ปลายประสาทอักเสบคืออะไร
ปลายประสาทอักเสบ (Peripheral neuropathy) เป็นภาวะหนึ่งที่เส้นประสาทซึ่งเชื่อมต่อกับอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายเพื่อไปยังสมองและไขสันหลังเกิดความเสียหาย รวมถึงทำหน้าที่รับความรู้สึกจากอวัยวะต่าง ๆ กลับไปยังสมอง ซึ่งโรคนี้มีมากกว่า 100 ชนิด แต่ทางการแพทย์จะแบ่งประเภทหลัก ๆ ออกมาทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้
1. เส้นประสาทสัมผัส ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับเส้นประสาทที่ควบคุมความรู้สึก เช่น ความเจ็บปวด อุณหภูมิร้อนเย็น หรือการสัมผัสเบา ๆ
2. เส้นประสาทสั่งการหรือนำคำสั่ง ความเสียหายจะเกิดขึ้นที่เส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวในร่างกาย เช่น การขยับมือ แขน
3. ระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งเป็นประสาทที่เชื่อมต่อสมองและไขสันหลังกับอวัยวะภายใน
สาเหตุของปลายประสาทอักเสบ
สำหรับสาเหตุของปลายประสาทอักเสบนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกันครับ ได้แก่
1. โรคภูมิคุ้มกัน ได้แก่ โรคโจเกรน (Sjogren’s syndrome) โรคลูปัส (lupus) โรครูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) โรคเส้นประสาทอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammatory Demyelinating Polyneuropathy)
2. โรคเบาหวาน เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดที่ทำให้เกิดอาการปลายประสาทอักเสบ
3. การติดเชื้อ ทั้งการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด รวมถึงโรคงูสวัด ไวรัสตับอักเสบบี โรคเรื้อน โรคคอตีบ และเอชไอวี
4. โรคทางกรรมพันธุ์ ที่ถ่ายทอดความผิดปกติมาได้ เช่น โรค Charcot-Marie-Tooth
5. เนื้องอก ทั้งที่เป็นเนื้อดีและเนื้อร้ายอย่างมะเร็ง สามารถส่งผลให้เกิดการกดทับที่เส้นประสาทได้ นอกจากนี้ มะเร็งบางชนิดยังตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคเส้นประสาทหลายเส้นได้
6. ความผิดปกติของไขกระดูก รวมไปถึงความผิดปกติของโปรตีนในเลือด
7. พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็สามารถทำให้เกิดโรคนี้ได้ด้วย เช่น การใช้งานมือข้างเดียวบ่อย ๆ การเล่นสมาร์ทโฟนทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท
8. การขาดวิตามินบางอย่าง เช่น วิตามินบี ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยมีปัญหาการทาน ไม่ว่าจะเป็นเพราะระบบบดเคี้ยวไม่สมบูรณ์ เลยทำให้ความอยากอาหารลดน้อยลง จึงเป็นสาเหตุให้ได้รับสารอาหารและวิตามินไม่ครบ

อาการของปลายประสาทอักเสบ
โดยปกติอาการของปลายประสาทอักเสบจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่เส้นประสาทเสียหายหรือชนิดของเส้นประสาท ซึ่งอาการก็จะแตกต่างกันออกไป แต่หากพูดในภาพรวม อาการหรือสัญญาณเตือนว่าคุณอาจจะกำลังเป็นโรคปลายประสาทอักเสบอยู่ก็ได้ครับ สังเกตได้จากอาการต่อไปนี้
1. เริ่มมีอาการชา คล้ายกับโดนเข็มหลาย ๆ เล่มจิ้มพร้อมกัน หรือมีอาการเสียวซ่าที่มือหรือเท้า ซึ่งอาการสามารถลามไปยังแขนและขาได้
2. มีอาการเจ็บแปลบ หรือแสบร้อนตรงบริเวณที่ได้รับผลกระทบ
3. บริเวณที่มีอาการจะไวต่อความรู้สึก
4. จะปวดมากเป็นพิเศษเวลาที่ต้องทำกิจกรรมที่ต้องใช้ส่วนที่มีอาการ เช่น ปวดเท้าเวลาลงน้ำหนักที่เท้า หรือปวดมือเวลาจับเมาส์ในลักษณะเดิม ๆ
5. สูญเสียการประสานงานระหว่างอวัยวะด้วยกัน ทำให้เสียการทรงตัว และเสี่ยงที่จะล้มได้ง่าย
6. มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะที่เท้า
นอกจากนี้ ในบางรายอาจจะมีอาการเหงื่อออกมากเกินไป หรือเหงื่อไม่ออกเลย มีอาการวิงเวียนศีรษะจากความดันโลหิตต่ำได้ด้วยครับ
เราจะทราบได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ที่ควรไปหาหมอ
ผู้สูงอายุบางคนมักจะคิดว่าอาการชาที่เกิดขึ้น ไม่นานเดี๋ยวก็หายเอง จึงทำให้เลือกที่จะปล่อยทิ้งไว้แทนที่จะไปหาหมอ ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้น ถือว่าเสี่ยงมากเลยครับ การสังเกต หากเมื่อไหร่ที่เริ่มมีอาการชาและตามมาด้วยมือเท้า แขนขาไม่มีแรง อย่าชะล่าใจเป็นอันขาด หากปล่อยทิ้งไว้นานเสี่ยงที่จะเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตตามมาได้ครับ ดังนั้นควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งรักษาเร็วมากเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะควบคุมอาการให้ดีย่อมมีมากขึ้นมากเท่านั้น
การรักษาปลายประสาทอักเสบ
การรักษาที่ได้ผลดีที่สุด คือการรักษาไปที่ต้นตอของโรคหรือสาเหตุของโรค และบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น โดยทั่วไป แพทย์จะพิจารณาให้ใช้ยาในการรักษาตามอาการ ได้แก่
– ยาแก้ปวด ยาที่สามารถซื้อเองได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา เช่น ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) ที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ซึ่งสามารถบรรเทาอาการปวดเล็กน้อยเท่านั้น หากอาการปวดรุนแรง แพทย์จะพิจารณาใช้ยาในกลุ่มโอปิออยด์ เช่น Tramadol หรือ Oxycodone แต่มักจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ในกรณีที่ใช้ทางเลือกอื่นแล้วไม่ได้ผล
– ยาต้านอาการชัก เช่น ยา Gabapentin หรือ ยา Pregabalin ที่ใช้ในการรักษาโรคลมบ้าหมู
– ยาเฉพาะที่ อย่าง ครีมที่สกัดจากสารแคปไซซินที่ได้จากพริก ด้วยคุณสมบัติร้อนของพริก ช่วยให้อาการปลายประสาทอักเสบดีขึ้นเล็กน้อย แต่ข้อเสียคือ เจ้าความร้อนนี้จะทำให้ผิวหนังของเราแสบร้อนและระคายเคือง
– ยารักษาซึมเศร้า พบว่า ยาต้านภาวะซึมเศร้าอย่าง Amitriptyline หรือ Nortriptyline ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ โดยตัวยาจะไปรบกวนกระบวนการทางเคมีในสมองและไขสันหลัง ที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บ เมื่อถูกรบกวน การทำงานตรงนั้นจะน้อยลง เราจึงปวดน้อยลงนั่นเอง
อาหารเสริมที่ช่วยในการบำรุงระบบประสาท
แม้ว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการรักษาด้วยยาอาจจะช่วยบรรเทาอาการของโรค แต่อาหารเสริมก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยได้เช่นกันครับ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มักจะมีปัญหาการขาดสารอาหารอยู่บ่อยครั้ง มีอะไรบ้าง เอลเดอร์ยกมาไว้ที่นี่แล้ว
1. อะเซทิล แอล คาร์นิทีน (Acetyl-l-carnitine)
เกิดจากกรดอะมิโน ให้พลังงานกับสมอง ช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟู เซลล์ประสาท และสมอง บำรุงความจำ พบในอาหาร เช่น เนื้อบด เนื้อไก่ นม
2. วิตามินบีรวม (B-complex vitamins)
ไม่ว่าจะเป็น วิตามินบี 6, บี 12 ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคทางระบบประสาทได้ เนื่องจากวิตามินบีมีบทบาทสำคัญ ในการบำรุงเส้นประสาท ซึ่งในผู้สูงอายุมักจะขาดวิตามินบี 12 ทำให้มีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า อ่อนแรง หลง ๆ ลืม ๆ พบในอาหาร เช่น เนื้อ ปลา ไข่ ตับ
3. กลูตามีน (Glutamine)
กลูตามีนเป็นกรดอะมิโนที่มีอยู่ในร่างกายมากที่สุด มีคุณสมบัติช่วยลดอาการที่เกิดจากผลข้างเคียงของการใช้คีโมบำบัด ทั้งการอักเสบ ปวดตามกล้ามเนื้อและโรคทางระบบประสาท พบในอาหาร เช่น ข้าวสาลี ถั่ว ข้าวโพด นม ไข่ขาว
4. กลูตาไธโอน (Glutathione)
กลูตาไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติ และยังนิยมนำมาทำเป็นอาหารเสริมด้วยครับ ในวัยสูงอายุ เจ้าสารนี้จะมีปริมาณที่ลดลง ทำให้ร่างกายของผู้สูงอายุมีความต้านทานต่อโรคน้อยลง นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาที่นำเอาสารกลูตาไธโอนไปใช้ในการรักษาโรคทางระบบประสาท รวมถึงโรคปลายประสาทอักเสบได้ด้วยครับ พบในอาหาร เช่น อะโวคาโด กระเจี๊ยบ หน่อไม้ฝรั่ง
วิธีป้องกันปลายประสาทอักเสบ
นอกจากการรักษาแล้ว ที่ทำได้เพียงบรรเทาอาการ แต่หากเราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้เลย มันก็คงจะดีกว่าใช่ไหมครับ ซึ่งวิธีป้องกันทำได้ดังนี้
1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และได้สารอาหารที่ครบถ้วน
2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปลายประสาทอักเสบ เช่น การใช้ / เล่นสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน ๆ หรืออยู่ในตำแหน่งเดียวนาน ๆ , การใช้งานมือหรือเท้าหนัก ๆ ซ้ำ ๆ
3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาที ต่อวัน และ 3 วัน ต่อสัปดาห์
ตอนนี้เราก็ได้ทราบถึงความน่ากลัวของเจ้าโรคปลายประสาทอักเสบกันไปแล้วนะครับ ถ้าหากใครเริ่มมีอาการดังที่ว่ามาในข้างต้น อย่าลืมรีบไปพบแพทย์แต่เนิ่น ๆ นะครับ ส่วนใครที่มีพฤติกรรมชอบทำกิจกรรมซ้ำ ๆ ในท่าทางที่จำกัด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนที่จะสายเกินไป
ข้อมูลอ้างอิง
– – https://mayocl.in/33UgW2E
–