ในประเทศที่มีภูมิอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เป็นเรื่องยากที่คนในแถบประเทศฝั่งตะวันตกจะได้รับแสงแดดอย่างคนในประเทศแถบตะวันออก หลายครั้งเราจึงมักพบชาวต่างชาติจากดินแดนตะวันตก ทั้งคนหนุ่มสาวและฝรั่งสูงอายุต่างแบ็คแพคเลือกเดินทางมาหาสถานที่ใกล้ทะเลเพื่อพักผ่อนอาบแดดในช่วยฤดูกาลท่องเที่ยวหรือฤดูร้อน ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงชอบนอนอาบแดดกัน เพราะในมุมมองของชาวไทยที่อยู่กับสภาพอากาศร้อนไปจนถึงร้อนจัดนี้มาตลอดทั้งปีนั้น คงไม่ได้ชอบสภาพอากาศที่ร้อนอย่างแน่นอนบางอาจมองว่าเป็นอันตรายด้วยซ้ำ

แต่ทราบหรือไม่ว่า แสงอาทิตย์ หรือ แสงแดด นี้ไม่ได้มีแต่โทษเพียงเท่านั้น มันสามารถให้ทั้งคุณประโยชน์และโทษได้ในเวลาเดียวกัน แม้ในแต่ละวันเรามักพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับแสงแดดโดยตรง เพราะคิดว่ามันอาจจะส่งผลเสียมากมายต่อสุขภาพร่างกายของเรา แต่ถ้าชีวิตนี้ขาดการรับแสงแดดไปเลยร่างกายจะเป็นอย่างไร จริงอยู่ที่แสงนั้นมีความอันตรายหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป เช่น ก่อให้เกิดอาการฮีทสโตรกที่มีอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ถ้าหากเรารู้วิธีการรับประโยชน์จากแสงแดดที่ถูกหลักอย่างพอดีต่อความต้องการของร่างกาย เราจะได้รับคุณประโยชน์มากมายจากแสงอาทิตย์เหล่านี้  

วันนี้เอลเดอร์จึงนำคุณประโยชน์และโทษที่แสงอาทิตย์มีให้ต่อร่างกายมาให้ชาวสูงวัยได้ทราบกัน

คุณประโยชน์ของแสงอาทิตย์ต่อสุขภาพผู้สูงอายุ

1.  วิตามินดีจากแสงแดดสารอาหารจำเป็นต่อผู้สูงอายุ
รังสี UVB (Ultraviolet B ray) จากแสงแดด เป็นตัวสร้างวิตามินดีให้แก่ร่างกายของเรา ซึ่งวิตามินดีนี้มีประโยชน์อย่างมากกับผู้สูงอายุ ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้สร้างกระดูกได้ดี ทั้งนี้วิตามินดีมีความสำคัญต่อร่างกายมี ดังนี้

ช่วยบำรุงกระดูก
วิตามินช่วยบำรุงเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนของผู้สูงอายุ เพราะอายุเพิ่มมากขึ้นความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลง ทำให้กระดูกเสื่อม เปราะ บาง ผิดรูปและแตกหักได้ง่าย กระดูกที่ผุกร่อนหรือแตกหักจะทำให้ไม่สามารถทำงานหรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ รวมไปถึงช่วยซ่อมแซมและบำรุงกระดูกอีกด้วย

ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค
วิตามินดีมีบทบาทในการกระตุ้นเม็ดเลือดขาวชนิดโมโนไซต์ (Monocytes) และแมกโครฟาจ (Macrophages) ช่วยกำจัดแบคทีเรีย ลดกระบวนการอักเสบจากการติดเชื้อในระยะหลัง 72 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรคที่จะเข้ามาสู่ร่างกาย ลดอาการเจ็บป่วยทำให้ร่างกายหายป่วยไวขึ้น

รักษาระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือด
วิตามินดี มีส่วนช่วยให้เลือดมีความสมดุล หากเลือดมีความเป็นกรดสูง วิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน ซึ่งจะช่วยปรับให้เลือดกลับมาเป็นปกติได้

– ปรับสภาวะอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ
วิตามินดีช่วยกระตุ้นสารสื่อประสาทที่เรียกว่า ซีโรโทนิน (Serotonin) สารแห่งความสุข ทำให้เรารู้สึกถึงพลังงานในร่างกายความสงบ มองโลกแง่บวก มีสมาธิดีขึ้น และในกรณีที่ขาดวิตามินดีจะเกิดภาวะซีโรโทนินต่ำ นอกจากนี้ข้อมูลจากเนเธอร์แลนด์พบว่า มีความสัมพันธ์กันระหว่างการขาดวิตามินดีซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างซีโรโทนิน กับโรคซึมเศร้าในผู้หญิงและผู้ชายอายุ 65-95 ปี

2.  นาฬิกาชีวภาพ ในร่างกายของเราสามารถทำงานได้เป็นปกติ
นาฬิกาชีวภาพ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้เป็นปกติและมีประสิทธิภาพ เมื่อดวงตาของเราได้รับแสงอาทิตย์ โดยการมองสิ่งต่าง ๆ ที่มีแสงอาทิตย์มากระทบและเข้าตาของเราจนเห็นเป็นภาพ ร่างกายของเราจะสามารถตั้งค่านาฬิกาชีวภาพในร่างกายได้ ทำให้มีผลต่อการนอนหลับในเวลากลางคืนและตื่นในเวลากลางวัน

3.  การเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายผู้สูงอายุ
การรับแสงแดดที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายมักทำให้ขาดวิตามินดี ยิ่งในผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศเขตหนาว มีแสงแดดน้อยก็จะมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงเท่ากับคนที่ได้รับแสงแดดอย่างเหมาะสม เเสงเเดดทำให้เรารู้สึกอุ่นหรือร้อนเวลาที่ร่างกายถูกเเสงเเดดโดยเฉพาะผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองที่หนาวจัดตลอดทั้งปี

โทษของแสงอาทิตย์หากได้รับมากเกินไป

อย่างที่เอลเดอร์ได้เกริ่นไปแล้วว่า แสงอาทิตย์นี้มีคุณประโยชนมากมาย แต่ก็มีโทษมากเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรรู้เท่าทันโทษของแสงแดดก่อนที่ผลดีจะกลายเป็นผลเสียไป

1.  รังสีทั้ง 2 ชนิดจากแสงดวงอาทิตย์ เป็นอันตรายหากมากเกินไป
– รังสี UVA เป็นตัวทำลายคอลลาเจนและความชุ่มชื้นของผิวหนัง ทำให้ผิวแห้งจนเกิดริ้วรอยลึกหรือผิวเหี่ยวย่น เกิดฝ้า กระ มะเร็งผิวหนัง และผิวหมองคล้ำ
– รังสี UVB สามารถทะลุได้ถึงชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น ทำให้ผิวหนังแดงหรือผิวไหม้แดด ตัวการหลักทำให้สีผิวหมองคล้ำ ผิวไหม้ มะเร็งผิวหนัง เกิดริ้วรอย และปัญหาฝ้า กระ

2.  ร่างกายที่ตากแดดมากเกินไปทำให้สูญเสียน้ำ
การทำกิจกรรมบางอย่างในบริเวณกลางแจ้ง เช่น เล่นกีฬา วิ่ง หรือเดินตากแดดเป็นเวลานานๆ ส่งผลทำให้เราเหงื่อออก บางครั้งก็อาจจะเหงื่อออกเป็นจำนวนมาก โดยเหงื่อนั้นคือน้ำภายในร่างกายของเราหากเราสูญเสียน้ำในร่างกายมากเกินไป จะเกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีเเรง และอาจจะเป็นลมเเดดได้ ดังนั้นเราจึงไม่ควรตากแดดเป็นเวลานานๆ และควรหมั่นดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย

3.  ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือ โรคลมแดด
หากร่างกายของเราไดรับความร้อนมามากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการฮีทสโตรกไม่อาจสามารถควบคุมตัวเองเเละไม่สามารถระบายความร้อนออกมาได้ทันที ส่งผลทำให้หน้ามืดเเละเป็นลมล้มพับลงได้ ผู้ที่เป็นฮีทสโตรกจะมีอาการผิวเเห้ง ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ เเต่ไม่มีเหงื่อ จะรู้สึกกระวนกระวาย วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ กระหายน้ำ หากไม่ได้รับการรักษาหรือช่วยเหลือก็มีสิทธิเสียชีวิตได้

รับแสงอาทิตย์เวลาไหนส่งผลดีต่อร่างกายเรา

     ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับสัมผัสกับแสงแดดคือช่วงเวลา 06.00-08.00 น. จะได้รับคุณประโยชน์จากการสัมผัสแสงแดดมากที่สุด และเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยน้อย เพียงสัมผัสวันละ 5-15 นาที ก็จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดีจากแสงแดดในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงสัมผัสแสงแดดในเวลา 10.00-16.00 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีรังสี UV ในระดับความเข้มสูงมาก ดังนั้น การได้รับแสงในยามเช้าทุกวันจึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง
1.   ประโยชน์ของแสงแดดต่อสุขภาพ
2.   ประโยชน์แสงแดด ช่วยต้านโควิด-19
3.   4 คุณประโยชน์ของวิตามินดี
4.   5 ประโยชน์เเละโทษของเเสงเเดด ที่คุณควรรู้

บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top