นอกจากสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนแล้ว การมีสุขภาพช่องปากที่ดีไม่มีปัญหาในช่องปาก มีฟันครบถ้วน สำหรับไว้คอยบดเคี้ยวอาหาร ย่อมเป็นที่ปรารถนาของผู้สูงอายุทุกคน 

การมีสุขภาพช่องปากที่ดีมีความสำคัญกับคนทุกวัย และจะยิ่งสำคัญมากขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ เพราะในผู้สูงอายุ นอกจากจะมีความเสื่อมถอยของอวัยวะและระบบต่างๆในร่างกายแล้ว อวัยวะในช่องปากก็เกิดความเสื่อมได้เช่นเดียวกันครับ ไม่ว่าจะเป็นเหงือก เนื้อเยื่อกระดูกและฟัน รวมถึงต่อมน้ำลายและเยื่อเมือกต่างๆในช่องปาก ซึ่งก่อให้เกิดโรคและปัญหาในช่องปากตามมามากมาย เช่น อาการเสียวฟัน, ฟันสึก, ฟันและรากฟันผุ, โรคเหงือกอักเสบ, น้ำลายแห้ง – ปากแห้ง, การสูญเสียฟันและปัญหาจากการใส่ฟันปลอม รวมถึงปัญหาเรื่องการบดเคี้ยวอาหาร เป็นต้น ซึ่งการที่มีสุขภาพช่องปากที่ดีจะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยและหลากหลายชนิด ส่งผลให้ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง นอกจากนี้การมีสุขภาพช่องปากที่ดี มีฟันครบถ้วนสมบูรณ์ ยังช่วยให้การพูดออกเสียงชัดเจน ลดความกังวลใจในการพบปะผู้คนและการเข้าสังคมอีกด้วยครับ

โรคในช่องปากเกิดจากหลายปัจจัยเสี่ยงร่วมกันกับโรคที่พบในผู้สูงอายุ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมทั้งโรคที่มาจากอาหาร ความเครียด การสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการดูแลสุขภาพอนามัย เป็นต้น และที่สำคัญ หากเกิดการติดเชื้อในช่องปากจะทำให้เกิดการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง จะพบการอักเสบของปริทันต์มากกว่าปกติ ขณะที่ผู้ป่วยเป็นเบาหวานจะมีโรคปริทันต์รุนแรงกว่า การติดเชื้อในช่องปาก และยังนำไปสู่สาเหตุการตายด้วยปอดอักเสบ จากการสำลัก ในกลุ่มผู้สูงอายุที่สำลักได้ง่ายอีกด้วย

ในประเทศไทย ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพช่องปาก ต่างกับในประเทศญี่ปุ่น ที่ได้กำหนดให้ทันตสุขภาพเป็น 1 ใน 8  นโยบายสาธารณสุข เรียกว่าเป็น Healthy Japan 2020 เพราะเขาพบว่าสาเหตุหลักๆ ของการเสียชีวิตของผู้สูงอายุ มาจากปอดบวม และนิวโมเนีย โดยมีต้นเหตุ มาจากการสำลักอาหาร เพราะเมื่อเรามีอายุ มากขึ้นทานอาหารจะสำลักน้ำได้ง่าย น้ำลายแห้ง เมื่อช่องปากสกปรก เชื้อก็เข้าไปในปอดทำให้ปอดบวมและเป็นสาเหตุการตายของผู้สูงอายุ ดังนั้นการจะลดการตายของผู้สูงอายุได้ต้องไปแก้เรื่องปอดบวม จะแก้ปอดบวมได้ต้องไปแก้เรื่องช่องปาก

ไปดูกันว่าปัญหาสุขภาพช่องปากที่สำคัญในผู้สูงอายุนั้นมีอะไรบ้าง

โรคฟันผุและเหงือกอักเสบ เป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียฟัน ซึ่งทั้งสองปัญหานี้มีสาเหตุมาจากคราบจุลินทรีย์ หรือคราบพลัค ที่มีลักษณะเป็นแผ่นคราบนิ่มๆ สีขาวที่มีเชื้อแบคทีเรียซึ่งสะสมอยู่ที่ฟันและขอบเหงือก ดังนั้นการทำความสะอาดช่องปากไม่ว่าจะด้วยการแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน หรือใช้น้ำยาบ้วนปาก จะช่วยกำจัดคราบจุลินทรีย์หรือคราบพลัคเหล่านี้ไปได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันฟันผุ เหงือกอักเสบ และลดการติดเชื้อในช่องปากได้ด้วยครับ

โรคเหงือก สามารถพบได้ในคนทุกวัย แต่จะพบมากในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ ข้อมูลของสถาบันทันตกรรมทั่วไป ระบุว่า ร้อยละ 25 ของผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 65 – 74 ปี จะเกิดเป็นโรคเหงือกขั้นรุนแรง หากปล่อยไว้ไม่รับการรักษา โดยปัจจัยที่สามารถทำให้โรคเหงือกมีอาการรุนแรงขึ้นได้มีหลายอย่างด้วยกัน เช่น ช่องปากที่ขาดการดูแลรักษาความสะอาด, อาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ, โรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง, ความเครียด, การสูบบุหรี่ รวมถึงการรักษาโรคที่ต้องกินยาที่มีผลต่อเหงือก

สำหรับโรคเหงือกนั้น ในช่วงแรกที่เริ่มเป็นยังสามารถจะรักษาให้เหงือกกลับมาเป็นปกติได้ ดังนั้นการหมั่นไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำถือเป็นสิ่งสำคัญ บวกกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน หมั่นสังเกตความผิดปกติของเหงือกอยู่เป็นประจำ ก็จะช่วยให้เห็นความผิดปกติของเหงือกเร็วขึ้น ช่วยให้ดูแลรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่โรคเหงือกนั้นจะรุนแรงและลุกลาม

เมื่ออายุมากขึ้น เหงือกของคุณจะค่อยๆ ร่นลงไปตามธรรมชาติ ทำให้ส่วนของฟันที่ไม่ได้มีสารเคลือบป้องกันโผล่ออกมามากขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิด อาการเสียวฟัน ขึ้นได้ ซึ่งอาการเสียวฟันนี้มักเกิดขึ้นเมื่อฟันสัมผัสอาหารที่เย็น หรือบริโภคอาหาร – เครื่องดื่มที่เปรี้ยวหรือหวาน…นอกจากนี้อาการเสียวฟันยังถือเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาที่รุนแรงที่อาจตามมาได้ เช่น การเกิดการผุกร่อนของฟัน รวมถึงรอยแยกและรอยร้าวของฟัน เป็นต้น

อาการปากแห้ง เป็นอีกหนึ่งปัญหาในช่องปากที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งการที่อายุมากขึ้นไม่ส่งผลให้เกิดอาการปากแห้งโดยตรง แต่การที่ปากแห้งยังมีปัจจัยหลายอย่างมาเกี่ยวข้อง เช่น การกินยารักษาโรคบางชนิด หรืออาการป่วยด้วยโรคเรื้อรังบางอย่าง จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะปากแห้งและฟันผุมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ข้อมูลของสถาบันวิจัยทางทันตกรรมและกะโหลกศีรษะและใบหน้าแห่งชาติ ยังระบุว่า ภาวะปากแห้งอาจทำให้ฟันปลอมใส่ไม่พอดี ทำให้ฟันปลอมเสียดสีกับเหงือกได้อีกด้วยครับ

ฟันปลอม กับผู้สูงอายุ สำหรับวิธีบรรเทาอาการปากแห้งในผู้สูงอายุ เช่น การใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือสเปร์ยฉีดปาก ที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปาก รวมถึงการเคี้ยวหมากฝรั่งชนิดที่ปราศจากน้ำตาล ก็จะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำลายและลดปัญหาปากแห้งได้ครับ

“ฟันปลอม” หรือทางทันตกรรมจะเรียกว่า “ฟันเทียม” ถูกผลิตออกมามากมายหลายรูปแบบ มีทั้งแบบถอดได้ ถอดไม่ได้ แบบถาวร หรือแบบชั่วคราว โดยทันตแพทย์มักจะแนะนำให้ใช้ฟันปลอมแบบถอดได้ ในกลุ่มของผู้สูงอายุ ยกเว้นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพทำให้ไม่สามารถดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตัวเองได้ ทันตแพทย์ก็จะไม่แนะนำให้ใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ แต่จะแนะนำให้ใช้ฟันปลอมแบบติดแน่น ไม่สามารถถอดได้ เนื่องจากผู้สูงอายุจะสามารถปรับตัวได้ง่ายกว่าการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้

การที่ทันตแพทย์แนะนำให้ผู้สูงอายุใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ เนื่องจากฟันปลอมแบบถอดได้ในปัจจุบันมีการใช้วัสดุที่แข็งแรงแตกหักได้ยาก และสามารถซ่อมแซมได้ง่าย จึงไม่จำเป็นที่จะต้องทำการผ่าตัดเพื่อใส่ฟันปลอมชนิดติดแน่นให้เสี่ยงอันตราย ทั้งยังดูแลง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมาก หรืออยู่ในวัยสูงอายุ โดยทำการถอดมาทำความสะอาดเพียงแค่วันละครั้งก่อนนอนเท่านั้น เพื่อขจัดเศษคราบอาหารที่รับประทานมาทั้งวัน และทำการแช่น้ำสะอาดไว้ในกล่องที่ปิดมิดชิด เมื่อตื่นนอนทำความสะอาดช่องปากเสร็จเรียบร้อยก็นำมาใส่เท่านั้นเอง

เทคนิคการเลือกและจัดเตรียมอาหารสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเคี้ยว

1. เลือกอาหารพวกโปรตีนย่อยง่าย ผัก ผลไม้ที่มีกากใยสูง รสไม่หวานจัด

2. ลดอาหารที่หวานจัด นิ่มละเอียดมากๆ หรือเหนียวติดฟัน เพราะจะเกิดการตกค้างได้มาก ทำความสะอาดยาก เกิดฟันผุง่าย

3. ลดอาหารเปรี้ยวจัด หรือน้ำอัดลม เพราะมีกรด ทำให้ฟันสึกกร่อน

4. รับประทานอาหารให้เป็นมื้อ ไม่ควรกินจุบจิบ โดยเฉพาะช่วงก่อนนอน เพื่อลดการตกค้างของเศษอาหาร

5. สำหรับผู้ใส่ฟันปลอม ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการรับประทาน โดยเฉพาะอาหารเหนียวและแข็ง

6. หั่นหรือสับอาหารที่แข็งและเหนียว เป็นชิ้นลูกเต๋าเล็กๆ แล่ให้เป็นชิ้นบางๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เน้นเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่ายและโปรตีนคุณภาพดี เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ในการปรุงประกอบอาหาร

7. นำวัตถุดิบมาผ่านวิธีการต้ม ตุ๋น ลวก นึ่ง ก่อนนำไปปรุงอาหาร โดยเฉพาะผักและถั่วเมล็ดแห้ง เพื่อให้มีความอ่อนนุ่มและสะดวกในการเคี้ยวมากยิ่งขึ้น

8. เน้นจัดอาหารที่มีสีสัน น่ารับประทาน ไม่จำเจ และเป็นอาหารอ่อน ชิ้นเล็ก เคี้ยวง่าย

9. เน้นใช้เครื่องเทศหรือสมุนไพรต่างๆ มา ปรุงเป็นเมนู ใช้ขิง ข่า กระชาย ในการปรุงอาหาร เช่น ไก่ผัดขิง ผัดฉ่า ซึ่งเครื่องเทศเหล่านี้จะกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี

การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุ ควรใส่ใจเรื่องการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากมากเป็นพิเศษ หากยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้และทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้ด้วยตัวเอง แนะนำให้ดูแลความสะอาดช่องปากเอง เนื่องจากสะดวกและคุ้นเคยที่สุด แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ทั้งเช้าและก่อนนอน (หรืออาจแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร) โดยเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีด้ามจับถนัดมือ ตัวแปรงไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป มีขนแปรงที่นิ่มและปลายมน ร่วมกับยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ แปรงฟันให้ทั่วทุกซอกทุกมุม ทั้งซอกฟัน คอฟัน กระพุ้งแก้ม เพดานปาก และลิ้น โดยใช้เวลาอย่างน้อยครั้งละ 2 นาที นอกจากนี้ ควรใช้ไหมขัดฟัน (dental floss) ช่วยทำความสะอาดบริเวณซอกฟัน เพราะขนแปรงสีฟันทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงบริเวณนี้ได้

แต่ในกรณีผู้สูงอายุที่มีปัญหากล้ามเนื้อ และไม่สามารถควบคุมการใช้มือหรือการแปรงฟันด้วยแปรงสีฟันธรรมดาทั่วไปได้ ก็สามารถใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าเพื่อช่วยผ่อนแรงได้

ไม่ว่าคุณจะอายุมากแค่ไหน ก็ยังสามารถมีสุขภาพช่องปากที่ดีได้ โดยการดูแลใส่ใจแปรงฟันทำความสะอาด ใช้ไหมขัดฟัน ใช้น้ำยาบ้วนปาก ทานอาหารที่มีประโยชน์ที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน รวมถึงหมั่นไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ ฟันแข็งแรงและชีวิตที่แฮปปี้ ก็จะอยู่กับเราตรงนี้ไปอีกนานแสนนานเลยครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

https://dt.mahidol.ac.th/th/การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ/

https://www.colgate.com/th-th/oral-health/life-stages/oral-care-age-55-up/oral-health-for-seniors

http://www.info.dent.nu.ac.th/dentalHospital/index.php/

http://nutrition.anamai.moph.go.th/images/files/ตำรับอาหารผู้สูงอายุมีปัญหาการเคี้ยว.pdf

http://dental.anamai.moph.go.th/elderly/PR/E-book/elderly/keld04.html

บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top