เครื่องสำอาง ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้หญิง แต่รู้ไหมว่า ถ้าเลือกเครื่องสำอางผิด ความมั่นใจนั้นก็อาจถูกทำลายไปในพริบตา วันนี้เอลเดอร์จะพาทุกท่านไปรู้จักการสารเคมีแสนอันตรายที่อยู่ในเครื่องสำอาง ทำไมถึงถูกนำมาใส่ในส่วนประกอบ ใช้แล้วจะมีผลลัพธ์อย่างไร

1. สารปรอท

“ปรอท และสารประกอบของปรอท” ถูกกำหนดให้เป็นสารห้ามใช้ ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข มักนิยมใส่ในผลิตที่ทำให้ผิวหน้าขาว  เพราะจะทำงานยับยั้งการทำงานของการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ลดลง จึงช่วยให้สีผิวขาวขึ้น  

ผลข้างเคียงจากการใช้สารประกอบของปรอท จะทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าคล้ำ เกิดฝ้าถาวร ผิวบางลง และเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะสะสมของสารปรอทในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ตับและไตอักเสบ เกิดโรคโลหิตจาง ทางเดินปัสสาวะอักเสบ 

2. ไฮโดรควิโนน

ไฮโดรควิโนนออกฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการทางเคมีของเซลล์สร้างเม็ดสี โดยไปยับยั้งการสร้างเม็ดสี ทำให้ผิวขาวขึ้น จึงนิยมนำมาใช้เป็นยาทารักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำ   แต่มักถูกนำมาผสมในปริมาณสูง จนก่อให้เกิดผลข้างเคียง จึงได้รับคำสั่งห้ามใส่ในผลิตเครื่องสำอางที่วางขายทั่วไป (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กำหนดให้ผสมสารไฮโดรควิโนนในการรักษาฝ้าได้ไม่เกิน 2%)

ผลข้างเคียงจากการใช้เครื่องสำอางที่มีสารไฮโดรควิโนนเกินขนาด เริ่มต้นจะมีอาการแสบร้อน ตุ่มแดง และภาวะผิวคล้ำมากขึ้นในบริเวณที่ใช้ หากใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดฝ้าถาวร เพิ่มความเสี่ยงในโรคมะเร็งผิวหนัง ผู้ที่ได้รับสารเกินขนาดจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เกิดการกระตุ้นให้ร่างกายมีอาการสั่นหรือเกิดภาวะลมชักหรือกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ยาได้

3. สเตียรอยด์

สารที่มีกลไกการออกฤทธิ์ให้ผิวหน้าขาวขึ้น ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว มักใส่ร่วมกับ ไฮโดรควิโนน หรือ เรตินอยด์ในการรักษา ฝ้า กระ และจุดด่างดำ เสตียรอยด์ช่วยในการเสริมฤทธิ์ และช่วยลดอาการข้างเคียงของไฮโดรควิโนน และ เรตินอยด์ สเตรีนรอยด์จัดอยู่ในสารเคมีที่ควรมีการควบคุมปริมาณ ความเข้มข้น และ ระยะเวลาในการใช้งาน

ผลข้างเคียงจากการใช้ ในปริมาณที่มีความเข้าข้นสูง และ ระยะเวลานต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงทั้งภายนอกและภายในร่างกาย เช่น ผิวหนังบอบบาง ผดผื่นขึ้นง่าย ระคายเคืองง่าย

4. สารตะกั่ว 

เป็นสารปนเปื้อนที่มักพบในเครื่องสำอางโดยเฉพาะลิปสติกสารตะกั่วจัดเป็นสารต้องห้าม และระมัดระวังไม่ให้เกิดการปนเปื้อนระหว่างการผลิต

ผลข้างเคียง หากถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เม็ดเลือดแดงจะถูกทำลาย และระบบประสาททั่วร่างกายจะผิดปกติ ทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด และอาจอ่อนแรงลง

5. แป้งทัลคัม

พบในแป้งฝุ่น อายแชโดว์ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยดูดซับความชื้น ลดการเสียดสีของผิวได้

ผลข้างเคียง หากสูดดมเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้เกิดโรค ปอด มะเร็งปอด และมะเร็งต่อมหมวกไตชนิดหายาก และมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งรังไข่ถึง 30–60%  ในกรณีที่ใช้เป็นประจำ 

6. สารพาราเบน 

สารกันเสีย มักพบในครีมทาผิว, สบู่, แชมพู, ผลิตภัณฑ์ระดับกลิ่นกาย เพราะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์เครื่องสำอาง และ ยับยั้งสิ่งสกปรกได้ดี 

ผลข้างเคียง อาจเกิดอาการผื่นแพ้ และง่ายต่อการสะสมในร่างกาย ทำลายฮอร์โมนของทั้งเพศหญิง-ชาย และซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว

       การเลือกเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวควรพิจารณาจาก ชื่อผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต ที่ต้องแจ้งชัดเจน พิจารณาความน่าเชื่อถือของสถานที่จัดจำหน่าย ก็จะช่วยกรองความปลอดภัยได้ในเบื้องต้น ตรวจสอบส่วนประกอบ มีสารที่อันตราย หรือ สารที่ร่างกายแพ้หรือไม่ เท่านี้ สูงวัยก็จะปลอดภัยต่อสารเคมีในผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยงามแล้ว

แหล่งอ้างอิง
1. อันตรายจากสารต้องห้ามในเครื่องสำอาง
2. ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) 
3. สเตียรอยด์ เป็นอย่างไร อันตรายหรือไม่
4. อย.ยัน 4 สารในเครื่องสำอางปลอดภัย ถ้าใช้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
5. 4 สารอันตรายในฟองใสๆ และครีมนุ่มผิว

บทความอื่นๆ

ปัญหาท้องอืด เอลเดอร์เชื่อว่าหลายๆคนประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ดังนั้นสูงวัยมาทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาท้องอืด และมาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารกันครับ
ภาวะเลือดเป็นกรดในผู้สูงอายุ เอลเดอร์เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่โรคนี้เป็นโรคอันตรายใกล้ตัวอย่างมากที่ผู้สูงอายุไม่ควรละเลย
error: Content is protected !!
Scroll to Top