำเดือน (perimenopause) เป็นระยะเริ่มของการหมดประจำเดือนทำให้สตรีมีประจำเดือนมาผิดปกติ ร่วมกับมีอาการทางร่างกาย เช่น ร้อนวูบวาบ มึนศีรษะ อ่อนเพลีย อารมณ์จะแปรปรวน ซึ่งระยะนี้จะเกิดประมาณ 2-3 ปี
2. ระยะหมดประจำเดือน (menopause) เป็นระยะที่เริ่มตั้งแต่การหมดประจำเดือนมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี
3. ระยะหลังหมดประจำเดือน (postmenopause) เป็นระยะที่เริ่มตั้งแต่หลังหมดประจำเดือนมาแล้ว 1 ปี ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ช่องคลอดตีบแคบ กระดูกพรุน และเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคต่างๆ ได้ง่าย

      ผู้ชาย เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน (Testosterone) จะลดลง ซึ่งจะมีผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย ทั้งการสร้างกล้ามเนื้อ ระบบเผาผลาญไขมัน และความแข็งแรงของโครงสร้างกระดูก รวมไปถึงระบบสืบพันธุ์ อาการของผู้ชายเมื่อเข้าสู่วัยทอง จะไม่ชัดเจนเท่าผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแต่สามารถสังเกตได้จากฮอร์โมนทางเพศที่เปลี่ยนแปลงไป ทางการแพทย์เรียก ผู้ชายวัยทอง ว่า “แอนโดรพอส” (Andropause)

อาการของวัยทองที่แตกต่างกันระหว่างผู้หญิง กับ ผู้ชาย

วัยทองในผู้หญิง   

1. การมาของประจำเดือนไม่ปกติ                     
2. ร้อนวูบวาบ และเหงื่อออกในตอนกลางคืน          
3. หงุดหงิดง่ายเครียด โกรธง่าย ใจน้อย หลงลืมง่าย 
4. ช่องคลอดแห้ง จากระดับเอสโตรเจนที่ลดลง        
5. กระดูกพรุนเปราะง่าย                                     
6. อาจมีภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน              
7. ผมร่วง                                         
8. ภาวะนอนไม่หลับ                                   

วัยทองในผู้ชาย 

1. มีความต้องการทางเพศลดลง
2. ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ
3. อ้วนลงพุง กระดูกพรุน หลังโก่ง เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ
4. ความสนุกสนานในชีวิตลดลง ความสามารถในการเล่นกีฬาลดลง
5. เครียด ซึมเศร้า เบื่อง่าย หงุดหงิด ขี้น้อยใจ
6. อ่อนเพลีย หมดแรง เบื่ออาหาร นอนไม่ค่อยหลับ

การเตรียมตัวเข้าสู่วัยทอง

     ภาวะวัยทองไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่เป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นภายในร่างกายเป็นเรื่องปกติ ยกเว้นบางกรณีอาจเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนก่อนกำหนด (อายุน้อยกว่า 40 ปี) ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ประวัติคนในครอบครัวเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเร็ว โรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตนเอง ความผิดปกติของโครโมโซม X การรักษาพยาบาล และการสูบบุหรี่เป็นประจำ

1.   หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ ได้แก่ งดสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มคาเฟอีนเป็นประจำ
2.   รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่
3.   ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์
4.   พักผ่อนให้เพียงพอ มีกิจกรรมเพื่อคลายเครียด
5.   หากมีคู่สมรสควรพูดคุยถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
6.   ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

การดูแลสุขภาพในช่วงวัยทอง

อาหาร การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต พืชตระกูลถั่ว เต้าหู้ งาดำ ผักใบเขียว ปลาเล็กปลาน้อย ลดอาหารที่มีแป้งและไขมันสูง จำกัดปริมาณคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
ออกกำลังกาย เช่น การเดิน การวิ่งเหยาะๆ เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ โยคะ รำมวยจีน เต้นรำ เป็นต้น
อารมณ์ ควบคุมอารมณ์ให้มีความคิดในทางบวก และทำจิตใจให้แจ่มใสเบิกบาน
ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอปีละ 1 ครั้ง โดยตรวจโรคดังนี้ ตรวจเช็คความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน ตรวจภายในเช็คมะเร็งปากมดลูก ตรวจหามะเร็งเต้านม (Mammography) ตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก (Bone Mineral Density) รวมทั้งการตรวจระดับของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับวัยทอง
การให้ฮอร์โมนทดแทน กรณีที่มีอาการต่างๆ มาก ตรวจพบความผิดปกติ เช่น กระดูกบาง หรือกระดูกพรุน และมีความจำเป็นจะต้องได้รับฮอร์โมนเพิ่มเติม แพทย์จะพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทนตามความเหมาะสม ทั้งนี้การให้ฮอร์โมนทดแทนมีข้อดีและข้อเสีย ข้อดีช่วยรักษาอาการต่างๆ ของภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ส่วนข้อเสียคืออาการข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น

โดยปกติแล้วระดับของสมดุลของฮอร์โมนจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป ความสมดุลของฮอร์โมนเสียไปก็อาจก่อให้เกิดภาวะหรืออาการผิดปกติบางอย่าง การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในภาวะวัยทอง คือการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมอยู่เสมอ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการพักผ่อนให้เพียงและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง แม้จะเข้าสู่ภาวะวัยทองแล้วก็ตาม

เอกสารอ้างอิง
1. รับมือ 8 อาการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนช่วง “สตรีวัยทอง”
2. เช็คให้พร้อมก่อนวัยทองกำลังมา
3. เจาะลึก “วัยทองในผู้ชาย” เรื่องอะไรที่ชายสูงวัยต้องระวัง!
4. เรื่องต้องรู้ ของคุณผู้ชายวัยทอง
5. ผู้หญิงวัยทอง หรือ วัยหมดประจำเดือน (Menopause)
6. วัยทอง คืออะไร – อาการคุณเข้าข่ายหรือยัง?
7. เช็คอาการเข้าข่าย “วัยทอง” หรือยัง?
8. ภาวะวัยหมดประจำเดือน

บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top