ผู้สูงวัยทุกท่านทราบหรือไม่ครับว่า โซเดียม เป็นภัยร้ายใกล้ตัวอย่างไรบ้าง และส่งผลเสียอย่างไรต่อสุขภาพ หลาย ๆ ท่าน อาจจะได้ยินคำคุ้นหูที่ว่า “ทานเค็มมาก ๆ ระวังเป็นโรคไต” หรือ “ทานเค็มระวังไตทำงานหนัก” ใช่แล้วครับ อาหารเค็ม หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ หรือเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคไตนั้นเอง แต่นี้คือส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ เพราะโซเดียมยังมีผลเสี่ยงอย่างอื่น 

ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 22 ล้านคนที่ล้มป่วยจากสาเหตุการรับประทานเค็มหรือบริโภคโซเดียมมากเกินไปเป็น 2 เท่าของที่ร่างกายควรจะได้รับต่อวัน และมีคนไทยจำนวน  8 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรคไต จากการทางอาหารที่มีโซเดียมสูง ซึ่งพบจำนวนมากในกลุ่มผู้สูงวัย 

วันนี้เอลเดอร์จึงอยากพาผู้สูงวัยทุกท่านมาทำความรู้จักกับโซเดียม ว่ามีประโยชน์ และผลเสียอย่างไรบ้าง รวมถึงวิธีการทานโซเดียมอย่างปลอดภัยสำหรับผู้สูง เพราะเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นผู้สูงวัยมีโอกาสเกิดผลเสี่ยงต่อสุขภาพหลายปัจจัย โดยเฉพาะความเสี่ยงจากไตที่มีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างสูงวัยครับ

โซเดียมคืออะไร

           โซเดียม คือ เกลือแร่ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการควบคุมสมดุลน้ำและของเหลวในร่างกาย ซึ่งสามารถควบคุมระบบความดันโลหิต การทำงานของเซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อ ตลอดจนถึงการดูดซึมสารอาหารและเกลือแร่ในไตและลำไส้เล็ก โซเดียมพบในอาหาร เนื้อสัตว์ อาหารจากธรรมชาติ นอกจากนั้น เราบริโภคโซเดียมในรูปแบบของเกลือแกง อาหารสำเร็จรูป วัตถุปรุงรส ตลอดจนถึงขนมกรุบกรอบที่ใส่ผงฟูทุกชนิด

        โซเดียมในเครื่องปรุงรส วัตถุดิบสำคัญในการปรุงอาหารที่แฝงอยู่ในทุกมื้ออาหาร ด้วยความที่รสเค็มเป็นพื้นฐานรสชาติปากของคนไทย เพราะคุ้นชินกับวิถีการถนอมอาหาร และรสชาติของอาหารที่มีรสเค็มทำให้คนไทยจึงติดทานรสชาตินี้ ซึ่งโซเดียมในเครื่องปรุงอาหารบางชนิด มีปริมาณโซเดียมสูงเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ให้รสชาติเค็มที่แสบคอ หรือคอแห้ง บางท่านเมื่อทางไปแล้วรู้สึกกระหายน้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าคุณทานโซเดียมมากเกินไป

โซเดียมอยู่ที่ไหนได้บ้าง

โซเดียม สามารถพบได้ในอาหารหลายชนิด ไม่เพียงแต่ในเครื่องปรุงอาหารเท่านั้น เนื่องจากพื้นฐานรสชาติของคนไทย จะติดทานอาหารรสเค็ม เพราะคุ้นชินกับการปรุงอาหารด้วยเกลือ และใช้เกลือนำมาถนอมอาหารทำให้เป็นรสชาติติดปากที่ขาดไม่ได้ในมื้ออาหารตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยวิธีการถนอมอาหารด้วยเกลือทำให้มีการพัฒนา และเกิดวิธีดารถนอมอาหารใหม่ จนถึงการมีอาหารสำเร็จรูปที่มีโซเดียมสูงส่งผลเสียต่อสุขภาพผู้สูงวัย สามารถพบโซเดียมได้ในอาหาร ดังนี้

  • เครื่องปรุงรส เป็นแหล่งโซเดียมสำคัญที่มีปริมาณโซเดียมสูง และอยู่ในชีวิต ประจำกันของผู้สูงวัย เนื่องจากต้องใช้อยู่ในส่วนประกอบของอาหาร 

ตัวอย่างปริมาณโซเดียมในเครื่องปรุงรส (เทียบในปริมาณเครื่องปรุงรส 1 ช้อนชา)

  1. เกลือ มีปริมาณโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม 
  2. ผงปรุงรส มีปริมาณโซเดียม 500 มิลลิกรัม 
  3. ผงชูรส มีปริมาณโซเดียม 490 มิลลิกรัม 
  4. ซีอิ๊วขาว มีปริมาณโซเดียม 460 มิลลิกรัม 
  5. น้ำมันหอย มีปริมาณโซเดียม 450 มิลลิกรัม 
  6. น้ำปลา มีปริมาณโซเดียม 400 มิลลิกรัม 
  7. ซอสปรุงรส มีปริมาณโซเดียม 400  มิลลิกรัม 
  8. ซอสพริก มีปริมาณโซเดียม 220 มิลลิกรัม 
  9. ซอสมะเขือเทศ มีปริมาณโซเดียม 140 มิลลิกรัม
  • อาหารธรรมชาติ เช่น เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ผัก และผลไม้ทุกชนิด ธัญพืช และถั่วเมล็ดแห้ง ซึ่งโซเดียมในกลุ่มนี้มีอยู่ตามธรรมชาติของอาหาร
  • อาหารสำเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง
  • อาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า ผลไม้ดอง หน่อไม้ดอง
  • อาหารแปรรูป เช่น ไส้หรอก หมูยอ ลูกชิ้น หรือปลาเค็ม 
  • ขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม เช่น  มันฝรั่งทอดกรอบ เครื่องดื่มให้รสหวาน หรือน้ำอัดลมบางชนิด
  • โซเดียมแอบแฝงอื่น ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่มีรสเค็ม แต่มีโซเดียม เช่น ผงชูรส ซุปก้อน ผงปรุงรสต่าง ๆ และผงฟูซึ่งอยู่ในขนมปัง พาย ซาลาเปา เค้ก โดนัท รวมถึงสารกันบูดในอาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ

อันตรายจากโซเดียมสูง

เมื่อกินอาหารที่มีรสเค็ม โซเดียมจะเข้าสู่ร่างกายและปนเปื้อนในเลือด ทำให้เลือดเสียสมดุล หลอดเลือดจึงพยายามดูดน้ำเข้ามาเจือจางโซเดียม จนทำให้แรงดันเลือดสูงขึ้น และหากกินเค็มมากเกินไป จะส่งผลต่อสุขภาพผู้สูงวัย ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง หรือในกลุ่มผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ขึ้นได้ โรคที่เกิดจากการทานโซเดียมสูง ดังนี้

ผู้สูงวัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคไต

สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคไต เนื่องจากผู้สูงวัยมีการเสื่อมสภาพในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายร่วมด้วย ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) จึงมีคำแนะนำให้ลดการบริโภคโซเดียมลง 30% เพื่อลดสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัยเสี่ยงต่อโรคไต มีสาเหตุดังนี้

  1. อายุ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีความเสี่ยงต่อโรคไต ถึง 4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลอายุน้อยกว่า 60 ปี 
  2. ไตทำงานลดลง เมื่ออายุเพิ่มขึ้นผนังหลอดเลือดจะหนาขึ้น ทำให้หลอดเลือดตีบแคบส่งผลต่อไตขาดเลือดไปเลี้ยง และไตทำงานลดลง 
  3. โครงสร้างของไตมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากปริมาณเลือดที่มาเลี้ยงไตจะลดลงร้อยละ 1 และเมื่ออายุ 70 ปี หน้าที่ไตจะลดลงร้อยละ 50 หรือมากกว่า
  4. จากการใช้ยา ผู้สูงวัยมักจะมีการทานยาหลายโรค ยาบางชนิดอาจจะมีพิษทำลายไตหรือมีโรคที่ทำลายหน้าที่ของไตจะยิ่งส่งผลให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น
ผู้สูงวัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง

ผู้สูงวัยที่ทานอาหารที่มีรสเค็มเป็นประจำ เมื่อร่างกายได้รับเกลือ หรืออาหารรสเค็ม จะเกิดการดูดน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น หากร่างกายได้รับเกลือในปริมาณที่มากจนเกินไป มีส่วนทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้

ผู้สูงวัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

ผู้สูงอายุที่ป่วยโรคเบาหวาน มีความบกพร่องของการทํางานของอินซูลินนั้น การลดปริมาณการกินโซเดียมลงมีผลต่อการเพิ่มระดับการทํางานของอินซูลินดีขึ้น ส่งผลให้ควบคุมโรคเบาหวานได้ดียิ่งขึ้น

ผู้สูงวัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

การที่ผู้สูงวัย ได้รับโซเดียมในปริมาณที่สูงเกินความต้องการ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจร้อยละ 49 โรคอัมพฤกษ์ อัมพาตร้อยละ 62 ของการเกิดโรคทั้งหมด

ผู้สูงวัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต

เนื่องจากโซเดียมจะเข้าสู่ร่างกายและปะปนในเลือดทำให้เลือดเสียสมดุล หลอดเลือดจึงพยายามดูดน้ำเข้ามาเจือจางโซเดียม จนทำให้แรงดันเลือดสูงขึ้น เมื่อความดันโลหิตสูงก็จะส่งผลต่ออวัยวะอื่น ๆ เป็นลำดับ เช่น ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เต้นเร็วขึ้น และเสี่ยงที่จะหัวใจวายไปจนถึงเส้นเลือดในสมองแตก กลายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้เลยทีเดียว

โรคอื่น ๆ เช่น ยิ่งกินเค็มยิ่งอ้วน รสชาติของอาหาร เป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้คนกินอาหารมากขึ้น โดยรสเค็มเป็นรสที่ส่งผลต่อการกินมากที่สุด นอกจากนี้ผู้ที่ติดรสเค็มเพียงแค่นึกถึงอาหารที่มีรสเค็มก็จะเกิดความรู้สึกหิว และอยากอาหารขึ้นมา จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ชอบกินเค็มเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้ง่าย

วิธีการทานโซเดียมอย่างปลอดภัย

  1. วิธีการลดเค็มหรือโซเดียม ควรงดทานอาหารที่มีรสชาติเค็ม หรือโซเดียมสูง ควรบริโภคโซเดียมในปริมาณที่ แพทย์แนะนำไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน หรือไม่เกิน 2 ช้อนชา/วัน
  2. ควรมีการคำนวณจำนวนโซเดียมในแต่ละมื้ออาหาร เช่น เมนูผัดผักรวม ใช้เครื่องปรุงรสแบบโซเดียมต่ำ หรือเครื่องปรุงสำหรับผู้ป่วยโรคไต 1 ช้อนชา จะให้โซเดียมในปริมาณ 70 มิลลิกรัม
  3. ไม่ควรใช้เครื่องปรุงรสที่ไม่ทราบปริมาณโซเดียม อ่านฉลากอาหาร ดูปริมาณโซเดียมก่อนซื้อ เลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่มีโซเดียมน้อย
  4. เลี่ยงรับประทานอาหารดองเค็ม เช่น ไข่เค็ม ปลาเค็ม หอยดองน้ำปลา อาหารหมักดอง (เปรี้ยวและเค็ม) เช่น ปลาส้ม แหนม และอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน กุนเชียง หมูแผ่น หมูหยอง อาหารเหล่านี้มักมีโซเดียมมาก และไม่ทราบปริมาณโซเดียมชัดเจน
  5. เลี่ยงรับประทานอาหารที่มีผงชูรส (โมโนโซเดียมกลูตาเมท) ซึ่งมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ
  6. เลี่ยงรับประทานอาหารที่ใส่ผงฟู (โซเดียมไบคาร์บอเนต) เช่น ขนมอบต่าง ๆ 
  7. ควรหาวิธีการปรุงประกอบอาหารที่มีการปรุงหลากหลายรส เช่น เปรี้ยวนำ อ่อนเค็ม อ่อนหวานบ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เกลืออย่างเดียวจำนวนมาก เช่น แกงต้มส้ม ต้มยำ ต้มโคล้ง ปรุงรสอ่อนสลับการการรับประทานแค่แกงจืด
  8. เน้นใช้วัตถุดิบ หรืออาหารธรรมชาติในการปรุงอาหาร เช่น สมุนไพร ที่ช่วยให้อาหารเกิดรสชาติ เพื่อลดการใช้โซเดียม เช่น กระเทียม กลิ่นของกระเทียมจะเพิ่มความกลมกล่อม และการรับรสเค็มในอาหารแต่ละจาน ตะไคร้และใบมะกรูด สมุนไพรสองชนิดนี้เมื่อจับคู่กันจะช่วยเติมความหอม และช่วยดึงรสเค็มให้เด่นขึ้น หรือผักชี สามารถเพิ่มการรับรสเค็มได้เล็กน้อย

อยากเลี่ยงโซเดียม แต่อยากทานอาหารให้อร่อยทำอย่างไร ?

ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา อาเบอลิเชียส by Lucka เครื่องปรุงรสโซเดียมต่ำ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคไต และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เป็นเครื่องปรุงอาหารที่มีโซเดียมต่ำ (Lite Sodium) ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพ  มีมาตรฐาน และปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ป่วยโรคไต และกลุ่มโรค NCDs ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถทานอาหารได้มากขึ้น เนื่องจากซอสหอยเป๋าฮื้อช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม ถนอมไต ใส่หัวใจในรสชาติ

เปรียบเทียมความคุ้มค่าของการใช้ซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา อาเบอลิเชียส by Lucka 
– ซอสหอยเป๋าฮื้อ 1 ช้อนชา มีปริมาณโซเดียม 70 มิลลิกรัม
– ซอสหอยเป๋าฮื้อ 1 ช้อนโต๊ะ มีปริมาณโซเดียม 210 มิลลิกรัม

เปรียบเทียบปริมาณโซเดียม 1 ช้อนชา
– ซอสเป๋าฮื้อ 28 ช้อนชา = เกลือ 1 ช้อนชา
– ซอสเป๋าฮื้อ   7 ช้อนชา = น้ำปลา 1 ช้อนชา
– ซอสเป๋าฮื้อ   7 ช้อนชา = ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
– ซอสเป๋าฮื้อ   6 ช้อนชา = ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
– ซอสเป๋าฮื้อ   2 ช้อนชา = ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา

ซอสหอยเป๋าฮื้อ ให้ความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบปริมาณโซเดียม เพราะสามารถใช้เเค่เพียง 1-2 ช้อนชา ไม่จำเป็นต้องใช้โซเดียมสูงก็สามารถปรุงเมนูอาหารได้รสชาติกลอมกล่อม กลิ่นหอม และไม่ทำลายสุขภาพ แถมยังสามารถใช้ได้ในปริมาณที่จำกัด 

ทำไมต้องเลือกซอสหอยเป๋าฮื้อ ตรา อาเบอลิเชียส by Lucka ?

  • ผลิตจากหอยเป๋าฮื้อ วัตถุดิบคุณภาพ เข้มข้นถึง 40%
  • มีโซเดียมต่ำ (Lite Sodium) ลดปริมาณโซเดียมลง 50% (เมื่อเทียบกับซอสปรุงรสสูตรปกติ)
  • ไม่มีโพแทสเซียม 
  • ไม่มีโคเลสเตอร์รอล (0%)
  • ไม่มีไขมัน (0%)
  • ไม่ใช้ผงชูรส (MSG)
  • ไม่แต่งสี และกลิ่น (กลิ่นหอมจากหอยเป๋าฮื้อธรรมชาติ)
  • สินค้าผ่านการรับรองมาตรฐานเลขจดแจ้งทะเบียน อย.83-2-02047-6-0010 
  • สินค้ามีสัญลักษณ์ Lite Sodium 
  • สินค้าได้รับสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ
  • สินค้าได้รับตราฮาลาล

เมนูแนะนำ อาหารอร่อยโซเดียมต่ำ สไตล์สูงวัย

จากซอสหอยเป๋าฮื้อโซเดียมต่ำ ตรา อาเบอลิเชียส บาย ลักข เอลเดอร์ได้เลือกเมนูที่ทำง่าย และดีต่อสุขภาพผู้สูงวัยมาฝากทุกท่านครับ เหมาะสำหรับผู้สูงวัย ผู้ป่วยโรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรค NCDs อื่น ๆ ครับ

เมนูที่ 1 “ปลากะพงผัดพริกกระเทียม”
รูปภาพจาก : Facebook ความรู้รอบไต by Lucka
เทคนิคถนอมไต

พริก ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรง แต่ควรทานในปริมาณที่พอดี ผู้ป่วยโรคไตไม่ควรทานอาหารรสจัด
กระเทียม ช่วยปรับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน และช่วยป้องกันไข้หวัด ยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัส หรือแบคทีเรีย

– วัตถุดิบ –
1. ปลากะพงสด 250 กรัม
2. น้ำมันรำข้าว 1 ถ้วย
3. กระเทียมสับ 1/4 ถ้วยตวง
4. พริกสด 1/4 ถ้วยตวง
5. ซอสเป๋าฮื้อ 2 ช้อนโต๊ะ

– วิธีทำ –
1. เตรียมหั่นพริกและกระเทียมไว้ให้พร้อม
2. ตั้งกระทะ ไฟอ่อนจนถึงระดับปานกลาง ใส่น้ำมันลงไป
3. เมื่อน้ำมันเริ่มร้อน นำกระเทียมและพริก ลงไปผัดจนได้กลิ่นหอม
4. ใส่เนื้อปลาตามลงไป ผัดจนปลาเริ่มสุกปรุงรสชาติด้วยซอสหอยเป๋าฮื้อ
5. ตักใส่จาน ยกเสิร์ฟ

เมนูที่ 1 “บะหมี่อกไก่ย่างซอสเป๋าฮื้อ”
รูปภาพจาก : Facebook ความรู้รอบไต by Lucka
เทคนิคการเลือกใช้บะหมี่ปลอดภัย

เมื่อพูดถึงบะหมี่ สำหรับคนเป็นโรคไตหลายคนอาจจะกังวลเรื่อง โซเดียม  แต่บะหมี่มีหลายประเภททั้งบะหมี่สด บะหมี่อบแห้งกึ่งสำเร็จรูป ขอแนะนำให้ใช้บะหมี่สด เพราะมีปริมาณโซเดียมน้อย “อาหารอายุสั้น มีโซเดียมน้อยกว่า อาหารอายุยาว” ซื้อบะหมี่ที่ทำใหม่จากตลาดสด เพราะเมื่อเราจำเป็นต้องถนอมไต แต่ยังอยากกินบะหมี่จึงใช้วิธีการซื้อเส้นบะหมี่สด แล้วนำมาปรุงเอง

– วัตถุดิบ –
1. บะหมี่ 2 ก้อน 
2. อกไก่  150 กรัม
3. น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมันกระเทียมเจียว 1 ช้อนชา 
5. ซอสเป๋าฮื้อ 2 ช้อนโต๊ะ 

– วิธีทำ –
1. หมักไก่ด้วยซอสหอยเป๋าฮื้อ 1 ช้อนโต๊ะ พักในตู้เย็น 30 นาที 
2. ตั้งกะทะสำหรับย่างไก่ ใส่น้ำมันลงไป เมื่อเริ่มร้อน นำไก่ลงไปย่างให้สุกทีละข้าง 
3. เมื่อไก่สุก ปิดไฟ แล้วราดซอสหอยเป๋าฮื้อ 1 ช้อนโต๊ะลงไปคลุก พักไว้ในกะทะ 
4. ต้มน้ำเพื่อลวกเส้นบะหมี่ 
5. นำเส้นบะหมี่ที่ลวกแล้ว คลุกกับน้ำมันกระเทียมเจียว 
6. นำไก่มาหันเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนบะหมี่ 
7. ใช้น้ำซอสที่ได้จากการย่างไก่ ราดลงบนบะหมี่ 
8. โรยกระเทียมเจียว หรือสามารถทานคู่กับผัก  พร้อมยกเสิร์ฟ

การทานอาหารลดโซเดียม หรือลดทานเค็ม เป็นวิธีที่ดีและปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้สูงวัย เนื่องจาก การฟื้นฟูสภาพให้กลับมาดีดังเดิมจึงเป็นเรื่องยาก จึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพของตนเอง ให้ความสำคัญเรื่องอาหาร และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงวัย

ที่มาข้อมูล
1. อ.นพ.สุกิจ รักษาสุข.ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล https://bit.ly/3spDeo6
2. ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)https://bit.ly/3k0NJdR
3. ดร. ชนิดา ปโชติการ.อาหารสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเรื้อรัง https://bit.ly/3iS06cE
4. ความรู้รอบไต by Lucka.โซเดียมแค่ไหน ปลอดภัยจากโรคไต https://www.youtube.com/watch?v=-hXGig2KyZY

บทความอื่นๆ

ปัญหาสุขภาพมักเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ปัญหาผมและผิวก็สร้างความกังวลใจให้สูงวัยไม่น้อย มีอาหารอะไรบ้างที่จะช่วยบำรุงผมและผิวให้สุขภาพดีไปดูกันครับ
ภาวะสมองฝ่อเป็นอาการทางสมองที่ไม่ได้จำกัดอาการแค่เรื่องของการสูญเสียความทรงจำ จะมีอาการอย่างไร รักษาอย่างไรไปดูกันครับ
เมื่ออายุมากขึ้น ปัญหาสุขภาพก็ตามมา แม้กระทั้งปัญหาสุขภาพผม สูงวัยอย่างเรามาเลือกแชมพูให้เหมาะกับปัญหาผมกันครับ
error: Content is protected !!
Scroll to Top