ปัจจุบันผู้คนหันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย แต่ยังรวมไปถึงองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ส่งผลกับสุขภาพของคนเรา อย่างรองเท้าสุขภาพ ไม่ว่าจะวัยไหนก็ยังต้องการรองเท้าดี ๆ ที่จะมาซัพพอร์ตสุขภาพเท้าของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับวัยสูงอายุ ที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางร่างกายไปอย่างมากในเรื่องของกระดูกที่อาจจะบางลง บางคนมีภาวะกระดูกเสื่อม ก็ทำให้เกิดปัญหารองเท้าที่สวมใส่ไม่เหมาะกับรูปเท้า ใส่แล้วไม่สบาย เกิดบาดแผล ยิ่งในผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน จะมีลักษณะเท้าที่ผิดรูปซึ่งมีเกิดมาจากแผลที่เท้าลุกลามจนถึงขั้นต้องตัดนิ้วบางส่วน นั่นก็ยิ่งสร้างความลำบากในการเลือกหารองเท้าที่จะตอบโจทย์เช่นนั้นได้ ดังนั้นการเลือกรองเท้าสุขภาพดี ๆ สักคู่ จึงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เอลเดอร์จึงมีเคล็ดลับการเลือกรองเท้าสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ มาฝากกันครับ
เมื่ออายุมากขึ้น เท้าก็เปลี่ยนแปลงไป
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการเลือกรองเท้าสุขภาพกันนั้น เรามาเช็คความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเท้าเมื่ออายุเริ่มมากขึ้นกันดีกว่าครับ
1. ขนาดเท้าขยายมากขึ้น : เคยลองสังเกตไหมครับว่าพออายุมากขึ้น ทำไมถึงใส่รองเท้าเบอร์เดิมที่เคยใส่ตอนสาว ๆ หนุ่ม ๆ แล้วรู้สึกคับ จริง ๆ แล้วเท้าของเราไม่ได้ใหญ่ขึ้นครับ แต่เกิดจากเมื่ออายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นที่เท้าลดลง กล้ามเนื้อที่เคยยึดกับกระดูกก็มีความแข็งแรงน้อยลง ทำให้เท้ากว้างและยาวขึ้น
2. เท้ารับแรงกระแทกได้น้อยลง : พออายุมากขึ้น การสร้างแผ่นไขมันใต้ผิวหนังเท้าก็จะน้อยลง ทำให้ความสามารถในการซึมซับแรงกระแทกน้อยลง ส่งผลให้เวลาเดินมาก ๆ จะมีอาการเมื่อยล้าได้ง่าย
3. ผิวหนังที่บางลง : ผิวที่บางมาพร้อมกับความแห้ง ขาดน้ำ ผิวหนังชั้นกำพร้าบางลงถึง 50% เพราะอายุที่มากขึ้นทำให้การสร้างไขมันที่ผิวหนังลดลง โดยเฉพาะในเพศหญิงที่หมดประจำเดือน อีกทั้ง การสร้างเซลล์ผิวใหม่ยังทำงานได้ช้าลง เพราะฉะนั้น เมื่อผิวหนังที่เท้าบาง ก็จะเกิดการเสียดสีให้เกิดแผลได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
คำแนะนำในการเลือกซื้อรองเท้าสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
สิ่งที่เราควรคำนึงในการเลือกซื้อรองเท้าสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ควรพิจารณตามคำแนะนำดังนี้
1. รูปร่างเท้าแต่ละแบบจะเหมาะกับรองเท้าที่แตกต่างกัน เราแบ่งลักษณะเท้าออกเป็น 3 แบบ คือ เท้าแบน เท้าโก่ง และเท้าปกติ
– เท้าแบนและเท้าโก่ง จะต้องมีซัพพอร์ตพื้นรองเท้าที่มีความนูนต่ำ หน้ากว้าง
– เท้าโก่ง จะใช้ซัพพอร์ตพื้นรองเท้าที่มีความนูนสูง โดยขนาดไซซ์ของรองเท้าควรเกินนิ้วเท้าที่ยาวที่สุดประมาณ 0.5 นิ้ว และมีความกว้างของรองเท้าอยู่ตรงพอดีกับส่วนที่กว้างที่สุดของเท้าหรือบริเวณโคนนิ้ว
2. จะต้องวัดขนาดให้พอดีและลองสวมเดินไปมารอบ ๆ หรือใส่แล้วลองขยับนิ้วดูว่าเคลื่อนไหวได้ดีหรือไม่
3. แนะนำให้วัดเท้าในช่วงเย็นเพราะเท้าจะใหญ่ขึ้นและจำป็นต้องวัดทั้งสองข้างเนื่องจากเท้าคนเราทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ที่สำคัญต้องไม่ควรเผื่อไซซ์รองเท้ามากเกินไปเพราะการใส่รองเท้าหลวมจะทำให้สะดุดล้มเป็นอันตรายได้
4. ควรเลือกวัสดุที่ทำมาจากผ้าหรือหนังที่ระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้นได้ง่าย มีความยืดหยุ่น กระชับเท้า แข็งแรง ทนทาน ไม่ลื่นหรือมีวัสดุกันลื่นเพื่อป้องกันข้อเท้าพลิก ไม่มีตะเข็บด้านในให้เกิดการเสียดสีจนเท้าเป็นแผล มีความนุ่ม เด้งเท้าและเบา
5. รองเท้าที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น ที่ปิดคลุมเท้าทั้งหมดเพื่อความสะดวกสบายในการเดิมและป้องกันการเกิดบาดแผลที่เท้า
6. ควรเป็นรองเท้าที่ถอดสะดวก ไม่ผูกเชือก เป็นสายรัดด้านหลังให้กระชับกับเท้า และจะต้องเป็นส้นเตี้ยที่มีความสูงไม่เกิน 1 นิ้ว เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อขาต้องออกแรงมากเกินไปเวลาเดิน
7. พื้นรองเท้าจะต้องไม่แข็งหรือนุ่มเกินไป พื้นรองเท้าที่แข็งสามารถส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุที่มีปัญหาภาวะข้อเข่าเสื่อม ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ
รองเท้าแบบไหนล่ะที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง?
เคยสงสัยกันไหมครับว่า มีรองเท้าแบบไหนบ้างที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงหรือควรใส่ให้น้อยลงเพื่อสุขภาพเท้าที่ดี
1. รองเท้าหัวแหลม / หน้าแคบ
เนื่องจากรองเท้าหัวแหลม / หน้าแคบนั้นเป็นรองเท้าที่ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ ทำจะเกิดการบีบรัดเท้ามากเกินไป เกิดความไม่สบายในการสวมใส่ หรืออาจจะเกิดการเสียดสีจนเกิดบาดแผล ซึ่งนั่นจะเป็นอันตรายสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากแผลจะหายได้ช้าและเกิดการติดเชื้อได้ง่าย
2. รองเท้าที่สูงเกิน 2.5 นิ้ว
ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่การทรงตัวไม่ดีมาก ดังนั้นการใส่รองเท้าที่สูงเกิน 2.5 นิ้ว น้ำหนักจะเทไปด้านหน้าทำให้เดินได้ลำบากเพราะกล้ามเนื้อขาและหัวเข่าจะต้องเกร็งอยู่ตลอดเวลาในการรับน้ำหนัก นอกจากนี้ ยังสามารถส่งผลเสียต่อข้อเท้า ซึ่งข้อเท้าอาจจะพลิกได้ง่าย ๆ ยิ่งรองเท้าที่ส้นสูงมากยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม ซึ่งในผู้สูงอายุหากหกล้มลงไป กระดูกสามารถแตกหักได้ง่ายกว่าคนช่วงวัยอื่น ๆ โดยเฉพาะกระดูกช่วงสะโพกและกระดูกเชิงกราน
3. รองเท้าพื้นเรียบ
รองเท้าพื้นเรียบที่ว่านี้คือรองเท้าที่ไม่มีดอกยางเลยครับ รองเท้าประเภทนี้ หากใส่เดินในพื้นที่เปียกหรือพื้นที่กระเบื้องมัน ๆ มีโอกาสสูงที่จะลื่นหกล้มได้ครับ
4. รองเท้าแตะ
ไม่แนะนำให้ผู้สูงอายุใส่รองเท้าแตะนะครับ จะทำให้ลื่นและสะดุดล้มได้ง่าย ๆ เนื่องจากมีลักษณะที่เปิดส่วนหัวด้านหน้าและด้านหลัง
จะว่าไปแล้วมองเผิน ๆ การเลือกรองเท้าผู้สูงอายุดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็ก แต่อันที่จริงแล้ว มีความสำคัญต่อสุขภาพเท้าและความปลอดภัยของผู้สูงอายุมาก ๆ เลยนะครับ ดังนั้นควรจะเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับเท้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงเอาไว้ก่อน นั่นคือดีที่สุด
ข้อมูลอ้างอิง
– https://www.thaipost.net/main/detail/23848
–
–